มท. จัดประกวด ผ้าลายขอสมเด็จฯ-เจ้าฟ้าฯ ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ รอบภาคเหนือ ต่อยอดสร้างสรรค์

31.08.26 | 19:03 น.

มหาดไทยลุยเชียงใหม่ จัดประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขอสมเด็จฯ – เจ้าฟ้าฯ” และ “ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ” รอบภาคเหนือ เฟ้นหาสุดยอดผลงานผ้าและหัตถกรรมฝีมือคนไทย ต่อยอดสร้างสรรค์เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน


เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 31 สิงหาคม ที่นิมมาน คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ โรงแรมยูนิมมาน อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานเปิดการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขอสมเด็จฯ – เจ้าฟ้าฯ” และ “ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ” และงานหัตถกรรม ประจำปี 2569 รอบภาคเหนือ โดยมี นางอรจิรา ศิริมงคล อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทยและประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน นางวิยะดา นราดิศร ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงใหม่ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน คณะผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน หัวหน้าส่วนราชการ พัฒนาการจังหวัด ที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย และภาคีเครือข่าย เข้าร่วม

นายสยาม เผยว่า วันนี้เป็นการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายขอสมเด็จฯ – เจ้าฟ้าฯ” และ “ผ้าลายบุปผาบรมราชินีนาถ” และงานหัตถกรรม รอบที่ 3 ของปี 2569 ที่ภาคเหนือ ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ช่างทอผ้าและช่างหัตถกรรมทั่วประเทศ ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทาน “โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก” และแนวทางให้มีการจัดกิจกรรมการประกวด โดยมีพื้นฐานสำคัญ คือ “การขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืน” และได้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปี ซึ่งในระหว่างการรับสมัครประกวด ก็จะมีการโค้ชชิ่งจนถึงรอบตัดสิน กระทั่งผู้ชนะเลิศการประกวดแต่ละประเภทเข้ารับพระราชทานรางวัลจากพระหัตถ์ที่กรุงเทพมหานครในข่วงปลายปี และด้วยพระอัจฉริยภาพและพระวิสัยทัศน์ พระองค์ได้พระราชทานอีกหลายแนวคิด และหลายกิจกรรม ทั้งการพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ และกิจกรรมสันทนาการอื่น ๆ เพื่อความยั่งยืนและส่งต่อภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น

Advertisement

นายสยาม ยังระบุว่า “โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก” ได้สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก และทำให้ประเทศมีอัตลักษณ์ มีพื้นฐานงานหัตถศิลป์ หัตถกรรมที่ดี และสามารถต่อยอดไปเป็นชุดไทยพระราชนิยม ชุดแฟชั่นต่าง ๆ หรืองานเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงงานอื่น ๆ ได้ อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม โครงสร้างหลักของกิจกรรมตามโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก ที่ต้องเน้นย้ำไปยังทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง และผู้มีหน้าที่ปฏิบัติ นั่นคือ “การประกวดลายผ้าพระราชทาน” ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นทางจังหวัดหรือผู้อยู่ในแวดวงช่างทอผ้า ภาคเอกชน และเจ้าหน้าที่ของกรมการพัฒนาชุมชน หรือผู้ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย เมื่อมีการพระราชทานลายผ้าในแต่ละปี ท่านจะต้องลงพื้นที่ไปร่วมกับชาวบ้านที่เป็นช่างทอผ้า และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ดำเนินการพัฒนาลายผ้า เพื่อที่จะเป็นการกระตุ้นการแข่งขันการประกวด รวมถึงการกระตุ้นการส่งเสริมการใช้ผ้าไทย

“ขอขอบคุณผู้เชี่ยวชาญผ้าไทย กรรมการตัดสินทุกท่านที่ให้เกียรติเดินทางมาเป็นกรรมการตัดสินในรอบภาคเหนือ ซึ่งล้วนเป็นกิจกรรมที่ทำให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน และขอให้การประกวดในครั้งนี้เป็นแนวทางสำคัญไปสู่การพัฒนาภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมไทย สู่งานฝีมือที่สร้างสรรค์ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับประชาชนต่อไป” นายสยาม กล่าวเพิ่มเติม

การประกวดผ้าลายพระราชทานในครั้งนี้ มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวด 1,773 ชิ้น จากผู้ส่งผลงานทั้งประเทศ 10,948 ชิ้นงาน โดยเป็นประเภทผ้า 1,653 ผืน งานหัตถกรรม 120 ชิ้น และผ่านเข้าสู่การประกวดรอบระดับภาคเหนือ 849 ชิ้นงาน จำแนกเป็น ผ้า 759 ผืน และหัตถกรรม 90 ชิ้น โดยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมตัดสิน ได้แก่ นายมีชัย แต้สุจริยา ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ทอผ้า) ปี 2564 พจน์ หาญพล เลขาธิการสมาคมสหประชาชาติแห่งประเทศไทย ธนันท์รัฐ ธนเสฏฐการย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผ้าไทยและหัตถกรรม และที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ดร.ศรินดา จามรมาน ที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ดร.กรกลด คำสุข รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผศ.ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน ประธานหลักสูตรแฟชั่น สิ่งทอ และเครื่องตกแต่ง วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คุณนุวัฒน์ พรมจันทึก ผู้เชี่ยวชาญด้านการย้อมสีธรรมชาติ และศิริชัย ทหรานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทยและเจ้าของแบรนด์ THEATRE

ทั้งนี้ หลังจากเสร็จสิ้นการประกวดในระดับภาคแล้ว จะมีการจัดการประกวดรอบตัดสิน ระดับภาค (Quarter Final) ในวันที่ 11 กันยายน 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ต่อไป