มติชน ผุดโปรเจ็กต์ ‘Blooming Through Reading’ มอบหนังสือ เยียวยาห้องสมุดทั่วไทยจากเหตุอุทกภัย หวัง ‘อ่านผลิบาน’ เพื่อสังคมคุณภาพ
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม เวลาประมาณ 13.30 น. ที่โถงชั้นล่าง อาคารสำนักงาน บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เครือมติชน ร่วมกับ มูลนิธิ ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ และมูลนิธิบรรจง พงศ์ศาสตร์ จัดพิธีส่งมอบหนังสือในโครงการ Blooming Through Reading อ่านผลิบาน เนื่องในโอกาสหนังสือพิมพ์มติชน ก้าวสู่ปีที่ 49 เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ.2569 เพื่อสนับสนุนหนังสือให้ห้องสมุดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และตอกย้ำความสำคัญของการอ่านว่าเป็นหัวใจของการพัฒนาในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะเป้าหมายการพัฒนาตัวเองให้ผลิบาน อีกทั้งให้สังคมไทยได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน ช่วยลดช่องว่างการเข้าถึงหนังสือ ซึ่งอาจจะเกิดมาจากความเหลื่อมล้ำระหว่างคนมีกับคนไม่มีรายได้ หรือความเหลื่อมล้ำระหว่างคนเมืองกับคนในพื้นที่ชนบท หรือความเหลื่อมล้ำในด้านอื่น ๆ
โอกาสนี้ ผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ รับมอบ ได้แก่ นางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ ผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ , นางเบญจมาศ ศรีประวัติ ผู้อำนวยการกลุ่มงานพัฒนาระบบการพัฒนาพฤตินิสัย กรมราชทัณฑ์ , นางพุทธชาด ทองกร ที่ปรึกษาอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ , ว่าที่ร้อยเอก ดร.อาศิส เชยกลิ่น ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ สกร. , ดร.กฤศรดา ศศิธนาดุล ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล (ผอ.สพม.สงขลา สตูล), นายวัฒนชัย วินิจจะกูล รักษาการรองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ และผู้อำนวยการสถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) และ นายสุรนาท โภคานันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาเครือข่ายอุทยานการเรียนรู้ สถาบันอุทยานการเรียนรู้ นอกจากนี้ ยังส่งมอบแก่ เทศบาลนครยะลา ด้วย

ในการนี้ ผู้บริหารในเครือมติชนให้การต้อนรับ นำโดย นายสมหมาย ปาริจฉัตต์ รองประธาน บมจ. มติชนพร้อมด้วย นายเจตนา จนิษฐ ที่ปรึกษา บริษัท งานดี จำกัด, นายนฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการ กองบก. มติชน, นายสุพัด ทีปะลา บรรณาธิการบริหาร กองบก. มติชน และนายมณฑล ประภากรเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักพิมพ์มติชน
ทั้งนี้ โครงการ Blooming Through Reading อ่านผลิบาน มีเป้าหมาย ในการนำหนังสือมอบให้ห้องสมุด สถานศึกษา สถานพยาบาล เรือนจำ ชุมชน และอื่น ๆ ในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย 4 ภาค แบ่งเป็น 1. ภาคเหนือ 20 แห่ง 2. ภาคกลาง 20 แห่ง 3. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 30 แห่ง และ 4. ภาคใต้ 20 แห่ง รวม 90 แห่ง
โดยมีหนังสือ อาทิ TIMELINES OF SCIENCE, ค้าขายด้วยใจ สไตล์พ่อค้าโอซาก้า, เรียนจีนด้วย AI, สวัสดีจ้า ไดโนเสาร์ ดิพโพลโดคัสคอยาว และนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ เป็นต้น รวมมูลค่า 1 ล้านบาท


