หน้าแรก ภาพนำ ยังมีอยู่ ร้า...

ยังมีอยู่ ร้านอาหารกินฉลาม-ปลานกแก้ว ทช.เจอซึ่งหน้า ขอให้เก็บจากแผงหวั่นกระทบเมืองท่องเที่ยวภูเก็ต

8.12.17 | 15:56 น.

ภาพจาก GO-ECO PHUKET

กรณีเฟซบุ๊คชื่อ จิตอาสา GO-ECO PHUKET ได้มีการโพสต์ภาพฉลาม ปลาโรนิน หรือกระเบนท้องน้ำ และปลานกแก้ว ถูกแขวนโชว์และวางจำหน่ายในร้านอาหารทะเลเพื่อนำไปประกอบอาหารจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวและลูกค้าทั่วไป บริเวณหาดกะตะ-กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นั้น

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม นายวัชรินทร์ ถิ่นถลาง ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(สบทช.) ที่ 9 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล จัดเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบร้านจำหน่ายอาหารทะเล บริเวณหาดกะตะ-กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต พบว่า ร้านอาหารที่เป็นข่าวมี 2 ร้าน คือ ร้านอาหารชื่อ COCONUT SEAFOOD ตั้งอยู่ ถ.กะตะ ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยมีนายวีระพงษ์ คล้ายพยงค์ อายุ 77 ปี เป็นเจ้าของร้าน เจ้าหน้าที่พบปลานกแก้ว 2 ตัว วัดความยาวขนาดเกิน 50 เซนติเมตร ทางเจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือให้เก็บออกจากแผงวางจำหน่ายปลา เพื่อลดกระแสจากสื่อออนไลน์และอาจกระทบต่อภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเจ้าของร้านเป็นอย่างดี 2. ร้านอาหารชื่อโฟกัส มีนส.กรรณิการ์ ธนทวีสกุล อายุ 38 ปี เป็นเจ้าของร้าน จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบปลาฉลามปะการัง จำนวน 1 ตัว วัดความยาวแล้วเกิน 50 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือให้เก็บออกจากแผงวางจำหน่ายปลา เพื่อลดกระแสจากสื่อออนไลน์และอาจกระทบต่อภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเจ้าของร้านทั้งสองร้านเป็นอย่างดี

ภาพจาก GO-ECO PHUKET

Advertisement

นายวัชรินทร์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ สบทช.9 ได้ประชาสัมพันธ์และขอความร่วมมือจากเจ้าของร้านที่จำหน่ายอาหารทะเลให้ทราบถึงประกาศทส.เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในบริเวณพื้นที่ จ.ภูเก็ต พ.ศ. 2553 พร้อมกับได้มอบเอกสารประกาศและบัญชีปลาสวยงามแนบท้ายประกาศให้เจ้าของร้านรับทราบ การจับ และครอบครองหรือจำหน่ายปลาทะเลสวยงามตามบัญชีแนบท้ายประกาศฯ มีความผิดตามมาตรา 45 ประกอบมาตร 100 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ซึ่งมีบทลงโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ เจ้าหน้าที่จึงได้นำเอกสารมอบให้เจ้าของร้านรับทราบและสอบถามข้อมูลต่างๆ ถึงชนิดปลาสวยงาม ลักษณะ ขนาด เป็นที่เข้าใจตรงกัน และยินดีให้ความร่วมมือที่จะไม่นำปลาที่มีชื่อในบัญชีแนบท้ายมาวางขาย เพื่อจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวอีก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำบันทึกข้อตกลงขอความร่วมมือแล้วลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานต่อไป

สำหรับประกาศทส.เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม จ.ภูเก็ต บัญชีปลาสวยงามแนบท้ายประกาศ ลำดับที่ 28 นั้น ปลาฉลามทุกชนิด (ความยาวไม่เกิน 50 ซม.) ลำดับที่ 75 ปลาโรนินและปลาโรนันทุกชนิด (ความยาวไม่เกิน 50 ซม.) และลำดับที่ 76 ปลานกแก้วทุกชนิด (ความยาวไม่เกิน 50 ซม.) ทั้งนี้ การจับหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งปลาสวยงามตามบัญชีแนบท้ายดังกล่าวข้างต้น เป็นความผิดตาม มาตรา 45 ประกอบมาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 มีบทลงโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งข้อพิจารณา
ทางสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 9 จะดำเนินการตรวจสอบและติดตามร้านขายอาหารทะเลที่นำปลาฉลาม ปลาโรนิน และปลานกแก้ว มาประกอบอาหารและจำหน่ายในพื้นที่รับผิดชอบต่อไป