บึงพลาญชัย หมายถึงที่ลุ่มแอ่งน้ำ ที่มีน้ำขังตลอดปีเป็นบริเวณกว้างใหญ่เหมาะสมและมีประโยชน์อย่างยิ่ง เป็นที่ลุ่มมีตาน้ำผุดตั้งแต่ก่อนสร้างเมืองร้อยเอ็ด ยุคทวารวดี
บึง หมายถึง ที่ลุ่มแอ่งน้ำ มีน้ำขังตลอดปี
พลาญ หมายถึง บริเวณ, สนาม, ลานกว้างใหญ่ เป็นคำกร่อนจาก (ราชาศัพท์) พระลาน บางที่สะกดว่า พะลาน, พลาน
ชัย แปลว่า ชนะ, เหมาะสม, มีประโยชน์
เหตุที่เขียน พระลาน เป็นพลาญ หรือพลาน เนื่องมาจากกลุ่มไท-ไต รัวลิ้นตัว ร ไม่ได้ ฉะนั้นเมื่อจะออกเสียงคำว่าพระลาน โดยพยายามคงเสียง ร ไว้ ก็ต้องเร่ไปหา ล แทน
แต่คำว่า พระลาน มีเสียง ล ตามมาในวลีว่า ลาน เลยควบเสียงเป็น พลาน
จิตร ภูมิศักดิ์ อธิบายคำว่า พลาน ไว้ในเชิงอรรถเกี่ยวกับเสียง ร เป็น ล [ในหนังสือความเป็นมาของคำสยาม, ไทย, ลาว และขอมฯ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2519] ดังนี้
คำ พลาน นี้เป็นคำที่ได้พบในวรรณคดี ใช้เรียกลานกว้างที่ราบเรียบ เช่น ในความว่า พระลานคือแว่นทอง (ลานหน้าพระราชวังที่ราบเรียบเป็นเงาราวกับแผ่นทองคำ) ในภาษาลาวปัจจุบันใช้เรียกลานศิลาตามเชิงเขาที่เกิดตามธรรมชาติและราบเรียบ, ที่จริงเป็นผะลาน แต่ยืดเสียงยาวเป็น ผาลาน ก็ได้
แต่ไม่ได้หมายความว่าลากเข้าความให้หมายถึง ผาที่เป็นลาน, หรือคำ ผะลาน กร่อนมาจาก ผาลาน (ผาที่เป็นลาน), ทั้งนี้เพราะในภาษาลาวไม่มีคำว่า ลาน ในความหมายที่ราบเรียบเป็นลานอย่างในภาษาไทย, ลาวเรียกที่ราบเรียบดังกล่าวว่า เดิน เช่น เดินบ้าน (ลานบ้าน), เดินยนต์ (สนามบิน), บางถิ่น เช่น ในจังหวัดอุบลราชธานี ออกเสียง ด เป็น ล หมด ก็กลายเป็น เลิน.


