แวดวงมหาดไทยร้อนฉ่ากันมาทันที เมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและมท.1 ออกอาการฉุนขาด กลางวงประชุมผู้ว่าฯทั่วประเทศ
จากกรณีที นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร หรือ ผู้ว่าเซมเบ้ รายงานว่ามีปัญหากับรองผู้ว่าซีฟู้ด ประกาศกร้าวจะย้ายผู้ว่าฯ
ลั่นว่าหากเป็นอย่างนี้ หน่วยงานก็อยู่ไม่ได้ พร้อมถามกลางที่ประชุมว่า รองผู้ว่าฯซีฟู้ดนี่เป็นใคร เคยเจอกันหรือไม่
พร้อมสั่งให้ปลัดมหาดไทย ไปจัดการให้เรียบร้อย ไม่งั้นจะถูกตั้งกรรมการสอบอีกราย
ตกค่ำก็ได้เรื่อง เมื่อปลัดมหาดไทย สั่งย้าย 5 รองผู้ว่าฯ แบบด่วนๆ โดย 2 ใน 5 มีรองผู้ว่าฯกุ้งแห่งจ.ภูเก็ตร่วมด้วย
คนหนึ่งไปอยู่สงขลา อีกคนหนึ่งไปอยู่นครศรีธรรมราช ในตำแหน่งรองผู้ว่าฯแบบเดิม
ตามมาด้วยการประชุมครม.เห็นชอบเด้ง ผู้ว่าเซมเบ้ จากภูเก็ตเข้ากรุรองปลัดกระทรวง แม้มท.หนู จะยืนยันว่าดีขึ้น แต่ในแวดวงเขารู้กัน มันดีขึ้นหรือแย่ลงอย่างไร
ทั้งนี้เมื่อส่องประวัติพบว่า ผู้ว่าเซมเบ้ ถือเป็นสิงห์ดำดาวรุ่งพุ่งแรง เป็นรองผู้ว่าฯตอนอายุ 43 ปี เป็นผู้ว่าครั้งแรก ตอนอายุ 45
เคยขึ้นชั้นเป็นอธิบดีกรมการปกครองมาแล้ว สมัยมท.อ้วนภูมิธรรม นั่งว่าการฯ แต่ก็อยู่เพียงแค่ 4 เดือน เมื่อมท.หนู ทวงคืนบัลลังก์ หลังกลับมาเป็นนายกฯอีกตำแหน่ง
มาตอนนี้ถูกเด้งไปเป็นรองปลัดเรียบร้อย ท่ามกลางเสียงโวยของนายอนุทิน ที่ว่ารองผู้ว่าจะมาใหญ่กว่าผู้ว่าได้ยังไง
ใครจะใหญ่กว่าใครไม่รู้ แต่ที่ แน่ๆ ผู้ว่าฯเด้งเข้ากรุเป็นที่เรียบร้อย!!!

