ผมเดินผ่านป้ายร้าน “La Cocorico ลา โคโคริโค” บ่อย เห็นอยู่ปากซอยสุขุมวิท 33 ชื่อร้านเป็นฝรั่งเศส ก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก แต่วันหนึ่งมีเพื่อนญี่ปุ่นมาบอกว่าร้านนี้อร่อย ฝรั่งเศสก็จริง แต่เป็น “ฝรั่งเศสแบบญี่ปุ่น” คือเจ้าของชาวญี่ปุ่นได้ปรับสูตรอาหารฝรั่ง ให้กลายเป็นรสชาติที่คนญี่ปุ่นนิยม แถมยังโฆษณาว่าเป็น “ร้านอาหารฝรั่งเศสแคชชวล บิสโตรและกริลล์” เรียกว่าจะรวบครบทุกอย่าง ทำให้สนใจขึ้นมาทันที!!
ก่อนไปเปิดอ่าน “Trip Advisor” ดูซิว่ามีคนที่เคยไปให้ความเห็นอย่างไร ส่วนใหญ่ดี มีคนให้ 5 ดาวด้วย แต่มีเจ้าหนึ่งเขียนผมต้องหัวเราะ บอกว่าอย่างนี้ดูถูกอาหารฝรั่งเศสมาก
มีหวังคงเป็นคนฝรั่งเศสแท้ๆ เป็นแน่ ให้ดาวเดียว (ฮา)
ไปก็ไป ตัดสินใจ ร้านอยู่ใต้ถุนอาคารสำนักงาน ไม่ได้จอง แต่โชคดีได้ที่นั่งเพราะร้านค่อนข้างแน่น ถ้ามาค่ำกว่านี้คงต้องยืนรอ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นญี่ปุ่น คนทำงานออฟฟิศ บรรยากาศ “แคชชวล” เป็นกันเองตามคำโฆษณา ร้านตกแต่งน่ารักอบอุ่น แต่ไม่ใช่สไตล์ฝรั่งฝรั่ง แต่เป็นฝรั่งญี่ปุ่น คือมีกลิ่นอายและรายละเอียดที่ถูก “ปรับ” แล้ว
อย่างที่ผมเคยเล่าไว้ คนญี่ปุ่นปรับและผสมผสานอาหารจากนานาชาติเข้าเป็นของตนเองได้เก่ง เจ้าของอาหารชาตินั้นอาจมองว่าไม่ใช่ “ของแท้” และถ้าลองลิ้มชิมดูก็จะผิดแผกจากต้นตำรับ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่อร่อย ผมว่าบางเมนูที่เคยกินมา อร่อยกว่าด้วยซ้ำ
ใครไปเที่ยวญี่ปุ่น และเข้าไปในร้านอาหารที่เป็น “อิตาเลียน”หรือ “ฝรั่งเศส” จะเข้าใจ ความเป็นเอเชียถูกสอดแทรกทั้งในรูปลักษณ์การนำเสนอ และรสชาติ อย่างสปาเกตตีสไตล์ญี่ปุ่นจะมีความ “นุ่มนวล” อร่อยคนละแบบกับของแท้สไตล์อิตาเลียนที่ “เข้มข้น” ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า หรือเพราะบรรยากาศพาไป
คนญี่ปุ่นหลังเลิกงานจะ “ปลดปล่อย” เต็มที่ ดื่มสังสรรค์กันสนุกสนาน มีเบียร์แก้วสูง โต๊ะข้างๆ ผม สาวๆ 3 คนดื่มเบียร์ ผู้ชายคนเดียวดื่มโค้ก มีหวังกลัวโดนสาว “มอม” ส่วนผมไปกับ ผบ.ที่บ้าน สั่ง “แซงเกรีย Sangria” ทำได้ดีกว่าที่คิด มาเป็นเหยือก มีผลไม้แช่ในแก้วและเหยือก จัดสวยงามเสียด้วย เป็นร้านฝรั่งจะไม่มีรายละเอียดอย่างนี้

พอเริ่มสั่ง พนักงานรีบบอกว่าถ้าเป็น “ไก่อบ” ซึ่งเป็น “จานเด็ด” ของร้าน ต้องล่วงหน้า 40 นาที “ไปเลยน้อง” สั่งไก่ไปครึ่งตัวก่อน แล้วค่อยกลับมาไล่เมนูต่อ
พนักงานเป็นกันเอง แต่เรียบร้อย พูดจาดี ได้ทั้งภาษาไทยภาษาญี่ปุ่น แนะนำอาหารได้อย่างเข้าใจ ผมเริ่มจาก Pate de Champagne เนื้อหมูเทอรีนแบบพื้นบ้านฝรั่งเศส (200.-) จานนี้ผมตั้งใจมาลอง เพราะฝรั่งที่วิพากษ์ไว้ในเว็บบอกว่าไม่เห็นจะ “แชมเปญ” ตรงไหน เอาเข้าจริงอร่อยครับ มีรสชาติไม่แพ้พวกปาเต้ห่านของร้านอื่น ทานกับขนมปังที่มาในตะกร้า เรียกน้ำย่อยได้ดี
ตามด้วย Pickled Local Vegetables ผักหมักดองสูตรของร้าน (170.-) เป็นกับแกล้ม และ South French Nicoise Salad สลัดนิซัว แบบทางใต้ของฝรั่งเศส (เล็ก 150.- ใหญ่ 220.-) จานเล็กก็พอครับ ลอง Chicken Soup ซุปไก่ถ้วยเล็ก (เล็ก 90.- ใหญ่ 150.-) ไม่เด่น



ตามด้วย Homemade Coarsely Ground Sausage ไส้กรอกสูตรเฉพาะของร้าน (220.-) มากับมันบดบิวเร่ มันบดเนียนนุ่ม ไส้กรอกไว้กินกับเบียร์ ส่วนเมนูที่ต้องลองคือ Special Bolognese Gratin with Eggplant and Bechamel Sauce กราแตงโบโลเนสหมูบดกับไวท์ซอสและมะเขือม่วง (280.-) ร้อนๆ กินอิ่มครับ จบด้วยพระเอกคือ ไก่อบ Rotisserie Chicken (ครึ่งตัว 320.- ทั้งตัว 600.-) มาตัดให้ที่โต๊ะ หมักเกลือและเครื่องเทศ หอมเข้าเนื้อ คุ้มค่ารอ
ไปลองอาหารฝรั่งประยุกต์โดยญี่ปุ่นกันนะครับ!!




