09.00 INDEX : ผลข้างเคียง จาก ปลด ‘สมชัย’ โยงใย ผลประโยชน์ ‘ทับซ้อน’

22.03.18 | 08:04 น.
แฟ้มภาพ

เป้าหมายหลักของคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 4/2561 คือ ปลด นายสมชัย ศรีสุทธิยากร จากกกต.โดยพลัน

ต้องการ “ประจาน” ใน 2 เรื่องใหญ่

เรื่อง 1 คือ การให้สัมภาษณ์อย่างไม่เหมาะสม เรื่อง 1 คือการไปสมัครเป็นเลขาธิการกกต.ซึ่งเป็นการไม่บังควร

เพราะเท่ากับเป็น”ผลประโยชน์ทับซ้อน”

แม้ว่าจะมีเพียง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเท่านั้นที่ออกมายืนยัน การปลด นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ไม่กระทบต่อการทำงานของกกต.

Advertisement

แต่นับวัน “ปฏิกิริยา” อันเป็นผลสะเทือน เงาสะท้อน เด่นชัดว่า มิได้มีแต่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร เท่านั้นที่ถูก”ประจาน”

หากแต่ “คสช.” ก็ถูกลาออกมา”ประจาน”ด้วย

ความละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก คือ การใช้อำนาจจากมาตรา 44 ในการปลดบุคลากรจาก “องค์การอิสระ”

เตือนจาก นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ

“กระทบต่อขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระทุกองค์กร สะท้อนว่าองค์กรอิสระอื่นๆก็มีโอกาสไม่เป็นองค์กรอิสระได้เช่นกัน”

เท่ากับยืนยันว่า อำนาจจาก”มาตรา 44″ นั้นเป็นตัวกำหนดทุกอย่าง

ไม่เพียงแต่บรรดา”องค์กรอิสระ”จะไม่เป็น”องค์กรอิสระ”

หากแต่เท่ากับสะท้อนให้เห็นว่ารูปเงาแห่ง”มาตรา 44″จะครอบคลุมไปอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะ”ก่อน”หรือ”หลัง”การเลือกตั้ง

ในสถานการณ์ที่ผู้นำแห่ง”คสช.”ต้องการดำรง”อำนาจ”เอาไว้อย่างต่อเนื่อง

แล้ว”การเลือกตั้ง”จะบริสุทธิ์ ยุติธรรม แน่ละหรือ

ยิ่งกว่านั้นคำว่า “ผลประโยชน์ทับซ้อน”ไม่เพียงแต่เป็นการชี้เข้าใส่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ในฐานะเป็นกกต.แล้วสมัครเป็นเลขาธิการกกต.เท่านั้น

หากอีก 3 นิ้วยังชี้เข้าใส่”คสช.”และ”รัฐบาล”ด้วย

การหว่านเงินงบประมาณผ่าน”ประชารัฐ”ผ่าน”ไทยนิยม ยั่งยืน”จำนวนมหาศาลจะสัมพันธ์กับบางพรรคหรือไม่

ไม่ว่า”พลัง”ประชารัฐ ไม่ว่า”พลัง”ชาติไทย