เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 22 มีนาคม ที่บิ๊กซีราชดำริ มีการจัดเสวนาภายใต้หัวข้อ อนาคตประเทศไทยไปทางไหน โดยมี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ร่วมเสวนา
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ต้องพูด 2 ด้าน คือ ด้านปัญหา และด้านอนาคต คือ เราต้องออกจากหล่มที่ติดอยู่ 10 กว่าปีให้ได้ อยู่ที่ทุกฝ่าย ทุกคน ต้องช่วยกัน เราต้องแก้สิ่งที่เป็นปัญหาในอดีตทั้งปัจเจก และระบบ เช่น ระบบกระบวนการยุติธรรม ฯลฯ เราต้องแข่งขันกับโลกยุคใหม่ เราต้องวิ่งให้ทัน เราจึงต้องรีบเอ่รถออกจากหล่มแล้ววิ่งให้ทัน เรารต้องช่วยกันแก้ปัญหาเดิม แล้วไขว่คว้าเอาโอกาสจากเทคโนโลยียุคใหม่ อย่างไรก็ตาม วันนี้หากรัฐประหารแก้ไขปัญหาประเทศได้ ประเทศไทยคงเจริญไปแล้ว หากถามว่าเราจะเดินไปข้างหน้าอย่างไร ก็ต้องบอกว่า เราต้องยึดมั่น และเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย เพราะเป็นระบอบที่ให้โอกาสกับประชาชนมากที่สุด เราต้องปฏิบัติตามกลไก และยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง การแพ้ แล้วผลิตคำว่า เผด็จการรัฐสภาขึ้นมาต้องบอกว่าไม่ใช่ เรามีเสียงข้างมาก และเสียงข้างน้อย หากมีการตรวจสอบด้วยเหตุและผล นักการเมืองมีเทอม 4 ปีต้องลงไปขอเสียง ประชาชนจะได้ทำการพิพากษา แต่ที่ผ่านมา มีคนแย่งประชาชนพิพากษาเสียก่อน เราไม่ได้แก้ในระบบ สิ่งที่ตนเจ็บปวดใจมากที่สุด คือการบอกว่า เสียงของคนไม่เท่ากัน คนในเมืองมีเสียงมากกว่าคคนชนบท แบบนี้แหละที่ทำให้เราเจอกับปัญหาไม่จบ อย่างแรก ทุกคนต้องปรับปรุง และปฏิรูปตัวเอง นักการเมืองก็ต้องปฏิรูปตัวเอง เราต้องแสวงหาคนเก่ง คนดีเข้ามาทำงาน แต่ตราบใดที่เรายังติดว่านักการเมืองคือคนเลว ไปชวนคนเก่ง คนดีที่ไหนมาทำงานเขาก็ไม่อยากมา

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า เป็นเรื่องที่ดีที่นายธนาธรเอาความมุ่งมั่นตั้งใจของตนมาตั้งพรรค และตนอยากให้หลายๆคนคิดแบบนี้มากๆ แต่อย่างไรก็ตาม พรรคการเมืองของเราในวันนี้ตั้งแต่ไทยรักไทยเรายืนอยู่ข้างประชาธิปไตย แต่เราไม่สามารถเป็นคนกลุ่มเดียวที่รักษาประชาธิปไตยได้ ระหว่างการต่อสู้มีคนบาดเจ็บล้มตาย ทั้งตายจริง และตายเพราะการเมือง วันนี้นายธนาธรอาจจะหวังกับเราไม่ได้ แต่ตนก็ดีใจที่เมื่อก่อนเราสู้อยู่กลุ่มเดียวแต่วันนี้มีคนที่คิดแบบนายธนาธรมาร่วมสู้ด้วย ซึ่งตนก็หวังว่า ความหวังที่จะทำให้ประเทศชาติหลุดพ้นจากตรงนี้ แล้วทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงจะสามารถเป็นจริง ทั้งนี้ วันนี้ พรรคพท.ด้วยกติการ และคำสั่งหลายๆอย่างทำให้เราผลักดันอะไรมากไม่ได้