ดร.กฤศรดา ศศิธนาดุล ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล (ผอ.สพม.สงขลา สตูล) กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา โรงเรียนในพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะอาคารเรียน วัสดุอุปกรณ์ และอุปกรณ์การเรียนของนักเรียนที่ได้รับความเสียหายจำนวนมากสภาพห้องเรียนทุกห้องแทบไม่มีความเป็นห้องเรียนเหลืออยู่เลย อุปกรณ์การเรียนหลายอย่างถูกน้ำพัดพาไป บางส่วนไปติดอยู่ตามรั้วโรงเรียน เมื่อกลับเข้ามาดูพื้นที่ก็พบแต่คราบโคลนอยู่ในห้องเรียน โดยเฉพาะห้องเรียนที่อยู่ชั้นล่างได้รับผลกระทบทั้งหมด
“หลังน้ำลด ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาได้ระดมกำลังช่วยกันทำความสะอาดโรงเรียนในกิจกรรมบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ พร้อมทั้งได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานและจิตอาสาจำนวนมากที่ลงพื้นที่ช่วยฟื้นฟูโรงเรียนในอำเภอหาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม นักเรียนจำนวนไม่น้อยยังได้รับผลกระทบจากการสูญเสียอุปกรณ์การเรียน ทำให้ต้องจัดหาใหม่เกือบทั้งหมด การได้รับหนังสือในครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน
แม้โรงเรียนจะผ่านวิกฤตมา แต่การได้รับหนังสือใหม่ถือเป็นโอกาสที่จะสร้างการเรียนรู้ให้กับนักเรียนอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาว่าง หนังสือจะเป็นเพื่อนที่ช่วยส่งเสริมการอ่านและเติมไฟการเรียนรู้ให้กับนักเรียนได้ในช่วงที่เด็กๆ เผชิญกับสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ยังไม่สมบูรณ์ หนังสือจะช่วยสร้างแรงจูงใจและเปิดโลกการเรียนรู้ใหม่ให้กับนักเรียน” ดร.กฤศรดากล่าว
ดร.กฤศรดา กล่าวว่า เมื่อมีหนังสือใหม่เข้ามา เด็กๆ ก็อยากเข้าห้องสมุด อยากใช้เวลาว่างกับการอ่าน หนังสือเหมือนพาเขาออกไปท่องโลกอีกโลกหนึ่ง นอกเหนือจากการค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต
สำหรับโรงเรียนที่ต้องเร่งช่วยเหลือเป็นพิเศษ คือโรงเรียนขนาดใหญ่ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งห้องสมุดส่วนใหญ่อยู่บริเวณชั้นล่างของอาคาร ทำให้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยตรง โดยเฉพาะโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย รวมถึงโรงเรียนโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ที่ต้องเผชิญเหตุกราดยิงที่ผ่านมา
“โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ต้องเผชิญทั้งเหตุการณ์กราดยิงและน้ำท่วมต่อเนื่อง ทำให้ครูและนักเรียนได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างมาก การส่งมอบหนังสือในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนกำลังใจสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจให้กับทั้งครูและนักเรียน ให้ได้พบกับเรื่องดีๆ หลังผ่านเหตุการณ์ยากลำบากมา” ดร.กฤศรดากล่าว

ด้าน นางพุทธชาด ทองกร ที่ปรึกษาอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา ห้องสมุดในสังกัด สกร. โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก หนังสือและเอกสารจำนวนมากได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เนื่องจากห้องสมุดประชาชนเป็นพื้นที่เปิดให้บริการกับประชาชนทุกเพศทุกวัย เมื่อเกิดน้ำท่วมหนังสือจำนวนมากจึงเสียหายเกือบทั้งหมด
“สิ่งหนึ่งที่เราได้รับจากมติชนในวันนี้ เปรียบเสมือนการต่อยอดและเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม หนังสือที่มอบให้จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ให้กับห้องสมุดและผู้ใช้บริการ จึงต้องขอขอบคุณมติชนที่ให้การสนับสนุนในครั้งนี้” นางพุทธชาด กล่าว
นางพุทธชาด กล่าวต่อว่า หนังสือยังคงเป็นแหล่งความรู้สำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตยังไม่ทั่วถึง ขณะที่ สกร.มีศูนย์การเรียนรู้กระจายอยู่ทั่วประเทศ เมื่อเกิดภัยพิบัติมักเกิดในพื้นที่ต่างจังหวัด ดังนั้นการฟื้นฟูหนังสือในห้องสมุดจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามาใช้บริการและเรียนรู้ได้
ทั้งนี้ หนังสือที่ได้รับจะนำไปมอบให้กับห้องสมุดนำร่องของ สกร. จำนวน 5 แห่ง ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์และมีคุณค่ากับประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

