มื้อสุดพิเศษ จากผลผลิตทางการเกษตร โครงการหลวง สู่อาหารลักชัวรี่ ระดับมาสเตอร์เชฟ
ผลผลิตทางการเกษรไทยสู่อาหารสุดลักชูระดับมาสเตอร์เซฟ “มูลนิธิโครงการหลวง” จับมือร่วมกับ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในการเปิดประสบการณ์การสร้างมื้ออาหารสุดพิเศษกับอาหารไฟน์ไดนิ่งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “The Royal Bistro, From Artisan’s Village to Heart of City” ที่จะเชิญมาดื่มด่ำอาหารสไตล์ฟิวชั่นไทย-อิตาเลียน ในโปรเจคต์พิเศษของงานโครงการหลวง 55 งานเดียวที่นำผลผลิตทางการเกษตรจากโครงการหลวงมารังสรรค์ให้กลายเป็นเมนูสุดล้ำเลิศที่ใครก็หาไม่ได้ถ้าไม่ใช่งานนี้
ซึ่งเมนูทำด้วยความใส่ใจทั้งในเรื่องของรสชาติและความรักในทุกๆ เมนูที่ผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถันโดย เชฟซีตรอง วลาสุระ ณ ลำปาง ผู้ชนะมาสเตอร์เชฟอาหารไทย ซีซั่น 6 เซฟผู้มากฝีมือและประสบการณ์ที่ได้มาคิดค้นอาหารสูตรพิเศษที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ ภายใต้แรงบันดาลใจจากพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีให้พสกนิกรนั้นเป็นดั่งผืนดิน แหล่งน้ำ สายลม และแสงแดด ที่ดูแลกล้าอ่อน ให้เจริญเติบโตเป็นต้นไม้น้อยใหญ่ผลิดอกออกผลมากมาย
ก้าวแรกที่เข้ามาที่จะได้พบกับโต๊ะอาหารที่จัดจานต้อนรับแขกอย่างสวยงามที่มีดอกไม้และผักต่างๆ เหมือนหลุดไปในสวนแห่งเทพนิยาย เปิดมาด้วยกับ ไดฟุกุรสแยมสตรอว์เบอร์รี และ แยมพีช ที่เป็ผลิตภัณฑ์จากโครงการหลวง มาพร้อมกับชาสมุนไพรที่ทั้งหอม และมีรสชาติกลมกล่อมของสมุนไพรสุดๆ

มาถึงคอร์สอาหารที่มีด้วยกันถึง 4 เมนูที่ทุกเมนูอยู่ภายใต้ธีม ‘Love in Full Bloom’ ที่ได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ ไม่ว่าจะเป็นผักสดจากยอดดอย, ปลาเทราต์, อะโวคาโด, แมคคาเดเมีย, มะเขือเทศเชอร์รี่, เนื้อสัตว์คุณภาพดีจากชุมชน และผลผลิตเมืองหนาวอีกมากมาย ที่ได้เราะปลูกอย่างใส่ใจโดยพสกนิกรบนพื้นที่ห่างไกล ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น ศิลปินโครงการหลวง
เริ่มกันด้วย Appetizer อย่าง พสุธาอำไพ ที่นำเมนูเรียกน้ำย่อยอย่าง Tartelette Guacamole ที่เสิร์ฟเป็นสไตล์ไทยๆ ที่มีทั้งน้ำพริกอ่อง ปลาเทราต์ และอะโวคาโด ที่ในจานมีใส่ลูกเล่นด้วยการโรยแผ่นทอง บอกเลยว่ารสชาตินั้นเข้ากันสุดๆ ทั้งแผ่นทารต์ที่กินพร้อมน้ำพริกกับอะโวคาโด ทานแล้วอร่อย และหาทานที่ไหนไม่ได้อย่างแน่นอน

ตามมาด้วยเมนู First Course หยาดพระทัยจากฟ้า มาในรูปแบบลาซานญ่าข้าวซอยน้อยฮังเลที่เสิร์ฟเป็นแผ่นแป้งกลมๆ ด้านในมีลาซานญ่าข้าวซอยน้อยฮังเลซ่อนอยู่ เมนูนี้มีลูกเล่นที่ให้ได้ร่วมสนุกอย่างแน่นอน แนะนำให้ทานรวมกันทั้งหมดจะทำให้ได้รสชาติอันดีเยี่ยมทั้งแผ่นแป้งที่มีความหนึบและรสชาติที่หาที่ไหนไม่ได้


มาถึง Main Course กับ อรุณฉายแสง รีซอตโต้ข้าวขมิ้นปลาเทราต์ย่างซอสข้าวซอย ที่จะเสิร์ฟกับลูกเล่นโดยการเผากระดาษที่สามารถรับประทานได้ ซึ่งพอทานทุกอย่างแล้วเข้ากันสุดๆ ทั้งความกรอบของหนังปลา และเนื้อปลาที่ทั้งสด ทั้งนุ่ม พอตัดรสด้วยผักดอง บอกเลยว่าฟิน

มาถึงขนมหวานอย่าง สายสมแห่งรัก Macadamia con sorbetto กระท้อนทรงเครื่องกับแมคคาเดเมียครัมบ์ที่ในจานมีทั้งครัมเบิ้ล โยเกิร์ต ที่พอทานรวมกับกระท้อนแล้วเข้ากันสุดๆรู้สึกได้ถึงความลงตัวของรสชาติ
และปิดท้ายมืออาหารด้วยน้ำเสาวรสที่ทั้งหอมหวานเปรี้ยวซ่า ทั้งจากเสาวรสและเพิ่มความหวานด้วยน้ำผึ้ง เป็นการปิดมื้ออาหารที่ลืมไม่ได้เลยทีเดียว

ทั้งนี้ การทานอาหารในครั้งนี้ นำเสนอในรูปแบบ Immersive Chef’s Table Experience ซึ่งนำความล้ำของเทคโนโลยีมาร้อยเรียงความประทับใจเพื่อที่จะเก็บความทรงจำที่ยากจะลืมเลือน และบอกเล่าเรื่องราวความรักที่ผลิดอกออกผลเพื่อให้ทุกท่านได้รับประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบเต็มอรรถรส ผ่าน 4 เมนูสุดพิเศษรังสรรค์จากผลิตผลไฮไลต์ของโครงการหลวง มารังสรรค์เป็นเมนูสุขภาพที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์
สัมผัสประสบการณ์ The Royal Bistro, From Artisan’s Village to Heart of City สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับเมนู Fine Dining ที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษ ในงานโครงการหลวง 55 มี 2 รอบเวลา 14.00-15.00 น. และ 17.30-18.30 น. ตั้งแต่วันนี้ถึง 13 สิงหาคม โซน Groove ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิลด์