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ในความฝันของตน ตนอยากเห็นประเทศที่มีความหลากหลาย และลดความเหลื่อมล้ำ ตนอยากให้คนไทยมีอิสระที่จะมีความเห็นต่าง มีอิสระภาพในการเลือกที่จะทำอาชีพอะไร เราต้องทำประเทศให้กลับมาอยู่ในระบอบประชาธิปไตย และไม่กลับอยู่ในระบอบอื่น นอกจากนี้ รัฐมีหน้าที่ต้องทำให้ทุกคนมีโอกาสเท่ากัน มีโอกาสทางเศรษฐกิจ รายได้ เราอาจะต้องรื้อระบบบางอย่าง เช่น ระบบการศึกษาให้ทุกคนมีความรู้ สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ เป็นต้น นอกจากนี้ ประเทศไทยมีภัยคุกคาม 2 ด้าน คือ เผด็จการจากการทำรัฐประหาร และเผด็จการที่เห็นประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือที่ในการออกกฎหมาย และหาผลประโยชน์ ดังนั้น เราจึงต้องก้าวข้ามสิ่งเหล่านี้ก่อน คุณค่าของประชาธิปไตยไม่ได้มาจากเสียงข้างมาก แต่มาจากคุณค่าของความเชื่อมั่นในระบอบเสรีนิยมประชาธิปไตย
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ตนได้ยินคำว่าคนรุ่นใหม่บ่อยมาก ตนมองว่าคนรุ่นใหม่ตีความหมายได้ 3 อย่าง คือ คนที่อายุน้อย คนที่หน้สใหม่ในวงการนั้น และคนที่มีความคิดใหม่ๆ ในฐานะคนรุ่นใหม่คนหนึ่งตนอยากร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงโดยที่ไม่ทำให้ใครติดคุก คนรุ่นใหม่ที่มีความคิดการเมืองใหม่ๆไม่จำเป็นต้องอยู่ในพรรคการเมืองใหม่เท่านั้น แต่เราสามารถทำงานร่วมกับคนรุ่นก่อนได้ แล้วจะได้ประโยชน์ด้วย เช่น เรื่องของความเชี่ยวชาญ และประการณ์ วันนี้ตนได้ศึกษาดูใจพรรคปชป.ตนมีความมั่นใจขึ้นมากว่าจะเป็นปชป.ยุคใหม่ ตนพร้อมที่จะเข้ามาทำงานกับคนที่ตนทำด้วยได้ คนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ปชป.ต้องหนักแน่นใน 3 เรื่อง คือ 1.เรื่องเสรีนิยมประชาธิปไตย หลายปีที่ผ่านมา คนอาจจะคิดว่า ปชป.เป็นอนุรักษณ์นิยมหรือไม่ ตนยืนยันว่า วันนี้ปชป.ไม่ใช่อย่างนั้น 2.ปชป.ต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาดำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆในพรรค และ 3.ปปช.ต้องหนักแน่นในนโยบาย ทั้งนี้ ตนไม่อยากพูดถึงอดีตมาก ตนอยากพูดถึงอนาคต ตนยืนยันว่าปชป.ยุคใหม่ในการเลือกตั้งครั้งหน้า จะเคารพ และยึดมั่นในเสียงของประชาชน และวันนี้ปชป.วันนี้ให้โอกาสคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน ตนสัมผัสปชป.ครั้งแรกผ่านโครงการยุวปชป. โดยที่ไม่ได้มีการบังคับว่าต้องเห็นด้วย และมีอุดมการณ์เดียวกัน ตนคิดว่า การที่ปชป.กล้าส่งตนมาพูดวันนี้ ถ้าเขาไม่เปลี่ยนแปลงจริง เขาคงไม่กล้าส่งตนให้มาพูดในวันนี้

นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องเริ่มจากไม่เป็นศรัตรูกันก่อน แล้วใครมีหน้าที่อะไรก็ทำกัน ใครเป็นรัฐบาลก็ทำหน้าที่รัฐบาล ใครมีหน้าที่ฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่ อย่างไรก็ตาม วันนี้เราไปชี้ว่าคนโน้นคนนี้ผิด แต่การรัฐประหารจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าประชาชนไม่ยอมให้มันเกิด เรายังเห็นภาพดอกไม้ไปปักอยู่ปลายรถถังอยู่เลย วันนี้ตนจึงคิดว่า เราควรเคารพกติกา ต้องเริ่มจากตรงนี้ก่อน เราต้องเข้าไปในสภา ไปเห็นปัญหาให้ได้ก่อน แล้วไปแก้ไขปัญหา ตนเคยผ่านเหตุการณ์ต่างๆมาก่อน ถ้าเรามุ่งมั่นทำประโยชน์ให้บ้านเมือง ไม่ไปขุดรากเหง้ามาโจมตีกัน ถ้าเราอยู่ในกติกา ตนเชื่อว่า ไม่มีใครตายทางการเมือง แต่ละคนมีเส้นทางทางการเมืองของใครของมัน แต่เรามีจุดมุ่งหมายเดียวกัน วันใดถ้าบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยแล้ว เรามาช่วยกันทำให้สิ่งแปลกปลอมต่างๆเข้ามาไม่ได้

นายธนาธร กล่าวว่า ต้องไม่เรียกทหารออกมาทำรัฐประหาร ชีวิตตนเจอรัฐประหารมา 4 ครั้ง ทำให้เห็นว่า การทำรัฐประหารแก้ปัญหาประเทศไม่ได้ เราต้องกลับมาเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา อย่าคิด อย่าแก้ปัญหาทางการเมืองด้วยอำนาจนอกระบอบประชาธิปไตย ต่อมาคือ รัฐธรรมนูญ เนื้อหา และที่มาบิดเบี้ยว มีกระบวนการที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน เราต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ สังคมไทยจึงจะก้าวเดินไปได้ เพราะไม่ว่าพรรคไหนก้าวเข้ามาเป็นรัฐบาล เจอรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็เจอทางตันทั้งนั้น ทั้งนี้ ตนคิดว่า พรรคการเมืองที่มีอยู่ปัจจุบันทั้งหมดไม่สามารถเป็นตัวแทนของตนได้ ไม่ใช่ว่าพรรคการเมืองไหนดีหรือไม่ดี แต่ตนยังไม่เห็นว่า พรรคไหนที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยจริงๆ สิ่งที่ตนอยากทำก่อนตาย คือ อยากให้การทำรัฐประหารที่ไม่เป็นประชาธิปไตยครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย แล้วเวลาจะบอกเองว่าใครที่ปกป้องประชาธิปไตยจริงๆ พรรคการเมืองของตนสนุกมาก เพราะพรรคเราไม่มีมรดกทางการเมืองที่ตกทอดมา ดังนั้น เราจึงโหวดกันได้อย่างเสรี ระดมทุนกันบนโต๊ะได้แบบเสรี ที่ทำแบบนี้ก็เพื่อลดภาพ และตัวตนของตนจากพรรคลง ให้ตนต้องเคารพคนที่สนับสนุนพรรค ครั้งที่แล้วตนโหวตให้พรรคพท. แต่วันนี้ตนไม่รู้สึกว่า พรรคเพื่อไทยจะเป็นตัวแทนของตนได้แล้ว
เมื่อถามว่า ระบอบทักษิณมีจริงหรือไม่มีจริง คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ถ้าเราถามคำถามนี้ก่อนหน้านี้ 5-7 ปีคงจะไม่ชัด แต่วันนี้ เหตุการณ์ต่างๆและภาพต่างๆทำให้ชัดขึ้น อย่างแรก เราต้องไม่ปฏิเสธตัวบุคคล ที่เหมือนเป็นตัวเทนของการต่อสู้ระหว่างตัวแทนประชาชนที่มาจากการเลือกตั้ง กับอำนาจที่มีมานาน ซึ่งการต่อสู้แบบนี้มีมาก่อนนายทักษิณเสียอีก ถามว่าวันนี้ระบอบทักษิณคืออะไร