เด็กเหนือ 2 ล้านคน เผชิญวิกฤตฝุ่น PM 2.5 เซฟ เดอะ ชิลเดรน วอนเดินหน้า พ.ร.บ.อากาศสะอาด

15.04.26 | 15:21 น.

เด็กเหนือ 2 ล้านคน เผชิญวิกฤตฝุ่น PM 2.5 เซฟ เดอะ ชิลเดรน วอนเดินหน้า พ.ร.บ.อากาศสะอาด

 

เมื่อวันที่ 15 เมษายน เซฟ เดอะ ชิลเดรน เรียกร้องให้เร่งเดินหน้าพระราชบัญญัติอากาศสะอาดให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว หลังเด็กกว่า 2 ล้านคนในภาคเหนือกำลังเผชิญฝุ่น PM2.5 ในระดับอันตรายต่อเนื่อง โดยชี้ว่านี่ไม่ใช่เพียงปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่เป็นวิกฤตสิทธิเด็ก ขณะที่กฎหมายได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้วแต่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภา ส่งผลให้เด็กยังคงต้องหายใจอากาศเป็นพิษในทุกวัน

สถานการณ์ฝุ่นในปีนี้รุนแรงขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคม และยืดเยื้อต่อเนื่องหลายสัปดาห์ เด็กจำนวนมากต้องหยุดกิจกรรมกลางแจ้ง เรียนออนไลน์ หรือใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ปิดเป็นเวลานาน ส่งผลต่อทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และพัฒนาการในระยะยาว  จากการทำงานในพื้นที่ของเซฟ เดอะ ชิลเดรนในจังหวัดเชียงใหม่ สะท้อนต่อของสถานการณ์นี้

ด.ญ.กานดา วัย 7 ขวบกล่าวว่า “ไม่ชอบที่ต้องอยู่แต่ในบ้าน เพื่อนๆ ก็ไม่ได้ออกมาเล่นข้างนอกด้วยกัน ไม่อยากให้อากาศมีแต่ฝุ่นแบบนี้ สงสารปอด” ขณะที่ ด.ญ.ปวี วัย 7 ขวบกล่าวว่า “รู้สึกอึดอัดที่ต้องใส่หน้ากากตลอดเวลา อยากให้ทุกคนช่วยคิดถึงเด็กๆ ”

ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเด็กมีทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยในระยะสั้นพบอาการเจ็บป่วย เช่น ไอ จาม ภูมิแพ้ และในบางกรณีมีเลือดกำเดาไหลจากการสัมผัสฝุ่นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ในระยะยาวงานวิจัยหนึ่งชี้ให้เห็นว่า การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษทางอากาศเป็นเวลานานอาจส่งผลให้ปอดของเด็กพัฒนาได้ไม่เต็มที่และเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพเรื้อรัง รวมถึงอาจกระทบต่อการเรียนรู้และพัฒนาการโดยรวม

Advertisement

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงการที่เด็กจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กของสหประชาชาติ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการมีสุขภาพที่ดี การพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ และการเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย

นายกีโยม ราชู ผู้อำนวยการบริหาร เซฟ เดอะ ชิลเดรน กล่าวว่า “ทุกวันที่กฎหมายยังไม่มีผลบังคับใช้ คือความเสี่ยงต่อสุขภาพ การเรียนรู้และอนาคตของเด็กที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับหลายฝ่าย ผลกระทบอาจเป็นเพียงตัวเลขของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ แต่สำหรับ นี่คือความจริงที่เกิดขึ้นกับชีวิตของพวกเขาในทุกวัน ปัญหานี้เรารอไม่ได้ นี่คือวิกฤตที่กระทบสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็ก เราจึงขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนเร่งดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อให้กฎหมายอากาศสะอาดสามารถมีผลบังคับใช้ได้โดยเร็วที่สุด เพราะเด็กไม่ควรต้องรอให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปมากกว่านี้”

นายกีโยม ราชู ผู้อำนวยการบริหาร เซฟ เดอะ ชิลเดรน

ในฐานะองค์กรที่ทำงานด้านสิทธิเด็ก เซฟ เดอะ ชิลเดรน ได้ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้มีส่วนร่วมในการสะท้อนปัญหาและเสนอแนวทางแก้ไขต่อผู้กำหนดนโยบาย รวมถึงการร่วมพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายที่สอดคล้องกับบริบทในระดับพื้นที่และระดับประเทศ

นอกจากนี้ เซฟ เดอะ ชิลเดรน ยังเตรียมดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานด้านการศึกษาและภาคประชาสังคมในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อบรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัญหาฝุ่น PM2.5 ลงในกระบวนการเรียนการสอน เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีความรู้และทักษะในการรับมือกับปัญหาในระยะยาว

ด้าน ธนพล เขียวละม้าย ผู้เชี่ยวชาญด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ เซฟ เดอะ ชิลเดรน กล่าวว่า “ภาครัฐมีความจำเป็นต้องมีมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาเด็กและประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน รวมถึงการพัฒนาแผนป้องกันภัยและระบบการดำเนินงานเชิงคาดการณ์ล่วงหน้า (Anticipatory Actions) เพื่อให้สามารถให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้ล่วงหน้าโดยไม่ต้องรอให้มีการประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยก่อน”