ร้านเจ๊โอว ร้านข้าวต้มชื่อดัง เมนูไม่เหมือนใครถูกใจวัยรุ่น คอลัมน์ ตามรอยพ่อไปชิม

มาม่าโอ้โหหน้ากรรเชียงปูรวม

ขอนำร้านข้าวต้มพุ้ยเจ้าเก่าในย่านบรรทัดทองมาเล่าใหม่ เดิมร้านนี้คือขวัญใจคนวัยหนุ่มใหญ่ใจยังสู้เหมือนปิ่นโตเถาเล็ก แต่เจ้าของร้านมีกลเม็ดเด็ดพรายปรับเพิ่มเมนู จนบัดนี้กลายเป็นร้านฮอตฮิตสุดดังปังระเบิดในหมู่นิสิต นักศึกษา รวมทั้งคนวัยแรกเริ่มทำงาน ทุกค่ำคืนมีผู้มายืนออรอชิมยาวเหยียดยิ่งกว่างูอนาคอนด้าเสียอีก ร้านนี้มีชื่อว่า “เจ๊โอว”

ร้านเจ๊โอวมีชื่อเต็มว่า “เจ๊โอว ข้าวต้มเป็ด” เปิดมานมนาน 3 ชั่วอายุคน กว่าครึ่งศตวรรษ เริ่มจากรุ่นก๋งกับอาม่าขายแต่ข้าวต้มเป็ด กระเพาะหมู และเป็ดพะโล้ พอมาถึงรุ่นแม่ซึ่งก็คือเจ๊โอว จึงริเริ่มเพิ่มเมนูทีละอย่าง 2 อย่าง เช่น ผัดผักบุ้ง เกี่ยมไฉ่ หมูกรอบ ในที่สุดเลยกลายเป็นร้านข้าวต้มพุ้ยเต็มรูปแบบมีเมนูสารพัดชนิด ชื่อร้านจึงมีคำว่าข้าวต้มเป็ดต่อท้ายด้วยประการฉะนี้แล

สมัยที่ปิ่นโตเถาเล็กไปชิมครั้งแรกนั้น ร้านเจ๊โอวอยู่แถวซอยจุฬา 22 ใกล้กับตลาดสวนหลวง ซึ่งตอนนี้กลายเป็นสวนสวยชื่อว่า อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เจ๊โอวจึงขยับข้ามฟากมาอีกฝั่งของ “สี่แยกจรัสเมือง” ได้นาน 4 ปีแล้ว เลี้ยวจากถนนบรรทัดทองมาเพียง 50 เมตร ก็จะเห็นตัวร้านอยู่ทางขวามือ “ริมถนนจรัสเมือง” จอดริมถนนในละแวกนั้นได้เลย

ร้านเจ๊โอวยังเปิดขายเฉพาะมื้อค่ำเช่นเดิม ช่วงแดดร่มลมตกราว 5 โมงครึ่งไปจนถึงตี 1 ที่ใหม่นี้เปิดไฟสว่างไสว ผู้คนคึกคักมานั่งรอคิวริมทางเท้าเป็นทิวแถว มีเชือกกั้นเป็นแนวยาวอย่างเป็นระเบียบ ใครมาร้านนี้ถือเป็นการฝึกความอดทนไปในตัว ผมเคยตามลูกสาวมาโดยไม่ได้จองล่วงหน้า ต้องรอนานถึง 1 ชั่วโมงครึ่งทีเดียว

ความจริงแล้วในแต่ละวันก่อนเปิดร้านเล็กน้อยตอน 16.30 น. เขาจะเปิดให้โทรจองโต๊ะ “วันต่อวัน” ได้ด้วยที่เบอร์ 06-4118-5888 ซึ่งจะ “จำกัดแค่เพียง 15 คิวจองต่อชั่วโมงเท่านั้น” โดยจะสลับคิวเข้าร้านระหว่างพวกที่ไม่ได้จองกับพวกที่จองล่วงหน้าไว้ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยร่นระยะเวลารอโต๊ะได้ครึ่งหนึ่งเลย แต่ละวันจะมีคนโทรเข้ามาจองจนคิวเต็มหมดในพริบตา ผมเลยมีเคล็ดลับในการจองคิวมาฝาก คือให้รีบโทรไปอีกเบอร์ “08-1682-8816 ตั้งแต่หลังเที่ยง” เบอร์นี้จะเปิดรับคิวก่อนใคร โอกาสที่แฟนๆ จะเป็นผู้โชคดีในคืนนั้นจึงมีมากขึ้น