ฝั่งหนึ่งอาจจะบอกว่าคือความชั่วร้าย แต่ฝั่งหนึ่งอาจจะบอกว่าเป็นการให้โอกาสคนชนบท ซึ่งมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับระบอบนี้ ทั้งนี้ วันนี้การต่อสู้ในวันที่ฝุ่นจางไปบ้างแล้ว แน่นอนว่ามีคนพยายามปลุกผีคำว่า ทักษิณ ขึ้นมาอยู่ตลอด แต่ตนคิดว่า เมื่อพิสูจน์แล้วหลายอย่างก็ไม่ใช่ ตนคิดว่า วันนี้ระบอบทักษิณเป็นเพียงการสมมติขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องหมายในการต่อสู้แย่งชิงอำนาจกัน ตนขอถามว่า วันนี้ไม่มีทักษิณทำไมยังมีทุจริต ไม่มีทักษิณ ทำไมยังมีปัญหาภาคใต้ ดังนั้น อย่างให้วาทะกรรมมาทำลายบรรยากาศประเทศเลย

ด้านนายพริษฐ์ กล่าวว่า ถ้าคำว่า ระบอบทักษิณ คือการลดความเหลื่อมล้ำให้กับคนในประเทศ ตนก็คงเป็นคึนหนึ่งในระบอบทักษิณ แต่ถ้าระบอบทักษิณคือการที่มีนโยบายที่ดีแล้วมีการคอรัปชั่นเขามาเกี่ยวข้องตนคิดว่า ตนไม่เอาด้วยกับระบอบนี้ เพราะตนเชื่อว่า นโยบายที่ดีไม่จำเป็นต้องมีการคอรัปชั่น
ขณะที่นายธนาธร กล่าวว่า ตนเคยร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรของนายสนธิ ลิ้มทองกุล แต่ตนเดินออกมาจากการชุมนุมเมื่อมีสัญญานว่ากลุ่มพันธมิตร ชุมนุมเพื่อให้มีการรับประหาร ตนคิดว่า กระบวนการยุติธรรมต้องฟังก์ชั่นได้ ฝ่ายค้านต้องมีอำนาจตรวจสอบ ถ้ามีแบบนี้แล้วเป็นเผด็จการประชาธิปไตยก็คงต้องยอม การสร้างกระบวนการประชาธิปไตยเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลานาน ดังนั้น ไม่ว่าระบอบทักษิณหรือรัฐบาลไหนมีปัญหาหรือไม่ เราต้องใช้ระบอบประชาธิปไตยในการแก้ปัญหาให้ถึงที่สุด
เมื่อถามว่า มีคนเสียชีวิตที่นี่เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง นายธนาธร กล่าวว่า ครั้งแล้วครั้งเล่าที่มีคนบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากการเมือง สิ่งต่างๆเหล่านี้คนทำผิดไม่เคยถูกนำตัวมาลงโทษ จึงเกิดการกระทำผิดแบบนี้ซ้ำซาก ตนคิดว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่มครก็ตามที่ละเมิดสิทธิ และเสรีภาพของประชาชนต้องถูกลงโทษ ตนไม่ทราบเบื่องหลังว่าใครเป็นคนทำ แต่ที่คนทราบคือ ไม่มีคนรับผิดชอบ
ด้านนายพริษฐ์ กล่าวว่า ไม่มีใครไม่เสียใจ แต่จะทำอย่างไรให้คนกระทำผิดได้รัโทษ นอกจากนั้นแล้ว เราต้องช่วยกันหาทางออก
เมื่อถามว่า พรรคการเมืองเก่ามีที่ทางให้กับคนรุ่นใหม่บ้างหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีสิ พรรคต้องการคนรุ่นใหม่ๆเข้ามาทำงาน เราไม่กีดขวางหรือจำกัดสิทธิใครเลย ไม่ใช่แค่คนรุ่นใหม่ แต่สตรี ผู้พิการ เราก็เปิดโอกาสให้
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ตนเป็นคนที่สนับสนุน และเชื่อมั่นในศักยภาพของคนรุ่นใหม่อยู่แล้ว
https://youtu.be/5naym18cv5I

