คอลัมน์ ชิมชิล-ชิล : La Cocorico

15.10.16 | 16:15 น.

ผมเดินผ่านป้ายร้าน “La Cocorico ลา โคโคริโค” บ่อย เห็นอยู่ปากซอยสุขุมวิท 33 ชื่อร้านเป็นฝรั่งเศส ก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก แต่วันหนึ่งมีเพื่อนญี่ปุ่นมาบอกว่าร้านนี้อร่อย ฝรั่งเศสก็จริง แต่เป็น “ฝรั่งเศสแบบญี่ปุ่น” คือเจ้าของชาวญี่ปุ่นได้ปรับสูตรอาหารฝรั่ง ให้กลายเป็นรสชาติที่คนญี่ปุ่นนิยม แถมยังโฆษณาว่าเป็น “ร้านอาหารฝรั่งเศสแคชชวล บิสโตรและกริลล์” เรียกว่าจะรวบครบทุกอย่าง ทำให้สนใจขึ้นมาทันที!!

ก่อนไปเปิดอ่าน “Trip Advisor” ดูซิว่ามีคนที่เคยไปให้ความเห็นอย่างไร ส่วนใหญ่ดี มีคนให้ 5 ดาวด้วย แต่มีเจ้าหนึ่งเขียนผมต้องหัวเราะ บอกว่าอย่างนี้ดูถูกอาหารฝรั่งเศสมาก

มีหวังคงเป็นคนฝรั่งเศสแท้ๆ เป็นแน่ ให้ดาวเดียว (ฮา)

ไปก็ไป ตัดสินใจ ร้านอยู่ใต้ถุนอาคารสำนักงาน ไม่ได้จอง แต่โชคดีได้ที่นั่งเพราะร้านค่อนข้างแน่น ถ้ามาค่ำกว่านี้คงต้องยืนรอ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นญี่ปุ่น คนทำงานออฟฟิศ บรรยากาศ “แคชชวล” เป็นกันเองตามคำโฆษณา ร้านตกแต่งน่ารักอบอุ่น แต่ไม่ใช่สไตล์ฝรั่งฝรั่ง แต่เป็นฝรั่งญี่ปุ่น คือมีกลิ่นอายและรายละเอียดที่ถูก “ปรับ” แล้ว

อย่างที่ผมเคยเล่าไว้ คนญี่ปุ่นปรับและผสมผสานอาหารจากนานาชาติเข้าเป็นของตนเองได้เก่ง เจ้าของอาหารชาตินั้นอาจมองว่าไม่ใช่ “ของแท้” และถ้าลองลิ้มชิมดูก็จะผิดแผกจากต้นตำรับ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่อร่อย ผมว่าบางเมนูที่เคยกินมา อร่อยกว่าด้วยซ้ำ

Advertisement

ใครไปเที่ยวญี่ปุ่น และเข้าไปในร้านอาหารที่เป็น “อิตาเลียน”หรือ “ฝรั่งเศส” จะเข้าใจ ความเป็นเอเชียถูกสอดแทรกทั้งในรูปลักษณ์การนำเสนอ และรสชาติ อย่างสปาเกตตีสไตล์ญี่ปุ่นจะมีความ “นุ่มนวล” อร่อยคนละแบบกับของแท้สไตล์อิตาเลียนที่ “เข้มข้น” ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า หรือเพราะบรรยากาศพาไป

คนญี่ปุ่นหลังเลิกงานจะ “ปลดปล่อย” เต็มที่ ดื่มสังสรรค์กันสนุกสนาน มีเบียร์แก้วสูง โต๊ะข้างๆ ผม สาวๆ 3 คนดื่มเบียร์ ผู้ชายคนเดียวดื่มโค้ก มีหวังกลัวโดนสาว “มอม” ส่วนผมไปกับ ผบ.ที่บ้าน สั่ง “แซงเกรีย Sangria” ทำได้ดีกว่าที่คิด มาเป็นเหยือก มีผลไม้แช่ในแก้วและเหยือก จัดสวยงามเสียด้วย เป็นร้านฝรั่งจะไม่มีรายละเอียดอย่างนี้
IMG_0386

พอเริ่มสั่ง พนักงานรีบบอกว่าถ้าเป็น “ไก่อบ” ซึ่งเป็น “จานเด็ด” ของร้าน ต้องล่วงหน้า 40 นาที “ไปเลยน้อง” สั่งไก่ไปครึ่งตัวก่อน แล้วค่อยกลับมาไล่เมนูต่อ

พนักงานเป็นกันเอง แต่เรียบร้อย พูดจาดี ได้ทั้งภาษาไทยภาษาญี่ปุ่น แนะนำอาหารได้อย่างเข้าใจ ผมเริ่มจาก Pate de Champagne เนื้อหมูเทอรีนแบบพื้นบ้านฝรั่งเศส (200.-) จานนี้ผมตั้งใจมาลอง เพราะฝรั่งที่วิพากษ์ไว้ในเว็บบอกว่าไม่เห็นจะ “แชมเปญ” ตรงไหน เอาเข้าจริงอร่อยครับ มีรสชาติไม่แพ้พวกปาเต้ห่านของร้านอื่น ทานกับขนมปังที่มาในตะกร้า เรียกน้ำย่อยได้ดี

ตามด้วย Pickled Local Vegetables ผักหมักดองสูตรของร้าน (170.-) เป็นกับแกล้ม และ South French Nicoise Salad สลัดนิซัว แบบทางใต้ของฝรั่งเศส (เล็ก 150.- ใหญ่ 220.-) จานเล็กก็พอครับ ลอง Chicken Soup ซุปไก่ถ้วยเล็ก (เล็ก 90.- ใหญ่ 150.-) ไม่เด่น
ซุปผักดอง
สลัด
ผักดอง

ตามด้วย Homemade Coarsely Ground Sausage ไส้กรอกสูตรเฉพาะของร้าน (220.-) มากับมันบดบิวเร่ มันบดเนียนนุ่ม ไส้กรอกไว้กินกับเบียร์ ส่วนเมนูที่ต้องลองคือ Special Bolognese Gratin with Eggplant and Bechamel Sauce กราแตงโบโลเนสหมูบดกับไวท์ซอสและมะเขือม่วง (280.-) ร้อนๆ กินอิ่มครับ จบด้วยพระเอกคือ ไก่อบ Rotisserie Chicken (ครึ่งตัว 320.- ทั้งตัว 600.-) มาตัดให้ที่โต๊ะ หมักเกลือและเครื่องเทศ หอมเข้าเนื้อ คุ้มค่ารอ

ไปลองอาหารฝรั่งประยุกต์โดยญี่ปุ่นกันนะครับ!!

ไส้กรอกIMG_0382ไก่อบ