หน้าแรก ภาพนำ “จรินทร...

“จรินทร์ จักกะพาก”ชี้เด้งอธิบดีปมผลงาน ไม่เกี่ยวซื้อเครื่องสแกนม่านตา

4.11.17 | 08:17 น.

จากกรณีนายกฯใช้ม. 44 ย้ายอธิบดีกรมจัดหางาน และมีการให้ข่าวว่า เกิดจากไม่สนองนโยบายเรื่องการจัดซื้อเครื่องสแกนม่านตาเครื่องละ 1 แสนบาท วงเงิน 1 พันล้านบาท โดยระบุด้วยว่ามีที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีมาเป็นคนประสานงาน

เมื่้อวันที่ 2 พฤศจิกายน นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ข่าวดังกล่าว ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด การโยกย้ายเป็นเรื่องของประสิทธิภาพในการทำงาน ส่วนเครื่องสแกนม่านตาราคาเครื่องละ 1 แสนบาท ไม่มีตัวเลขการจัดซื้อถึง 1 พันล้านบาท ดังที่มีการให้ข่าว ขณะนี้ ยังอยู่ในช่วงของการหารือกันในระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การดำเนินการต่างๆ เป็นมติของที่ประชุมไม่ใช่ความเห็นของใคร และที่ปรึกษานายกฯก็ไม่ได้มาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

” การระบุกล่าวหาดังกล่าว เป็นการเบี่ยงเบนประเด็นไปจากปัญหาประสิทธิภาพในการทำงาน หากจะมีการทุจริต ผมในฐานะปลัดกระทรวงแรงงาน ไม่ยอมให้เกิดขึ้นแน่นอนอยู่แล้วและผมต้องรับผิดชอบ ” นายจรินทร์กล่าว

ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ที่เห็นได้ชัดว่า การโยกย้าย เป็นปัญหาเรื่องประสิทธิภาพในการทำงาน โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับระบบการเก็บข้อมูลแรงงานต่างด้าว ก็คือ หลังจากมีคำสั่งโยกย้าย ได้มีคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 49/2560 เรื่องการพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าว ตามออกมา โดยให้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาการเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าว ใน 22 จังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล คือ จ.กระบี่ จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชุมพร ตราด ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ประจวบคีรีขันธ์ ปัตตานี พังงา เพชรบุรี ภูเก็ต ระนอง ระยอง สงขลา สตูล สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และสุราษฎร์ธานี กรรมการมาจากหลายกระทรวง เพื่อบูรณาการสร้างระบบตรวจสอบและยืนยันอัตลักษณ์ที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสำหรับแรงงานภาคประมง ซึ่งมีปัญหาลายนิ้วมือลบเลือนจากการทำงานในเรือประมง จึงต้องใช้วิธีการสแกนม่านตา

นายจรินทร์กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีระบบยืนยันอัตลักษณ์ที่มีประสิทธิภาพ ไม่มีระบบพิสูจน์ตัวตนว่ามาจากไหน อยู่ที่ไหน เคยให้กรมการปกครองมาช่วย ทำเลขประจำตัว 13 หลัก ทำไปแล้วก็พิสูจน์ไม่ได้อีก ประกอบกับที่ผ่านมา แรงงานประมงใช้บัตรชั่วคราวที่เรียกว่าบัตรสีชมพู ซึ่งจะหมดอายุในเดือนพ.ย.นี้ ซึ่งจะต้องมาทำเวิร์กเพอร์มิตกับกรมจัดหางานอยู่แล้ว ทางรัฐบาลเลยมอบหมายให้จัดทำสแกนม่านตาประกอบไปเลย ซึ่งขณะนี้เครื่องสแกน มี 30 เครื่อง เป็นของกรมเจ้าท่า ส่วนตัวเลขแรงงานต่างด้าวที่ทำประมงมี 7-8 หมื่นคน จึงมีการแจ้งไปว่า หากทำไม่ทันให้ขอการสนับสนุนได้ ราคาเครื่องสแกน เครื่องละ 1 แสนบาท เป็นเครื่องเล็กๆ คล้ายเครื่องตรวจวัดสายตา เราทำหน้าที่สแกนข้อมูลไว้ ส่วนการประมวลผล ต้องให้หน่วยงานอื่นเข้ามาช่วย อย่าง สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์

Advertisement

นายจรินทร์ กล่าวด้วยว่า นโยบายขณะนี้ชัดเจนว่า หลัง 31 มีนาคม 2561 ต้องไม่มีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในประเทศไทยอีก เพราะฉะนั้น การวางระบบพิสูจน์อัตลักษณ์ของแรงงานจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่ว่าจะใช้วิธิการสแกนใบหน้า ลายนิ้วมือ หรือวิธีการอื่นๆ และต้องนำหน่วยงานต่างๆ เข้ามาช่วย นอกเหนือจากกรมการจัดหางาน และกรมเจ้าท่า ที่ดำเนินการอยู่เดิม ดังที่ปรากฎในคณะกรรมการพิจารณาการเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าว