เปิดประสบการณ์ ‘บุฟเฟต์แซลมอน’ พรีเมียม บนชั้น 24 เซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์
ในวันที่กรุงเทพฯ เริ่มเปลี่ยนโทนแสงจากสีทองของยามเย็นไปสู่แสงไฟระยิบระยับของเมืองใหญ่ การได้ขึ้นไปนั่งดินเนอร์บนตึกสูง พร้อมอาหารดี ๆ และดนตรีสดคลอเบา ๆ คือหนึ่งในโมเมนต์ที่ทำให้ค่ำคืนธรรมดากลายเป็นค่ำคืนพิเศษ และค่ำคืนนี้ปลายทางของเราคือห้องอาหาร “เวนติซี” บนชั้น 24 ของโรงแรม “เซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์” ที่เสิร์ฟบุฟเฟ่ต์ธีมพิเศษสำหรับคนรักแซลมอนโดยเฉพาะ
ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ภายในร้านตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นผสมกลิ่นอายของยุโรป โดยโต๊ะอาหารถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ พร้อมวิวเมืองกรุงเทพฯ ที่ทอดยาวอยู่ด้านนอกหน้าต่างกระจกสูงบนชั้น 24 เมื่อพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า แสงไฟของเมืองก็ค่อย ๆ สว่างขึ้นทีละดวง ราวกับกำลังสร้างฉากหลังอันสวยงามให้มื้อค่ำคืนนี้

ด้านหนึ่งของห้องอาหาร มีเสียงกีตาร์และเสียงร้องนุ่ม ๆ ที่เริ่มต้นบทเพลงสบาย ๆ ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ บรรยากาศแบบนี้ทำให้การเดินสำรวจไลน์อาหารยิ่งเพลินขึ้นไปอีก
โดยค่ำคืนนี้เป็นคิวของบุฟเฟต์ “Sip & Sizzle: Salmon Edition” เมนูที่ยกขบวนแซลมอนจากหลากหลายแหล่งทั่วโลกมาให้ชิมแบบไม่อั้น โดยฝีมือของ “Andrea Montella” หัวหน้าพ่อครัวใหญ่ของโรงแรม ที่นำแรงบันดาลใจจากอาหารอิตาเลียน ผสมผสานกับเทคนิคสากลและรสชาติแบบไทย ๆ ได้อย่างลงตัว

จุดแรกที่หลายคนมุ่งหน้าไปคือไลน์ “ซีฟู้ดออนไอซ์” ถาดน้ำแข็งขนาดใหญ่ถูกจัดวางอย่างสวยงาม ซึ่งบนถาดนั้นเต็มไปด้วยปลาแซลมอนสีส้มสด ไข่ปลาแซลมอนที่เป็นประกายเหมือนไข่มุกทะเล กุ้งแม่น้ำตัวโต กั้ง หอยแมลงภู่ และอาหารทะเลอีกหลายชนิด


แซลมอนซาชิมิหั่นชิ้นหนากำลังดี เนื้อปลานุ่ม รสชาติละมุน เมื่อจิ้มกับโชยุและวาซาบิเพียงเล็กน้อย รสชาติหวานธรรมชาติของเนื้อปลาก็ยิ่งโดดเด่นขึ้นมา ส่วนไข่ปลาแซลมอนเมื่อกัดเบา ๆ ให้สัมผัสที่ดียามเคี้ยวในปาก พร้อมรสชาติแบบทะเลแท้ ๆ


ในส่วนของกุ้งแม่น้ำก็เป็นอีกไฮไลต์ที่ห้ามพลาด ตัวใหญ่ เนื้อแน่น หวานธรรมชาติ กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดแบบไทย ๆ แล้วให้ความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งกินซีฟู้ดอยู่ริมทะเลจริง ๆ
ถัดมาไม่ไกลคือโซนซูชิและซาชิมิ ที่เชฟปั้นซูชิสด ๆ ทีละคำ ซูชิแซลมอนวางเรียงบนถาดอย่างน่ากิน โดยเฉพาะ “ท้องแซลมอนเบิร์นไฟ” ที่ถูกลนไฟจนไขมันบนเนื้อปลาละลายเล็กน้อย กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเนื้อปลาไหม้ไฟทำให้แทบอดใจไม่ไหว