ยำปลาแซลมอน เมนูดังในหมู่วัยรุ่น

ควรยกโขยงมากันเป็นหมู่คณะ จะได้สั่งอาหารหลากหลาย เพราะร้านนี้มีของกินอร่อยเพิ่มขึ้นมาอีกเพียบ เมนูใหม่โดนใจวัยรุ่นต้อง “ยำปลาแซลมอน” (1 ขีดครึ่ง 250 บาท – 3 ขีด 450 บาท) น้ำยำแซบจี๊ดจ๊าดเหมือนน้ำจิ้มซีฟู้ด ปรุงเพิ่มด้วยพริกขี้หนูแดง ผักชีฝรั่งซอยละเอียด กระเทียม สะระแหน่ เนื้อปลาแซลมอนสดหอมมันนั้นอันที่จริงคือ ปลาเทราต์นอร์เวย์ ที่รสชาติหน้าตาเหมือนแซลมอนเกือบทุกกระเบียดนิ้ว แต่จะมีสีส้มสดกว่าและเนื้อแน่นอร่อยเต็มคำกว่า จนเด็กรุ่นใหม่แห่กันมาชิมตามเสียงร่ำลือ

หมูกรอบ

ที่ห้ามพลาดอีกอย่างคือ “หมูกรอบ” (100-160-200 บาท) หนังพองกรอบสุดสุด มันน้อยกินแล้วไม่เลี่ยน จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดหรือจะจิ้มซีอิ๊วดำยิ่งเข้ากันดี (ถ้าถูกใจอยากซื้อทั้งชิ้นก็คิดเส้นละ 400 บาท) โดยจะทาด้วยเกลือทิ้งไว้ 1 คืน แล้วนำมาทอด เทน้ำมันลงไปให้ท่วมแล้วค่อยจุดไฟปานกลาง ทอดนาน 1 ชั่วโมง จนหมูกรอบลอยขึ้นมา แล้วเร่งไฟตอนจบเพื่อให้หนังกรอบ

คอหมูทอด
หอยลายผัดพริกเผา

นอกจากนี้ยังมีของอร่อยดั้งเดิมอย่าง “คอหมูทอด” ชิ้นโตๆ (มีหลายขนาด 200-400 บาท) ที่เคี้ยวมันเคี้ยวเพลินหนึบนุ่ม กินแล้วหยุดไม่ได้ อีกทั้ง “หอยลายผัดพริกเผา” (100 บาท) ที่โด่งดังในโลกโซเชียลจนติดอันดับเมนูขายดี

ปลาตาเดียวทอด

แต่ก่อนนั้นร้านเจ๊โอวจะดังเรื่อง “ปลาทอด” มาก มีปลาหลากหลายชนิดหลายขนาดใส่ถาดเรียงรายเต็มไปหมด พร้อมทั้งเขียนราคาปลาแต่ละตัวใส่กระดาษไว้เสร็จสรรพ บัดนี้ยำปลาแซลมอนมาแรงแซงหน้าไปหลายช่วงตัว ตอนนี้เลยทำปลาทอดจำนวนน้อยกว่าเดิมในแต่ละคืน โดยจะใส่ไว้ในตู้กระจก โดยมี “ปลาเก๋า ปลาตาเดียว ปลาอินทรี ปลากะพงทอด” ให้เลือก (สนนราคา 200 กว่าบาทจนถึง 500 กว่าบาท ซึ่งคืนนั้นเราสั่ง “ปลาตาเดียวทอด” ชิ้นโตๆ ท่อนตรงกลาง ราคา 300 กว่าบาท) จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ดอร่อยอย่าบอกใคร นอกจากนี้ก็มีปลากะพงย่างเกลือกับนึ่งมะนาว และปลาหิมะนึ่งซีอิ๊ว

น้องเก๊า หนุ่มใหญ่รุ่นที่ 3 ลูกชายเจ๊โอวบอกว่า สำหรับลูกค้าเก่า ถ้าคิดถึงอยากกินปลากุเลา ปลาข้างเหลืองทอด ให้โทรมาจองกับเก๊าล่วงหน้าสัก 2 วัน จะจัดหาไว้ให้เป็นพิเศษ

ไข่เจียวหัวไชโป๊ว

อีกอย่างที่เป็นของโปรดสำหรับคนทุกวัยก็คือ “ไข่เจียวหัวไชโป๊ว” (50 บาท) ขอบอกว่าอร่อยจนยกนิ้วให้สองมือเลย เจียวหัวไชโป๊วหวานจนเหลือง แล้วตอกไข่ใส่ค่อยๆ คลุกเคล้าจนจับตัวเป็นก้อนหนานุ่ม ส่วนต่างชาติจะนิยมสั่ง “ไข่เจียวกุ้งสับ”

