เสียงจาก “ลีด-ทูตกิจกรรม” งานบอลจุฬาฯ-มธ. อยากเห็นคนรุ่นใหม่ปลุกสปิริตเพื่อสังคม

ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมของเหล่านิสิต-นักศึกษา ที่เหล่าคนรุ่นใหม่ รวมไปถึงแวดวงการเมืองและกีฬา ต่างให้ความสนใจ สำหรับงานฟุตบอลประเพณี ระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ก่อกำเนิดมาตั้งแต่ปี 2477 เพื่อเสริมสร้างความรักและสามัคคีของนิสิตและนักศึกษา 2 สถาบัน ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือในการบำเพ็ญประโยชน์แก่ประเทศชาติ ซึ่งได้จัดขึ้นเป็นประจำในทุกๆ ปี

ในปีนี้ งานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ได้ดำเนินมาเป็นครั้งที่ 72 แล้ว โดยได้เลือกเอาธีม Our Rise ปลุกสปิริตให้สังคม มาเป็นแนวคิดหลักในการจัดงานครั้งนี้ ซึ่งนอกจากไฮไลต์อย่างฟุตบอลแล้ว ก็ยังคงมีความน่าสนใจอย่างขบวนพาเหรดล้อการเมือง การแปรอักษร เชียร์ลีดเดอร์ ทูตบำเพ็ญประโยชน์ รวมถึงกิจกรรมจิตอาสาต่างๆ ซึ่งได้ถือโอกาสเปิดตัว ณ ลานสยามสแควร์วันไปแล้ว

ก่อนจะถึงงานฟุตบอลในวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ ณ สนามศุภชลาศัยกรีฑาสถานแห่งชาติ จึงพาไปรู้จักกับเหล่าผู้แทนด้านต่างๆ ของทั้งสองมหาวิทยาลัย ที่จะมาเปิดแนวคิด ปลุกสปิริตคนรุ่นใหม่

เริ่มต้นด้วย อดีตนางสาวไทยประจำปี 2557 อี้-วิลาสินี จันทร์วุฒิวงศ์ ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาลัยนวัตกรรม สาขาการจัดการมรดกวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่อยากจะทำประโยชน์ให้กับมหาวิทยาลัยจึงได้ออกมาคัดเลือกเป็นดรัมเมเยอร์ในครั้งนี้ เผยว่า แม้ว่าจะคนละตำแหน่ง แต่นางสาวไทยและการเป็นทูตกิจกรรม (ดรัมเมเยอร์) ก็มีอะไรที่คล้ายคลึงกันหลายอย่าง นั่นคือเรื่องการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม ได้ช่วยคนยากไร้ และต้องมีความอดทน พยายามอย่างมาก ถือเป็นตัวแทนการปลุกสปิริตของคนรุ่นใหม่ได้อย่างดี

วิลาสินี-จันทร์วุฒิวงศ์

“สปิริตของคนรุ่นใหม่นอกจากจะต้องรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองอย่างตั้งใจเรียนแล้ว ยังต้องอยู่ในศีลธรรมอันดี ไม่ก้าวร้าวจนเดือดร้อนผู้อื่น รวมทั้งต้องทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นจึงจะเรียกว่ามีสปิริตที่แท้จริง โดยอาจเริ่มจากเรื่องใกล้ตัว อย่างการศึกษา ที่เห็นได้ว่าเด็กแต่ละที่ได้รับโอกาสไม่เท่ากัน เราเองสามารถเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันการศึกษาให้พัฒนาขึ้นได้ เพราะเราเป็นผู้ผ่านระบบการศึกษานี้เอง” อี้-วิลาสินีกล่าว

อีกหนึ่งสาวเชียร์ลีดเดอร์จากรั้วเหลือง-แดง วิว-ชนกนันท์ วิไลพงษ์ ชั้นปีที่ 4 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยว่า พลังของคนรุ่นใหม่คือความแตกต่าง ยิ่งกับยุคที่ทุกคนเป็นสื่อได้ด้วยตัวเอง ผ่านโซเชียลมีเดียและโลกออนไลน์ คนรุ่นใหม่ต้องดึงเอาความกล้าคิดกล้าทำของตัวเองออกมา ปลุกพลังทำความดี จิตอาสา ให้กับสังคม เพราะนี่คือสิ่งที่สังคมต้องการ