เมื่อกัดเข้าไป เนื้อแซลมอนละลายในปากทันที ความมันของท้องปลาผสมกับความหอมของการเบิร์นไฟ กลายเป็นคำเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยรสชาติ
อีกเมนูที่คนคือ “แซลมอนดองซีอิ๊ว” ที่เนื้อปลาถูกหมักจนเข้าเนื้อ มีรสเค็มหวานกลมกล่อม กินกับข้าวญี่ปุ่นร้อน ๆ แล้วแทบจะหยุดไม่ได้
หรือถ้าอยากเพิ่มความหลากหลายให้มื้ออาหาร “โซนเมนูทอด” ก็เป็นอีกจุดที่ไม่ควรพลาด กุ้งเทมปุระทอดใหม่ ๆ เสิร์ฟร้อน ๆ แป้งบางกรอบ ไม่อมน้ำมัน เมื่อกัดเข้าไปจะได้ยินเสียงกรอบเบา ๆ ก่อนจะเจอกับเนื้อกุ้งหวานฉ่ำด้านใน

ส่วน “แซลมอนสไปซี่” เป็นเมนูที่เพิ่มลูกเล่นด้วยรสเผ็ดเล็กน้อย ซอสเผ็ดนิด ๆ ช่วยตัดความมันของปลาได้ดี ทำให้รสชาติสดชื่นขึ้นอย่างน่าประหลาด
อีกทั้งยังมีเมนูพิเศษสไตล์อิตาเลียน ด้วยความที่หัวหน้าพ่อครัวเป็นเชฟชาวอิตาเลียน เมนูสไตล์ยุโรปจึงโดดเด่นไม่แพ้กัน โดยเฉพาะ “พิซซ่าแซลมอนรมควัน” ที่อบจากเตาร้อน ๆ ไปจนถึง “สลัดบาร์” สำหรับคนรักความสดชื่น


หลังจากจัดหนักกับแซลมอนและซีฟู้ดแล้ว สลัดบาร์ก็ช่วยปรับสมดุลมื้ออาหารได้ดี ผักสดกรอบหลากหลายชนิดวางเรียงให้เลือก ทั้งผักสลัด มะเขือเทศ เชอร์รี มะกอก และท็อปปิ้งต่าง ๆ หรือสามารถเติมแซลมอนรมควันลงไปในสลัดได้ตามใจชอบ ราดด้วยน้ำสลัดเบา ๆ ก็กลายเป็นจานที่สดชื่นและยังคงคอนเซ็ปต์แซลมอนอยู่ครบ

ปิดท้ายด้วยของหวานแม้จะอิ่มจากอาหารทะเลและเมนูแซลมอนไปไม่น้อย แต่โซนของหวานก็ยังดึงดูดสายตาได้เสมอ โต๊ะขนมเรียงรายไปด้วยเค้ก ขนมอบ และขนมไทยหลายชนิด เค้กเนื้อนุ่มหวานกำลังดี ไอศกรีมเย็น ๆ ช่วยล้างปากหลังมื้อใหญ่ได้อย่างดี รวมถึงผลไม้ตามฤดูกาลที่ให้ความสดชื่นก่อนจบค่ำคืน
สำหรับใครที่เป็นแฟนแซลมอน บุฟเฟ่ต์นับเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่เชื่อว่าถูกใจคนชิมแน่นอน เพราะมีให้ชิมทั้งแบบดิบ ย่าง รมควัน หมัก และแบบที่ปรุงรสในสไตล์ต่าง ๆ ตั้งแต่อาหารญี่ปุ่นไปจนถึงอิตาเลียน ยิ่งได้กินไป ฟังเพลงไปพร้อม ๆ กับชมวิวกรุงเทพจากชั้น 24 ไปด้วย ยิ่งทำให้มื้ออาหารธรรมดากลายเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ

ทั้งนี้ บุฟเฟ่ต์ธีม Salmon Edition นี้จัดเฉพาะมื้อค่ำทุกวันพฤหัสบดี เวลา 18.00 – 22.30 น. ราคา 2,490+ บาทต่อท่าน รวมเครื่องดื่มและซอฟต์ดริงก์ไม่อั้น พร้อมดนตรีสดสร้างบรรยากาศตลอดค่ำคืน
หากใครกำลังมองหามื้อเย็นที่ทั้งอิ่ม อร่อย และมีบรรยากาศดี ๆ กลางกรุงเทพฯ ที่นี่คืออีกหนึ่งจุดหมายที่ควรลองสักครั้ง

