ฉันลมิตร สุดยอดเมนูสร้างสรรค์ จากอาหารพื้นถิ่นระยอง
จากการที่ได้ไปตะลุยชิมลิ้มลองของอร่อยทั่วไทยเสมอมา จึงรับรู้ว่าเดี๋ยวนี้ตามเมืองใหญ่ๆ ในต่างจังหวัด นอกจากจะมีร้านเด็ดเก่าแก่อยู่คู่เมืองมานมนานแล้ว ยังมีร้านใหม่ๆ ที่นำเสนอเมนูร่วมสมัย พัฒนามาจากสูตรอาหารพื้นถิ่นดั้งเดิม สามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้มาเยือนต่างถิ่นอย่างพวกเราได้เป็นอย่างดี
ที่ระยองก็เช่นกัน มีเชฟรุ่นใหม่ซึ่งนำอาหารพื้นบ้านระยองและจากถิ่นอื่นๆ โดยใช้วัตถุดิบกับสมุนไพรภาคตะวันออก ใส่ความคิดสร้างสรรค์ทันสมัยเข้าไป กลายเป็นร้านอาหารไทยพื้นบ้านเมนูสุดว้าวมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ร้านนี้ตั้งชื่อตามสำเนียงคนระยองว่า ฉันลมิตร อ่านออกเสียงบ้านๆ ว่า ฉัน-หละ-หมิด เปิดมานานกว่า 3 ปีแล้ว
ร้านฉันลมิตรอยู่ใจกลางตัวเมืองระยอง ริม ถนนสุขุมวิท ไม่ไกลจาก โรงแรมคามิโอแกรนด์ ระยอง (แค่ 300 เมตร) ตรงข้ามกับแขวงทางหลวงระยอง เป็นร้านเล็กๆ ติดเครื่องปรับอากาศ รองรับได้แค่ 25-30 ที่ มีครัวเปิดซึ่งสามารถนั่งดูเชฟและผู้ช่วยปรุงอาหารได้อย่างใกล้ชิด
ลูกค้าส่วนใหญ่ของฉันลมิตรคือคนไทย ทั้งที่มากับครอบครัวและเพื่อนฝูง และมีลูกค้าจากโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งมักจะมาเลี้ยงรับรองกัน ดังนั้น ผู้ที่สนใจตามไปชิมจึงควรจองโต๊ะล่วงหน้า (ปิ่นโตเถาเล็กจองก่อนเป็นอาทิตย์) ที่เบอร์ 06-2226-4297 ซึ่งวันธรรมดา (ยกเว้นวันอังคารซึ่งเป็นวันหยุด) จะเปิดเฉพาะมื้อเย็น ส่วนเสาร์-อาทิตย์จะเพิ่มมื้อเที่ยงอีกด้วย
เจ้าของร้านคือน้องไมค์ สมภพ ภู่ธนะพิบูล ในวัยเพียง 32 ปี (เป็นรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ด้วย แต่รุ่น KU 71 ห่างกันมาก) จากนั้นไปเรียนทำอาหารที่สวิตเซอร์แลนด์
เชฟไมค์เคยฝึกวิชาอยู่ที่ร้าน โบ.ลาน ของเชฟโบและเชฟดีแลน อีกทั้งที่ร้านซาหมวย แอนด์ ซันส์ ของเชฟหนุ่มและเชฟโจ้ ที่อุดรธานี ซึ่งทั้งสองร้านนี้เชี่ยวชาญขึ้นชื่อในการทำอาหารไทยและอาหารไทยอีสาน (ตามลำดับ) สามารถพลิกแพลงนำวัตถุดิบพื้นบ้านมานำเสนอได้อย่างทันสมัยและมีความคิดสร้างสรรค์
พอได้กลับมาที่ระยอง ไมค์จึงอยากทำร้านที่ใช้วัตถุดิบภาคตะวันออก มาสร้างความแปลกใหม่ดูบ้าง โดยน้องไมค์จะไปจ่ายตลาดเอง ได้ของทะเลจากเรือประมงเล็กๆ พื้นบ้าน วัตถุดิบจากเจ้าประจำตามที่ต่างๆ เช่น ตลาดนัด ตลาดสด คิดค้นเมนูเอกลักษณ์ใหม่ๆ รวมทั้งได้ศึกษาจากตำราอาหารไทยเก่าๆ ด้วย จึงมีอาหารไทยโบราณประยุกต์เพิ่มขึ้นมา
มาดูกันว่าเมนูระยองและเมนูคิดค้นขึ้นใหม่มีอะไรบ้าง เริ่มกันด้วย แกงเผ็ดระยอง คอหมูย่างน้ำผึ้ง (350 บาท) ทีเด็ดคือจะใช้เครื่องแกงตามแบบฉบับของระยอง ใส่สมุนไพรภาคตะวันออก นำหลายสูตรมาผสมผสานกัน มีทั้งแขนงสับปะรดกรอบๆ (ที่แทงออกมาจากลำต้น เคล้าเกลือลดความขมฝาด) กระวาน เร่ว รากผักชี ไพล ดอกผักชีไร่ตากแห้งโขลกผสมในพริกแกง และมีพริกตุ้มลูกกลมๆ ซึ่งคนนึกว่ามะเขือพวง เวลากัดถึงรู้ว่านี่คือพริกนี่นา และมีความเผ็ดจากพริกขี้หนูตากแห้งด้วย ทำเป็นแกงน้ำขลุกขลิกใส่คอหมูย่างน้ำผึ้งหอมๆ