ชนกนันท์ วิไลพงษ์

ขณะที่เจมี่-จุฑาพิชญ์ อินทร์จันทร์ คณะนิเทศศาสตร์ ชั้นปีที่ 2 จุฬาคทากร รุ่น 9 เผยว่า การมาเป็นคทากรนี้แม้จะเป็นหน้าที่เล็กๆ แต่ก็เป็นความภูมิใจเพราะได้เอาชนะตัวเอง ฝึกซ้อมในแต่ละวัน ใช้ความอดทน เสียสละเวลาที่จะไปทำอย่างอื่น ถือเป็นความท้าทายในชีวิต นอกจากนี้ยังได้ทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่างๆ เป็นตัวอย่างของการปลุกพลังเยาวชนคนรุ่นใหม่ 

จุฑาพิชญ์ อินทร์จันทร์

“ส่วนตัวมองว่าสิ่งนี้ต้องเริ่มจากตัวเอง เริ่มจากการเป็นพลเมืองที่ดี เคารพกฎหมาย ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน จึงจะมีพลังไปสร้างสรรค์อย่างอื่นได้” เจมี่-จุฑาพิชญ์กล่าว

ขณะที่ดับเบิ้ล-ทัพพ์เทพ จิระประเสริฐกร ปี 2 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี และปราง-ชรีนาฏ สิทธิการุณ ชั้นปีที่ 3 คณะนิติศาสตร์ 2 ผู้อัญเชิญพระเกี้ยว จุฬาฯ ซึ่งที่ผ่านมามีโอกาสได้ทำกิจกรรมจิตอาสาปลูกเมล็ดพันธุ์พืชในป่าลึก รวมถึงการรณรงค์รับบริจาคเลือด มองร่วมกันว่า สปิริตนั้นอยู่ในตัวของทุกคน คือความไม่ยอมแพ้ และความกล้าที่จะออกจากคอมฟอร์ตโซนของตัวเอง กล้าที่จะแตกต่าง ยิ่งกับยุคที่โลกออนไลน์มีอิทธิพลต่อชีวิตอย่างมากนี้ เยาวชนก็ได้แสดงออกผ่านแคมเปญต่างๆ ในออนไลน์เยอะขึ้น เปิดพื้นที่ต่างๆ อย่างมาก

“การจะเลือกหยิบประเด็นใดขึ้นมารณรงค์นั้น อาจจะต้องมองว่าสังคมต้องการอะไร และอาจเริ่มง่ายๆ อย่างการบริจาคสิ่งของให้คนที่ลำบาก เพราะแม้จะดูไม่มาก แต่เป็นการคืนต้นทุนชีวิตให้เท่ากันของทุกคนได้” ทั้งสองออกความเห็น

ดับเบิ้ล-ทัพพ์เทพ และปราง-ชรีนาฏ สิทธิการุณ

ปิดท้ายด้วยเชียร์ลีดเดอร์รั้วจามจุรี ภควัต วิภวพาณิชย์ ชั้นปีที่ 2 คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ที่มองบทบาทของคนรุ่นใหม่ว่า แม้จะมีความกล้าคิด กล้าทำ แต่มักแสดงออกอยู่ในโลกออนไลน์ ไม่ค่อยออกมาเคลื่อนไหวในโลกความเป็นจริง

“การจะปลุกสปิริตของคนรุ่นใหม่ขึ้นมานั้น จึงต้องรณรงค์ให้คนเจนใหม่ลุกขึ้นออกมาฉีกกรอบตัวเอง แสดงออกถึงการทำความดีเพื่อสังคมโดยไม่เดือดร้อนผู้อื่น มีความอดทน ซึ่งอาจสามารถแสดงออกง่ายๆ ด้วยการลุกขึ้นมาทำจิตอาสาเล็กๆ น้อยๆ ก่อน” ภควัตกล่าว 

ปลุกพลังคนรุ่นใหม่

ภควัต วิภวพาณิชย์

บทความก่อนหน้านี้การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำ โดย:ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ฉลอง เกิดพิทักษ์
บทความถัดไปวิถีการแก้ปัญหาของ’แอปเปิล’ เมื่อเจอปัญหาเรื่องแบตเตอรี่