ถอดไอเดีย ‘4 ครีเอเตอร์’ ปั้นสินค้ายังไงให้ว้าว สื่อความเป็นไทยสู่สากล

12.11.24 | 13:14 น.

ถอดไอเดีย ‘4 ครีเอเตอร์’ ปั้นสินค้ายังไงให้ว้าว สื่อความเป็นไทยสู่สากล

“คนไทยจะชอบสินค้าต่างชาติมากกว่า สินค้าที่เป็นของไทยจะต้องถูกยอมรับจากต่างประเทศก่อน คนไทยไม่ได้ภูมิใจความเป็นไทยตั้งแต่แรก จะต้องมีคนรับรอง เช่น รางวัล ถึงจะมีคนชอบ”

คำกล่าวของ ธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์ นักออกแบบและเจ้าของแบรนด์ Qualy แบรนด์ไทยที่ออกแบบพลาสติกให้ออกมาน่ารักและรักษ์โลก กล่าวถึงความท้าทายของผลิตภัณฑ์ไทยที่ต้องเผชิญในการแข่งขันกับสินค้านานาชาติ ในงานเปิดตัว “สารพัดไทย” ศูนย์รวมสินค้าสำหรับผู้หลงใหลในไลฟ์สไตล์ที่เฟ้นหาผลิตภัณฑ์คุณภาพ ผสานการออกแบบร่วมสมัยยิ่งใหญ่อลังการเป็นแห่งแรกในประเทศไทย บนพื้นที่กว่า 2,400 ตร.ม. ณ ชั้น 3 โซนพาเหรด วัน แบงค็อก One Bangkok

ซึ่งได้มาร่วมเสวนาในหัวข้อ “อะไรคือสารพัดไทย ในมุมมองของโลกในปัจจุบัน และการสื่อสารความเป็นไทยสู่สายตาชาวต่างชาติ” ร่วมด้วย ดร.ภัครภัสสร์ ลิ้มประนะ ทายาทรุ่น 4 ง่วนสูน และ “พริกไทย ตรามือที่ 1” และผู้บริหารแบรนด์ สไปซ์ สตอรี่ แบรนด์เครื่องเทศพรีเมียมที่เสนอความสุนทรียภาพในการกินอยู่แบบไทยให้หลากหลายมากขึ้น,

Advertisement

อณิตา ตันตสิรินทร์ กรรมการผู้จัดการและผู้ร่วมก่อตั้ง วอร์บี้ ยามะ คาแร็กเตอร์เจ้านกสีเหลืองจอมกวนกับลุงยามะที่มีไลน์สินค้ามากมายวางจำหน่ายในไทย จีน อังกฤษ ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย, วิณ โชคคติวัฒน์ ผู้ร่วมก่อนตั้งแบรนด์ Vinn Patararin แบรนด์ไทยที่นำความล้ำสมัยของเทคโนโลยีและงานออกแบบสถาปัตยกรรมมาผสมผสานกับงานออกแบบแฟชั่น

ในวงเสวนา เริ่มต้นด้วยคำถามว่า วัฒนธรรมไทยมีอิทธิพลต่อการออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างไร

ธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์ กล่าวว่า แนวของผมถ้าดูผิวเผินแล้ว มองแล้วเป็นสิ่งที่เห็นรอบตัว แต่เวลาที่พวกเรามองมาทุกคน ไม่มีใครที่ใส่ชุดไทย แต่งชุดไทย แต่เราก็ดูรู้ว่านี่คือคนไทย บางทีดีไซน์อาจจะไม่จำเป็นต้องเลียนแบบอดีตหรือทำสิ่งที่สืบต่อกันมา อันนั้นเหมือนภาพภายนอก แต่จริงๆ แล้ว ที่เราเกิดในประเทศไทย ก็จะมีประสบการณ์อยู่ในประเทศไทย มันหล่อหลอมให้เกิดความคิดหรือไอเดียทัศนคติที่ลงไปในงานของเรา โดยที่แต่งตัวสากล แต่ยังมีความเป็นไทยติดตัว ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกหรือทำอะไรก็ตาม เวลาออกแบบของ สิ่งนั้นจะอยู่ในงานของเรา หลายอย่างเข้าไปอยู่โดยที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว แต่มีความร่วมสมัย เราใช้ชีวิตแบบนี้แต่ก็มีวิถีไทย ซึ่งมันจะชัดเจนตอนเราอยู่กับต่างชาติ จะแยกออกอย่างชัดเจน

ธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์

ต่อคำถามที่ว่า การใส่ความเป็นไทยในการออกแบบผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นงานต้องทำอย่างไร

อณิตา ตันตสิรินทร์ เผยว่า ศิลปินที่ทำผลงาน วอร์บี้ ยามะ คือ อรุษ ตันตสิรินทร์ ที่เติบโตในไทย จึงได้นำประสบการณ์ในไทยที่ซึมซับมา เช่น การเป็นอยู่ มิตรไมตรี ความอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ ที่ตรงนี้ประเทศไทยค่อนข้างชัดเจน เมื่อนำมารวมเป็นเรื่องราวของวอร์บี้ ยามะ ซึ่งเป็นนกที่ป่วนแต่จิตใจดี มีการซ่อนความใจดี เพราะคนไทยใจดี พอไปที่ไหนก็เป็นที่รักในต่างประเทศ คนต่างประเทศเขาก็ถามว่างานชิ้นนี้เป็นของใคร พอบอกว่าของคนไทย เขาก็อยากเรียนรู้เรื่องราวของวอร์บี้มากขึ้น และอยากมาประเทศไทย อยากรู้จักศิลปินมากขึ้น

นอกจากต้นฉบับที่สมบูรณ์ของวอร์บี้ ยามะ แล้ว อณิตา ยังให้ความสำคัญกับการผลิตสินค้าที่ใช้คนไทยทั้งสิ้น โดยว่า เราต้องการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย เพราะคนไทยมีความประณีต ประเทศไทยมีความโดดเด่นเรื่องงานฝีมือ

“การสร้างสินค้าวอร์บี้ 100% Made In Thailand เวลาไปนำเสนอต่างประเทศ พอเขาดูป้าย Made In Thailand เขาเห็นถึงงานที่พิถีพิถัน เลยทำให้สามารถโปรโมตประเทศไทยได้ ซึ่งมีคนชื่นชอบเวลาเห็นของคนไทย” อณิตากล่าว

อณิตา ตันตสิรินทร์

สำหรับความท้าทายที่ผลิตภัณฑ์ไทยต้องเผชิญในการแข่งขันกับสินค้านานาชาติ ต่อเรื่องนี้ ธีรชัย ศุภเมธีกูลวัฒน์ เผยว่า 1.คือเรื่องราคา สินค้าต่างชาติ ถ้าเราสู้ด้วยราคาจะหนัก 2.ถ้าลูกค้าไทย คนไทยจะชอบสินค้าต่างชาติมากกว่า คนไทยไม่ได้ภูมิใจความเป็นไทยตั้งแต่แรก สินค้าที่เป็นของไทยจะต้องถูกยอมรับจากต่างประเทศก่อน จะต้องมีคนรับรอง เช่น รางวัล คนไทยถึงจะชอบ

“ของไทยกับต่างชาติจะมีความท้าทายถึงความเป็นไทยที่จะนำเสนอ สามารถเข้าไปอยู่ในชีวิตจริงของเขาได้หรือเปล่า บางอย่างยัดเยียดเกินไป เราอาจจะต้องหาความพอดีที่เข้าไปอยู่ในชีวิตของคนได้กลมกลืน ค่อยๆ ซึมซับ เราอาจจะมีรากเหง้ามาจากอดีต แต่ยุคของเราต้องสร้างอะไรบางอย่างที่มาจากยุคของเรา เป็นสิ่งที่อนาคตมองกลับมาว่าสิ่งนี้เกิดยุคเราเพื่อวิวัฒนาการ ซึ่งเป็นความท้าทายที่จะสร้างความเป็นไทยแบบสากล เป็นความหลากหลายที่มีมิติ”