ผัดกุยช่ายขาวเต้าหู้เหลืองทอดหมูกรอบ
ผัดผักกระเฉด

ส่วนผัดผักยอดฮิตร้านนี้ต้อง “กุยช่ายขาวผัดเต้าหู้เหลืองทอดและหมูกรอบ” (100 บาท) รวมไปถึง “ผัดผักกระเฉด” และ “ผัดปวยเล้ง”

เดี๋ยวนี้ที่ร้านเจ๊โอวมีเมนูเด็ดภาคดึก สั่งได้หลัง 5 ทุ่มชื่อว่า “มาม่าโอ้โห” คือมาม่าต้มยำที่ใส่เส้น 2 ห่อ เพิ่มเครื่องต้มยำเป็นพิเศษและเติมนมข้นจืดจนหอมมัน ปรุงรสแซบจี๊ดจ๊าด ตอกไข่ดิบใส่อีก 2 ฟอง เสิร์ฟมาเป็นหม้อใหญ่ มีตั้งแต่หน้ามาตรฐาน “มาม่าโอ้โหหน้าหมูสับ” ใส่หมูสับเป็นก้อนๆ “หน้าหมูกรอบ” (อย่างละ 120 บาท) “หน้าทะเล” (180 บาท) “หน้ากรรเชียงปู” (640 บาท) “หน้ารวม” (250 บาท) ใส่หมูสับ หมูกรอบ กุ้ง ปลาหมึก และที่อลังการหม้อใหญ่ยักษ์คือ “หน้ากรรเชียงปูรวม” (800 บาท) กินได้ 5-6 คน เพิ่มเส้นเป็น 4 ห่อ ไข่ดิบ 4 ฟอง เครื่องจัดเต็มทุกอย่าง

มาม่าโอ้โหหน้ากรรเชียงปูรวม

เจ๊โอวยังมีเมนูเด็ดอีกมากมาย เช่น “หอยแครงลวก เป็ดพะโล้” รวมถึง “เลือด ขา ปีก ลิ้นเป็ด ไก่ทรงเครื่อง” ที่ใช้ไก่ 2 สายพันธุ์ ไก่บ้านผสมไก่ขาว เนื้อนุ่มหนึบหอมน้ำซีอิ๊วที่ราดมา โรยกระเทียมเจียว พริกไทย และผักชี วันนึงมีแค่ 2-3 ตัวเท่านั้น อีกทั้ง “กรรเชียงปูนึ่ง” เนื้อสดหวานจากชลบุรี นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี

ด้วยเพราะของกินอร่อยหลากหลายขนาดนี้ แถมยังมีเมนูเอกลักษณ์ไม่เหมือนร้านไหน จึงทำให้เป็นที่โปรดปรานของคนทุกเพศทุกวัย อยากไปเล่นงูกินหางรอคิวร้านเจ๊โอว อย่าลืมโทรไปจองก่อนในวันนั้นที่เบอร์ 08-1682-8816 ร้านเปิดตอนเย็น 5 โมงครึ่งไปจนถึง ตี 1 นะจ๊ะ


เจ๊โอว

โดย คุณหมวย แซ่ฉั่ว (เจ๊โอว)

ที่ตั้ง 113 ถ.จรัสเมือง รองเมือง ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

โทร 06-4118-5888, 08-1682-8816

เปิดบริการ 17.30-01.00 น. (นั่งได้ถึง 02.00 น.) ทุกวัน

หยุด ปีใหม่ ตรุษจีน สงกรานต์ สารทจีน

แนะนำ ยำปลาแซลมอน หมูกรอบ คอหมูทอด หอยลายผัดพริกเผา ปลาตาเดียวทอด ไข่เจียวหัวไชโป๊ว กุยช่ายขาวผัดเต้าหู้เหลืองทอดและหมูกรอบ ผัดผักกระเฉด มาม่าโอ้โห (เมนูนี้มีหลัง 5 ทุ่ม) หอยแครงลวก เป็ดพะโล้ ไก่ทรงเครื่อง กรรเชียงปูนึ่ง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้พระจริยวัตรงดงาม พระองค์หญิงสิริวัณณวรี ทรงกราบ สังฆราช เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ
บทความถัดไป‘อัศวิน’ สั่งระงับรื้อตึกถล่มหน้า ม.รามฯ ทันที พร้อมห้ามเข้า-ออกอาคาร