ขณะที่ นายวัฒนชัย วินิจจะกูล รักษาการรองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ และผู้อำนวยการสถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) กล่าวว่า พื้นที่ให้บริการ TK Park ในอำเภอหาดใหญ่มีทั้งหมด 3 จุด โดย 2 ใน 3 แห่งได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมอย่างหนักจนไม่สามารถเปิดให้บริการได้
โดยเฉพาะห้องสมุดประชาชนเทศบาลนครหาดใหญ่ที่ระดับน้ำท่วมสูงถึงชั้น 2 ส่งผลให้ต้องพิจารณาปรับปรุงหรืออาจรื้อถอนอาคารใหม่ เนื่องจากอาคารมีอายุการใช้งานยาวนานตั้งแต่ปี 2514
อย่างไรก็ตาม TK Park ได้รับความร่วมมือจากสำนักพิมพ์ต่างๆ รวมถึงสำนักพิมพ์มติชน ในการสนับสนุนหนังสือเพื่อส่งต่อไปยังโรงเรียนในสังกัดเทศบาลนครหาดใหญ่ เพื่อให้นักเรียนยังสามารถเข้าถึงการอ่านและการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง แม้พื้นที่ห้องสมุดบางแห่งจะยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ก็ตาม

ด้าน นางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ ผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทางมติชนที่ให้การสนับสนุนกรมราชทัณฑ์มาโดยตลอดทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์มีโครงการสำคัญคือ โครงการอ่านหนังสือลดวันต้องโทษ ซึ่งอยู่ระหว่างการผลักดัน โดยโครงการดังกล่าวจำเป็นต้องมีการปรับแก้กฎหมายก่อน จึงอยู่ในขั้นตอนการขับเคลื่อนเบื้องต้นผ่าน โครงการอ่านหนังสือเลื่อนชั้น โดยเริ่มนำร่องในเรือนจำ 21 แห่ง และปัจจุบันได้ขยายเพิ่มเป็น 61 แห่งแล้ว และมีแผนจะขยายต่อไปในอนาคต
สำหรับหนังสือที่ได้รับในครั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ได้พิจารณามอบให้กับเรือนจำในพื้นที่ เขต 8 และเขต 9 ซึ่งเป็นเรือนจำในจังหวัดภาคใต้ รวมประมาณ 27 แห่ง เนื่องจากหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่ผ่านมา แม้บางแห่งจะไม่ได้ถูกน้ำท่วมโดยตรง แต่ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้หนังสือภายในเรือนจำเกิดความชื้นหรือเสียหาย
“บางแห่งหนังสือเปียก หนังสือชื้น ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้เต็มที่ เราจึงนำหนังสือที่ได้รับบริจาคมาชดเชยส่วนที่เสียหาย เพื่อให้น้องๆ ผู้ต้องขังในเรือนจำเขต 8 และเขต 9 ได้มีโอกาสเข้าถึงหนังสือและใช้ประโยชน์จากการอ่าน” นางกนกวรรณกล่าว
เมื่อถามถึงบทบาทของหนังสือในการพัฒนาผู้ต้องขัง นางกนกวรรณระบุว่า การอ่านหนังสือมีความสำคัญอย่างมาก เพราะช่วยให้จิตใจสงบ มีสมาธิ และได้รับความรู้
“เมื่อคนเราได้รับความรู้มากขึ้น ก็จะนำไปสู่การพัฒนาตนเอง การอยู่ในเรือนจำมีความเครียด การมีสมาธิและสติจากการอ่านจะช่วยให้ผู้ต้องขังสามารถปรับตัวได้ อีกทั้งความรู้ที่ได้รับยังช่วยส่งเสริมการควบคุมตนเอง การปรับเปลี่ยนนิสัย และเป็นส่วนสำคัญของกระบวนการแก้ไขฟื้นฟู เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ” นางกนกวรรณกล่าว ทิ้งท้าย




