‘คาบูโตะ 22’ เสิร์ฟซาชิมิปลาไทย ส่งตรงจากท้องถิ่น รสชาติที่ญี่ปุ่นเข้าใจ คนไทยเข้าถึง
อาหารที่คนไทยนิยมรับประทาน หนึ่งในลิสต์นั้นจะขาด ‘อาหารญี่ปุ่น’ ไปไม่ได้ ด้วยรสชาติ และความพิถีพิถันที่ถูกปากคนไทย จึงทำให้อาหารญี่ปุ่นครองใจใครหลาย ๆ คน แต่ถ้าหากนำอาหารญี่ปุ่น เช่น ซาชิมิ มาผสมผสานกับ ‘ปลาไทย’ จะเป็นอย่างไร แค่ลองจินตนาการก็รู้สึกอยากลองชิมแล้ว
แต่จินตนาการเหล่านั้นมาเสิร์ฟอยู่ตรงหน้าแล้ว เพราะร้านอาหารญี่ปุ่น ‘kabuto 22 (คาบูโตะ 22)’ ร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ เรียบง่าย มีความใส่ใจ เป็นกันเองกับลูกค้า ให้ความรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบและการทานอาหารแบบญี่ปุ่น ให้ความรู้สึกเหมือนรับประทานอาหารบ้านเพื่อน โดยมีคอนเซปต์ “รสชาติที่คนญี่ปุ่นเข้าใจ คนไทยเข้าถึงได้” อีกทั้งการคัดสรรวัตถุดิบและเครื่องปรุงต่าง ๆ ของแต่ละเมนูทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ส่วนผสมของทางร้านแทบจะทุกตัวเลยก็ว่าได้ ทางร้านจะปรุงซอสเองทั้งหมด
ซึ่งเป็นกรรมวิธีสูตรเฉพาะของเชฟโดยจะมีการนำเสนอซาชิมิปลาไทย และอีกหลากหลายเมนูที่ทำมากจากปลาไทย ด้วยวัตถุดิบสดใหม่ หลากหลายชนิด ส่งตรงจากทะเลอันดามัน รสชาติอร่อยไม่แพ้ปลานอก เชฟจะรังสรรค์แต่ละเมนูออกมาในสไตล์ญี่ปุ่น ดึงจุดเด่นรสชาติของวัตถุดิบนั้นๆได้อย่างอร่อยลงตัว รวมถึงช่วยสนับสนุนชาวประมงท้องถิ่น
‘เชฟก๊อฟ ปริญญา สายทิพย์’ เจ้าของร้าน Kabuto 22 (คาบูโตะ สองสอง) กล่าวว่า “ร้าน Kabuto 22 เลือกนำปลาไทยมาทำเป็นเมนูซาชิมิและเมนูอื่น ๆ อีกมากมายในสไตล์ญี่ปุ่น เนื่องจากต้องการให้ลูกค้าได้ลองลิ้มรสความอร่อยของปลาไทย รสชาติดี มีคุณภาพของประเทศไทยไม้แพ้ปลานอก และช่วยสนับสนุนชาวประมงท้องถิ่น


ซึ่งปลาแต่ละชนิดจะมีจุดเด่น และรสสัมผัสของเนื้อปลาที่แตกต่างกันออกไป โดยเชฟจะดึงรสชาติของวัตถุดิบนั้น ๆ ให้มีจุดเด่น อร่อยอย่างลงตัว อีกทั้งภายในโต๊ะอาหารยังจะมีการแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบแต่ละชนิด รวมถึงกล่าวถึงคุณประโยชน์ของปลาแต่ละชนิดอีกด้วย นอกจากลูกค้าจะได้ลิ้มรสชาติความอร่อยของอาหารแล้ว ยังจะได้รับความรู้กลับไปอีกด้วย เรียกได้ว่าได้รับความสุขแบบคูณสองชนิดที่อิ่มท้อง และอิ่มความรู้ไปพร้อม ๆ กัน
จุดเด่นของร้านอยู่ที่การเสิร์ฟเมนูปลาไทยหลากหลายชนิด โดยที่เชฟจะคิดค้นเมนูปลาไทยวันต่อวัน เนื่องจากปลาไทยที่ส่งมาในแต่ละวันจะมีความแตกต่างกัน หรือแต่ละอาทิตย์ ปลาไทยและวัตถุดิบที่ส่งมาจะมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับชาวประมง ซึ่งทางร้านให้ความสำคัญกับ ปลาไทยที่มาจากการตกเบ็ดเท่านั้น เนื่องจากปลาจะมีการช้ำน้อยที่สุด สามารถคงความสด ความอร่อยของเนื้อปลาได้เป็นอย่างดี รวมถึงการขนส่งที่มีการจัดการอย่างดี สะอาดและปลอดภัย ส่งมาถึงร้านภายในไม่เกิน 24 ชั่วโมง

และความพรีเมียม คือ เชฟจะบ่มปลาทุกชนิดเพื่อดึงรสชาติของวัตถุดิบให้เด่นชัดมากขึ้น รวมถึงยังคงรักษาความฉ่ำและความสดของเนื้อปลาให้มีความอร่อยเพิ่มมากขึ้นตามระยะเวลาการบ่มเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการรับประทานของที่อร่อยและสดใหม่อยู่เสมอ
เชฟก๊อฟ กล่าวเสริมว่า “ปลาที่อยากนำเสนอ คือ ปลากุเลา ปลาเก๋า ซึ่งเป็นปลาที่ทำเมนูซาชิมิอร่อย เนื่องจากรสสัมผัสของเนื้อมีความนุ่ม หอม มัน มีไขมันแทรก รสชาติดีและอร่อยอย่างลงตัว เหมาะสำรับทำเมนู ซาชิมิ ย่างเกลือ ย่างซีอิ๊ว ฯลฯ และสามารถมาทำเป็นต้มซีอิ๊ว ชาบู หรือหม้อไฟนาเบะได้อีกด้วย


นอกจากนี้ปลาบางชนิดสามารถทานเกล็ดปลาได้ เช่นปลาจำพวกตระกูลกะพงแดงเขี้ยว กะพงทอง กะพงขาวฯลฯ เป็นต้น โดยผ่านกระบวนการทำความสะอาดและจัดการวัตถุดิบเป็นอย่างดี นำเกล็ดมาทอดให้มีความกรอบ คล้ายๆซีเรียล รสชาติมัน เค็มนิดๆ สามารถนำมาเป็นอาหารทานเล่นหรืออาหารเรียกน้ำย่อย มีประโยชน์จากแคลเซียมส่งผลดีต่อร่างกาย


สามารถลิ้มรสความอร่อย และร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องอาหารที่ Kabuto 22 (คาบูโตะ สองสอง) ติดตามเพจ หรือสอบถามปลาไทยเพิ่มเติมได้ที่ FB Page : Kabuto 22 โทร : 061-446-9946

