เป็นข้อเท็จจริงที่รอการพิสูจน์ สำหรับการออกมาเปิดเผยข้อมูลของเยาวชนรายหนึ่งที่ระบุว่าถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ของเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา
โดยภายหลังจากเหตุการณ์ ทุกภาคส่วนของราชการ ทั้งกองทัพบก กอ.รมน. กองทัพภาค 4 แม้กระทั่งนายกรัฐมนตรี ก็ออกมาตอบโต้ ระบุว่าไม่มีเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น
พร้อมยกข้อมูลว่าหากเป็นอาวุธที่ติดกับเฮลิคอปเตอร์ยิงมาจริง ก็ไม่น่าจะมีใครรอด อีกทั้งยังมีแพทย์ ที่ระบุถึงบาดแผล ว่าไม่ได้มาจากอาวุธที่มีกำลังทำร้ายล้างสูง โดยมุมยิงอยู่ที่ 30 องศา
อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริง ที่ยืนยันได้ ก็คือ เมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคม มีการใช้เฮลิคอปเตอร์และโดรนตรวจการณ์ในพื้นที่จริง
แต่ในคำชี้แจงฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ยืนยันว่าทหาร 4 นายที่ขึ้นไปกับเฮลิคอปเตอร์ ไม่มีผู้ใดถืออาวุธ
ขณะที่ผกก.สภ.จะแนะ ก็ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุได้ตั้งด่านหน้าสภ.จะแนะ และกลุ่มผู้เสียหายได้ขี่จักรยานยนต์ ผ่าน และเข้าสู่ด่านตรวจ
ผลการตรวจสอบไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย และอาวุธปืน จึงปล่อยผ่านด่านไป และในอีก 28 นาทีต่อมา ได้รับแจ้งว่ามีผู้ถูกยิงบาดเจ็บ เมื่อตรวจสอบก็พบว่าเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่เพิ่งผ่านด่านไป
อีกทั้งเมื่อตรวจสอบพื้่นที่เกิดเหตุ พบหัวกระสุนเอ็ม 16 อยู่กับรถจยย.กลุ่มผู้บาดเจ็บจริง รวมทั้งรอยกระสุนบนพื้นถนน
ซึ่งต่อจากนี้ผลการตรวจสอบจะเป็นอย่างไร ก็คงต้องรออย่างเป็นทางการ แต่ที่แน่ๆ เมื่อการตรวจสอบล่าช้า ข้อเท็จจริงที่ยังไม่ปรากฎ ความเชื่อก็จะเข้ามาแทนที่
และจะไม่เป็นผลดีต่อสถานการณ์โดยรวม

