หน้าแรก ภาพนำ บางพลัดแถลงเด...

บางพลัดแถลงเดือด! ลุยค้านทางเดินริมน้ำ โชว์โฉนดยุค ร.5 ผอ.เขต แจง ‘ไม่แตะที่ดินเอกชน’

14.05.26 | 14:00 น.

บางพลัดแถลงเดือด! ลุยค้านทางเดินริมน้ำ โชว์โฉนดยุค ร.5 ผอ.เขต แจง ‘ไม่แตะที่ดินเอกชน’

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม เวลาประมาณ 08.30 น. ที่โรงแรมรอยัล ริเวอร์ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จัดการประชุมรับฟังข้อเท็จจริง และความเห็น กรณีคัดค้านถนนหลังเขื่อนตามโครงการพัฒนาริมน้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด

บรรยากาศทั่วไปมีชาวบ้านในพื้นที่เข้าร่วมกว่า 200 รายจนเต็มห้องประชุม โดยมีการนำแผ่นป้ายข้อความคัดค้านติดตั้งบริเวณหน้าห้อง อาทิ ‘ทางเลียบใหม่ แต่คนไร้บ้าน’, ‘เจ้าพระยาไม่ใช่แค่วิว แต่คือชีวิต’, ‘ริมแม่น้ำไม่ใช่ที่ว่าง มีบ้าน มีคน มีชีวิต’, ‘พัฒนาเพื่อคน ไม่ใช่ไล่คน’, ‘หยุดโครงการแปลงร่าง’, ‘งบหมดที่สร้าง เหลือปัญหาที่ดูแล’ เป็นต้น รวมถึงภาพมุมสูงของชุมชนที่จะได้รับผลกระทบ หากโครงการดังกล่าวมีการดำเนินการจริงจนแล้วเสร็จ

โดยเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. เริ่มกิจกรรมการรับฟังข้อเท็จจริง โดยมีผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ ร่วมชี้แจงข้อมูล และนำเสนอข้อคิดเห็น อาทิ นายจารุวัฒน์ นวลเอียด สำนักงานที่ดิน กรุงเทพมหานคร สาขาบางกอกน้อย, สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง, สำนักงานเขตบางพลัด, กรมเจ้าท่า, กรมที่ดิน, กรมศิลปากร, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), นักวิชาการชื่อดัง อาทิ ศาสตราจารย์พิเศษ ศรีศักร วัลชิโภดม, นายก้องศักดิ์ สหะศักดิ์มนตรี อนุกรรมการด้านที่อยู่อาศัย และสิ่งแวดล้อม สภาองค์กรของผู้บริโภค, นายวีระพันธุ์ ชินวัตร สมาคมอนุรักษ์ศิลปกรรม และสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในชุมชนต่างๆ กล่าวถึงความกังวลใจ ว่าบ้านของตนจะได้รับผลกระทบ ถึงขั้นรื้อถอนหรือไม่ โดยหลายรายยืนยันว่าไม่เคยเห็นแบบโครงการอย่างเป็นทางการ และแทบไม่เคยทราบเรื่องมาก่อน กระทั่งเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่กทม. เดินทางเข้าชุมชน โดยชาวบ้านรายหนึ่งระบุว่า เจ้าหน้าที่มารังวัด 15 คน ขณะที่มีคนชราอยู่บ้าน 2 คน อ้างว่า ดำเนินการตามกฎหมาย ส่งผลให้ชาวบ้านอย่างพวกตนรู้สึกถูกข่มขู่ ซึ่งขณะนึ้ชาวบ้านทยอยได้รับหนังสือเข้ารังวัดแล้ว จึงอยากให้ชะลอ หรือยกเลิกการเข้ารังวัดไปก่อน

ทั้งนี่ ชาวบ้านบางรายฉายภาพโฉนดที่ดินโดยระบุว่าได้ครอบครองมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ไม่ใช่ ‘พื้นที่สาธารณะ’ แต่อย่างใด

 