ขณะที่ วิณ โชคคติวิวัฒน์ บอกว่า เอกลักษณ์และอัตลักษณ์สำคัญมาก ถ้ามีสิ่งนี้และทำได้จะเป็นจุดแข็งของแบรนด์ อย่างไรก็ตาม นักออกแบบควรดึงเอกลักษณ์ของตัวเองออกมาให้มีสัดส่วนที่พอดี ไม่ควรยัดเยียด ถ้าลูกค้าชอบและเข้าใจว่าสินค้านี้เป็นของไทยและมีที่มาเรื่องราวแบบนี้ เขาก็สามารถเห็นถึงเรื่องราวที่เราต้องการสื่อได้ จะไม่ใช่ของที่เป็นระดับโลกแล้วดัง แต่จะเป็นของที่มีเรื่องราว มีคุณค่า ถ้าเราสามารถหาจุดเด่นหรือเรื่องราวที่ส่งกลิ่นความเป็นไทยออกมาสักนิด มันจะเป็นจุดเชื่อมโยง ทำให้สร้างเรื่องราวของเรา และทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้

วิณ โชคคติวัฒน์

ส่วน ดร.ภัครภัสสร์ ลิ้มประนะ กล่าวว่า เราทำของกิน สิ่งที่สำคัญคือคุณภาพมาตรฐานของสินค้า เพราะเป็นของที่รับประทานเข้าไป เราต้องยกมาตรฐานให้เท่ากับสากล ซึ่งเป็นการลงทุนที่เราต้องทำไปให้ถึง เเละเราทำให้ได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่คนมองข้าม คือการควบคุมต้นทุน การที่เราแข่งขัน คุณภาพต้องดี และต่อยอดได้

ดร.ภัครภัสสร์ ลิ้มประนะ

ด้าน อณิตา ตันตสิรินทร์ เผยว่า คาแร็กเตอร์เป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว หรือการแข่งขันราคาที่ไม่ชัดเจน แม้จะมีบ้าง ก็ขึ้นอยู่ที่ชื่อเสียงของแบรนด์

“คาแร็กเตอร์จะต้องมีความเป็นตัวตนและอัตลักษณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะเราอยู่ตลาดโลก เราจะเห็นงานคนอื่นมากมาย ซึ่งเราจะทำยังไงให้งานโดดเด่น ซึ่งเอกลักษณ์มาจากประสบการณ์ของดีไซเนอร์ด้วย ที่แต่ละคนมีประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมไม่เหมือนกัน โดยเรื่องของช่องทางนำเสนอ ประเทศไทยไม่ได้มีตลาดที่ใหญ่ เราจะทำยังไงให้มีหน่วยงานเข้ามาสนับสนุนในการเผยแพร่ผลงาน ซึ่งเราสามารถแข่งขันได้ และคิดว่าผลงานคนไทยสามารถไปได้ไกลมากกว่านี้” อณิตากล่าว

ปิดท้าย ทั้ง 4 คน ฝากข้อคิดสำหรับศิลปินและผู้ผลิตหน้าใหม่ โดยเริ่มจาก ธีรชัย กล่าวว่า สำหรับดีไซเนอร์ที่เป็นครีเอเตอร์ สิ่งที่มีอยู่คือความคิดสร้างสรรค์ แต่ในธุรกิจจบแค่นั้น อาจจะไม่พอ ทุกอย่างเป็นธุรกิจซึ่งทำยังไงให้อยู่รอดได้ ปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นเรื่องธุรกิจ ต้องศึกษาว่าเป็นยังไง สิ่งสำคัญถ้ามองกลับกัน ถึงแม้เราทำธุรกิจ แต่สาระสำคัญของธุรกิจก็ต้องมองเรื่องความคิดสร้างสรรค์

