ตีแผ่ปัจจัยเสี่ยงคุกคามเด็ก-เยาวชน ทาสบุหรี่-ยาเสพติด ส่งผลความรุนแรงครอบครัว-ถนน “วัยรุ่น” เปิดอก สูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้าหนัก เหนื่อย-ไร้ประโยชน์ ตัดใจถอยก็ไม่ง่าย พร้อมเตือนอย่าริลอง ของทำลายสุขภาพ
เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติ 2567 ภายใต้หัวข้อ “WHY ? ทำไม ? ไม่เข้าใจวัยรุ่น” ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร มูลนิธิเด็ก เยาวชนและครอบครัว เพื่อกระตุ้นให้ครอบครัว ชุมชน และสังคมเข้าใจวัยรุ่น รวมถึงปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องและนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน โดยมีบูธกิจกรรมและนิทรรศการที่น่าสนใจ และจัดแสดงละครสะท้อนปัญหาช่วงชีวิตวัยรุ่นที่นำไปสู่ความเสี่ยง โดย ทีมเฉพาะกิจเธียเตอร์
นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า การจัดกิจกรรมรณรงค์ในวันนี้ เพื่อให้ผู้ใหญ่เปิดใจและพยายามทำความเข้าใจธรรมชาติและความเป็นไปของวัยรุ่น และตีแผ่ปัญหาปัจจัยเสี่ยง สะท้อนจุดยืนและการดำเนินงานของ สสส. ที่ต้องการสร้างเสริมสุขภาวะในเด็กและเยาวชน ไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง ทั้งบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สิ่งเสพติด และการพนัน โดย สสส. ได้จุดประกาย กระตุ้น สาน และเสริมพลัง ให้บุคคล ชุมชน และองค์กรทุกภาคส่วน ให้มีขีดความสามารถ และสร้างสรรค์สังคมสุขภาวะ

นางสาวรุ่งอรุณ กล่าวต่อว่า จากผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2564 พบเยาวชน อายุ 15-24 ปี สูบบุหรี่อยู่ที่ 12.7% ลดจากปี 2560 ที่อยู่ที่ 15.4% ส่วนนักสูบหน้าใหม่ที่สูบบุหรี่ไม่เกิน 1 ปี มี 211,474 คน ในจำนวนนี้ 73.7% เริ่มสูบบุหรี่ช่วงอายุ 15-19 ปี ขณะที่การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของกลุ่มอายุ 15-24 ปี มีแนวโน้มลดลงเหลือ 20.9% หรือประมาณ 1.9 ล้านคน ในปี 2564 จากเดิมอยู่ที่ 23.5-29.5%ในปี 2547-2558 พบดื่มแล้วขับ 33.06% ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนถนน ขณะที่ 25.09% ดื่มแล้วขับทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารบาดเจ็บและเสียชีวิต
“นอกจากนี้การดื่มยังเป็นปัจจัย 1 ใน 4 ของความรุนแรงในครอบครัว ส่วนปัญหาการพนัน ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รายงานข้อมูล ปี 2566 มีพบกลุ่มอายุ 15-25 ปี เล่นพนันออนไลน์ 2.9 ล้านคน ในจำนวนนี้ 1.4 ล้านคน เสี่ยงเป็นนักพนันหน้าใหม่ 739,000 คน เสี่ยงเกิดภาวะซึมเศร้า และใช้สารเสพติดสูงกว่าคนทั่วไป 2-5 เท่า ทั้งนี้การเล่นพนันมีผลต่อสมองของเด็ก ยิ่งเลิกยิ่งติดจนขาดความยับยั้งช่างใจ กลายเป็นคนลักขโมยเอาเงินไปเล่นพนัน ซึ่งเข้าถึงง่ายผ่านทางออนไลน์” นางสาวรุ่งอรุณ กล่าว


“อยากจะบอกเพื่อนๆ ว่าไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่ง หรือลองสูบ ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่มวน หรือบุหรี่ไฟฟ้าเลย เพราะมันไม่ได้มีผลดี มีแต่ผลเสีย อันนี้พูดจากปากที่ลองมาแล้ว ทำมาแล้ว และตอนนี้ยังทำอยู่ ก็อยากบอกจริงๆ ว่ามันไม่มีประโยชน์” นางสาวแพท กล่าว