นางสาวมานิตา รุจะศิริ ผู้อำนวยการเขตบางพลัด ชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการของกทม. ในส่วนของสำนักงานเขต ต้องดูแล รักษาพื้นที่สาธารณะให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน ตามอำนาจหน้าที่ของ กทม. และกฎหมายที่กำหนด ดังนั้น เราจะดูว่า ตรงไหนเป็นที่สาธารณะ ตามที่กล่าวกับพี่น้องไว้ที่มัสยิดบางอ้อ ว่า ตรงไหนเป็นที่เอกชน จะไม่ไปยุ่งเกี่ยว แต่จะดูในที่สาธารณะ ดำเนินการรังวัดร่วมกับสำนักการโยธาและกรมที่ดิน

“เพราะฉะนั้น ณ วันนี้ ที่เรามาคุยกัน ในส่วนภาคราชการและประชาชน ได้ข้อมูลอย่างไร ค่อยว่ากันอีกทีหนึ่งว่า จะสามารถทำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน” นางสาวมานิตา กล่าว

ด้าน นางสาวอารียา สีชมพู นักโบราณคดีชำนาญการ กรมศิลปากร กล่าวว่า กรณีที่การก่อสร้างจะไปเกี่ยวข้องกับโบราณสถานตาม พ.ร.บ. ฉบับที่กำลังใช้งานอยู่ปกป้องคุ้มครอง เบื้องต้นตรวจสอบแล้ว ข้อมูลตรงกับที่กทม. ชี้แจงไปว่ามีโบราณสถานจำนวน 4 แห่ง โดยเป็นโบราณสถานที่ขึ้นทะเบีบนแล้ว 1 แห่ง คือ วัดฉัตรแก้วจงกลนี ส่วนอีก 3 แห่ง ได้แก่ วัดเทพากร, วัดอาวุธวิกสิตาราม และมัสยิดบางอ้อ เป็นโบราณสถานที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน แต่ประกาศรายชื่อในราชกิจจานุเบกษาให้ประชาชนทั่วไปทราบว่าเป็นโบราณสถาน ซึ่งเท่ากับว่ากฎหมายปกป้องคุ้มครองแล้ว

ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า พิ้นที่ที่มีโบราณสถาน ใกล้กับโครงการมากที่สุด คือ ศาลาริมน้ำของมัสยิดบางอ้อ ขณะนี้กรมศิลปากรยังไม่เห็นแบบรูปรายการในการก่อสร้างโดยละเอียด แต่พร้อมที่จะช่วยในการตรวจสอบเพื่อให้กระทบกับโบราณสถานน้อยที่สุด และจะดีที่สุดถ้าไม่กระทบเลย” นางสาวอารียา กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในบางข่วงเป็นไปอย่างเข้มข้น โดยมีแสดงความเห็นแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ กับชาวบ้านกระทั่งจบกำหนดการในภาคเช้า

ต่อมาเมื่อเวลาราว 12.30 น. ชาวบ้านรวมตัวอ่านแถลงการณ์ถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีเนื้อหาดังนี้

กลุ่มคัดค้านถนนหลังเขื่อนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด
พฤษภาคม 2559

ขอให้กรุงเทพมหานครยุติโครงการที่ละเมิดสิทธิชุมชน ทำลายวิถีริมน้ำ และไม่คุ้มค่าต่อสังคมกลุ่มคัดด้านถนนหลังเขื่อนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา เขดบางพลัด และภาคีเครือข่ายผู้สนับสนุนสิทธิชุมชน วิถีริมน้ำ และมรดกวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร

กรุงเทพมหานครมีแผนดำเนินโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด งบประมาณกว่า 264 ล้านบาทครอบคลุมแนวริมแม่น้ำระยะประมาณ 3.5 กิโลเมตร ในลักษณะถนนคอนกรีตหลังเขื่อน ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อบ้านเรือน ชุมชน วิถีชีวิตความปลอดภัย ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมของประชาชนที่อยู่อาศัยริมแม่น้ำมาอย่างยาวนาน

กลุ่มผู้คัดด้านและภาคีเครือข่ายขอประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า โครงการดังกล่าวไม่ควรเดินหน้าต่อไปจนกว่าจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน มีการรับฟังความคิดเห็นอย่างแท้จริง และมีหลักประกันว่าการพัฒนาเมืองจะไม่ละเมิดสิทธิ ไม่ทำลายชุมชน
และไม่ใช้เงินภาษีของประชาชนไปกับโครงการที่ไม่ตอบโจทย์ชีวิตของคนในพื้นที่