“ซึ่งพอเราเริ่มปรับตนเองจากดีไซเนอร์มาเป็นนักธุรกิจ ความเป็นธุรกิจจะเริ่มครอบงำเรา และจะสูญเสียความเป็นดีไซเนอร์ที่สร้างสรรค์ผลงานไปในตัว ธุรกิจก็จะหายไปเพราะความคิดสร้างสรรค์คือตัวหลักที่ต้องรักษา อีกสิ่งที่สำคัญอยากให้ธุรกิจอยู่ไปนานๆ ต้องให้ความสำคัญกับความยั่งยืน จะต้องเข้ามาอยู่ในชีวิตของเรา ความคิดของเรา กระบวนการ วิธีสร้างสรรค์ของเรา ถ้าไม่สนใจเรื่องนี้ธุรกิจอาจจะสั่นคลอนในอนาคต”

ขณะที่ วิณ กล่าวว่า การหาเอกลักษณ์และหาตัวตนของตัวเราให้เจอเป็นสิ่งสำคัญ เราต้องเป็นตัวเอง เราถนัดอะไร โตมาแบบไหน ชอบเรียนอะไร ไม่ชอบอะไร เริ่มจากตรงนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เล็กๆ เชื่อในรสนิยมตัวเอง เชื่อในอารมณ์ขันตัวเอง เชื่อในการสร้างความสุข เริ่มจากเราแล้วค่อยๆ สร้างไปเรื่อยๆ ความเป็นนักธุรกิจอาจจะทำให้เจออะไรหลายๆ อย่าง อยากให้อดทน และเริ่มจากตัวเอง พัฒนาไปเรื่อยๆ เส้นทางจะทำให้เราแข็งแรง ถ้าเราแขงแรง เราจะสามารถสู้กับอุปสรรคได้ อาจจะดูเพ้อฝันถึงแพชชั่นของเรา แต่ถ้าไม่เริ่ม เราจะเอาแรงที่ไหนไปทำในระยะยาว แพชชั่นและตัวตนสำคัญ จึงอยากให้หันกลับมามอง

ด้าน ภัครภัสสร์ แนะนำว่า อย่ากลัวที่จะทดลอง อย่ากลัวที่จะพัฒนาตัวเอง มี 3 คำในใจ คือ เราต้องมี Passion มี vision มี Mission ทุกอย่างถึงจะสำเร็จ พอเราพัฒนาไปเรื่อยๆ สำคัญคือถ้าอยากทำธุรกิจ เราจะพบว่าลูกค้าเราคือใคร ใช้การพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ทำให้สินค้าของเราไปถึงกลุ่มลูกค้าที่เราตั้งเป้าหมายและตั้งใจไว้ และผลที่ตามมาคือยอดขายที่คุณจะได้

ปิดท้าย อณิตา ฝากถึงครีเอเตอร์ที่ทำงานอยู่ และกำลังจะออกไปสู่ตลาดโลกว่า อยากให้จริงใจต่อตนเอง รู้ว่าเราทำอะไร ตัวตนเราคืออะไร สังเกตตัวตนเพื่อให้เห็นอัตลักษณ์ที่ชัดเจน จริงใจต่อแฟนคลับที่สนับสนุน แบรนด์ต่างๆ อยู่ได้ เพราะฐานแฟนคลับที่ชื่นชอบ เห็นคุณค่าในงานของเรา ดังนั้น เราจะผลิตสินค้าใหม่หรือทำผลงานใหม่ เราก็ควรจะจริงใจกับตัวเอง แบรนด์ตัวเอง และแฟนคลับที่สนับสนุน

“ทุกครั้งเราจะทำด้วยความเต็มที่ ซึ่งพอเรามีตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้นแล้ว จะทำให้เราทำได้ต่อเนื่องในระยะยาว เพราะจุดที่สำคัญคือ จะทำอย่างไรให้ยั่งยืน ให้อดทน และทำต่อเนื่อง ถ้าคุณรู้และสนุกกับงาน รู้สึกว่าสร้างคุณค่า ตรงนี้จะทำให้เรายั่งยืน” อณิตาทิ้งท้าย

หลากหลายเคล็ดลับที่สร้างประโยชน์ได้อย่างยิ่ง