โครงการนี้สะท้อนปัญหาสำคัญว่ากรุงเทพมหานครไม่ให้คุณค่า ไม่เห็นความหมายและไม่ยอมรับตัวคนของคนริมน้ำ
ทั้งที่ชุมชนเหล่านี้มีใช้สิ่งกีดขวางการพัฒนาเมือง หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิต เป็นพื้นที่ความทรงจำ เป็นแหล่งวัฒนธรรมและเป็นหลักฐานของความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน สายน้ำ ศาสนา การค้า และความหลากหลายทางชาติพันธุ์ที่สืบทอดมายาวนานหลายชั่วอายุคน

การพัฒนาเมืองที่แท้จริงจึงไม่ควรเริ่มต้นจากการลบชุมชนดั้งเดิมออกจากแผนที่ แต่ควรเริ่มจากการยอมรับว่า ชุมชนริมน้ำคือ “พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต“ ของกรุงเทพมหานคร เป็นมรดกทางสังคมและวัฒนธรรมที่ไม่สามารถสร้างทดแทนได้ด้วยคอนกรีต ถนน หรือภูมิทัศนสมัยใหม่

ข้อเรียกร้อง 5 ข้อ

1. ขอให้กรุงเทพมหานคร หยุดการดำเนินโครงการทันที จนกว่าจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ผลกระทบ และกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างรอบด้าน

2. ขอให้ เปิดเผยข้อมูลโครงการทั้งหมดต่อสาธารณะ รวมถึงแบบก่อสร้าง งบประมาณ รายละเอียดการออกแบบ ผลกระทบต่อบ้านเรือน สิทธิในที่ดิน และแผนการจัดการผลกระทบ

3. ขอให้ จัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นใหม่อย่างเป็นธรรม โปร่งใส และมีความหมาย โดยให้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบมีสิทธิร่วมกำหนดอนาคตของพื้นที่ มิใช่เป็นเพียงผู้รับทราบภายหลัง

4. ขอให้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตรวจสอบและคุ้มครองสิทธิของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะสิทธิชุมชน สิทธิในที่อยู่อาศัย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และสิทธิในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมือง

5. ขอให้ ทบทวนทิศทางการใช้งบประมาณของกรุงเทพมหานคร โดยให้ความสำคัญกับโครงการที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตของประชาชนจริง เช่น ความปลอดภัยในชุมชน การดูแลผู้สูงอายุ เด็กและเยาวชน การปรับปรุงสาธารณูปโภค และการฟื้นฟูชุมชนประวัติศาสตร์โดยไม่เบียดขับผู้คน

แถลงการณ์เดังกล่าว ระบุด้วยว่า

‘กทม. ไม่ได้เพียงสร้างถนน แต่กำลังลบความหมายของชุมชนริมน้ำออกจากเมือง ทั้งชุมชนเหล่านี้คือประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิตของกรุงเทพมหานคร

เราไม่ได้คัดค้านการพัฒนาเมือง แต่เราคัดค้านการพัฒนาที่ไม่ฟังประชาชน ใช้งบประมาณสูง และทำลายบ้าน ชุมชน วัฒนธรรม และความปลอดภัยของผู้คน

คำถามคือ กรุงเทพมหานครกำลังลงทุนกับถนนมากกว่าคน หรือมองไม่เห็นว่าในชุมชนยังมีประชาชนตัวจริงอยู่

เมืองที่ดีต้องไม่พัฒนาด้วยการผลักคนเดิมออกจากพื้นที่ แต่ต้องทำให้ชุมชนเดิมอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี ปลอดภัย และมีส่วนร่วมในอนาคตของเมือง’

ทั้งนี้ โครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด มีระยะทาง 3.5 กม. ตั้งแต่ช่วงสะพานรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินถึงสะพานกรุงธน (ซังฮี้) โดย สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง ได้จัดการประชุมเพื่อนำเสนอโครงการฯ และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อโครงการฯ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2568