ที่ชอบมากคือ ยำหมึกย่าง ชมพู่ กับพริกเกลือและถั่วตัด (350 บาท) ใช้ชมพู่ทับทิมจันทร์ หวานกรอบ คลุกกับน้ำจิ้มพริกเกลือ (น้ำจิ้มซีฟู้ดของภาคตะวันออกที่ปรุงด้วยเกลือ) และถั่วตัดกับหอมเจียว หมึกที่ใช้คือหมึกหอมที่ขึ้นมาสดๆ ไม่ดองน้ำเกลือ ทำความสะอาดแล้วแช่แข็งเก็บไว้ใช้
วันนั้นมีเมนูปลาทะเลพื้นบ้านภาคตะวันออก ปลาโฉมงามย่างดอกเกลือ (300 กรัม 350 บาท) สดมากๆ ย่างกับดอกเกลือจากแม่กลองจนหนังหอมๆ เนื้อแน่นนุ่ม เวลากินให้บีบส้มมะปี๊ด (ส้มจี๊ดของคนภาคกลาง) จิ้มกับเกลือพริกไทยเพิ่มได้
เมนูปลาทำอร่อยได้อีกอย่าง ปลาโฉมงามทอดกระเทียม (350 บาท) น้ำจิ้มพริกเกลือสามรส เปรี้ยวเค็มหวานเผ็ด ปรุงด้วยเกลือ น้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว มะนาว พริกขี้หนู และกระเทียม และสำหรับปลาทอดจะใส่มะอึกซอยกับหอมแดงซอยด้วย โรยด้วยกระเทียมเจียวบนปลาอีกต่างหาก
ซึ่งปลาแต่ละวันจะได้มาไม่เหมือนกัน เช่น ปลาอังเกย ปลากุดสลาด ปลาอินทรี ปลากะมง ให้สอบถามที่ร้านได้เลย
มีเมนูไทยที่ทำได้โดดเด่นมาก มัสมั่นเนื้อน่องโคขุนใบชะมวง (380 บาท) ได้รสชาติความอร่อยแปลกใหม่ เพราะใส่ใบชะมวงเพิ่มความเปรี้ยวหอมตามสไตล์ภาคตะวันออก
อย่าลืมสั่ง ไหลบัวผัดกะปิใส่กุ้งแชบ๊วย (395 บาท) ใช้กะปิพื้นบ้าน ตำเครื่องสดๆ เดี๋ยวนั้น มีกระเทียม หอม กะปิ พริกเหลือง ตัวไหลบัวกรอบอร่อย
หลนกะปิคั่วใส่เนื้อปูม้า (395 บาท) ใช้กะปิคั่วของบ้านค่าย ระยอง ละลายผสมกับหัวกะทิ ปรุงเป็นหลน โรยด้วยผักชีและกระชายซอย พริกหยวก พริกชี้ฟ้าแดง ใส่เนื้อปูม้าแกะมาให้แล้ว เป็นปูจากเรือเล็กของชาวบ้าน เวลากินให้แกล้มด้วยผักแนมพื้นบ้านและใบชะพลูชุบแป้งทอด
ต้มยำผักกาดดองทะเลรวม (650 บาท) คล้ายต้มโจ ต้มยำใส่พริกขี้หนูลูกโดด และพริกแห้ง ใส่กระเทียมเจียว รสชาติเปรี้ยวเผ็ดหอม วันนั้นของทะเลที่ใส่คือเนื้อปลาอินทรี (บางวันเป็นปลาเก๋าหรือปลาโฉมงาม) กุ้งแชบ๊วย และหมึกหอม
เมนูกินเล่น ไส้กรอกหมูสะเต๊ะ อาจาด (230 บาท) อารมณ์เหมือนกินหมูสะเต๊ะบดกับน้ำจิ้มที่ยัดไส้อยู่ในไส้กรอก จิ้มกับอาจาดใส่ตะลิงปลิงอมเปรี้ยว
มื้อนั้นยังมีของดีๆ อีกเพียบ ทั้ง ผัดวุ้นเส้นสามฉุนใส่กุ้งแชบ๊วย (395 บาท) ชะอม สะตอ และกระเทียมดอง ฉู่ฉี่กุ้งแชบ๊วย (780 บาท) เนื้อพิคานย่าไทย-วากิวย่าง (790 บาท) จากฟาร์มในจังหวัดหนองคาย
อย่าลืมเก็บท้องไว้สำหรับของหวานเอกลักษณ์ประจำร้าน ห้ามพลาดชิม ขนมอินทนิลสาคูต้นพัทลุง กะทิสด (95 บาท) ความพิเศษคือจะใช้แป้งจากสาคูต้นของพัทลุงแทนที่จะใช้แป้งมัน น้ำกะทิอบควันเทียนหอมๆ ใส่มะพร้าวอ่อน กินแนมด้วยทองม้วนกรอบ
ของหวานอื่นๆ ก็ตื่นตาตื่นใจมาก มี ไอศกรีมกระยาสารท (95 บาท) ซึ่งที่ร้านทำกระยาสารทเอง คล้ายกราโนล่าโดยอบให้กรอบ ความพิเศษอยู่ที่มีพิชตาชิโอ้และแครนเบอรี่ด้วย และนำไปอบควันเทียน ใช้เป็นท็อปปิ้งไอศกรีม ส่วนไอศกรีมนมผสมกระยาสารท รับจากเจ้าประจำที่เป็นร้านเล็กๆ โฮมเมด นอกจากนี้ ก็มี ส้มฉุนมะยงชิดและผลไม้ตามฤดูกาล (105 บาท) สูตรนี้ไม่เหมือนใคร ใช้ส้มมะปี๊ดเปรี้ยวหอมแทนส้มซ่า ใส่ทั้งมะยงชิด องุ่น ลำไย มะม่วงซอย ขิงซอย และหอมเจียว ปิดท้ายด้วย ไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอม ลูกลานเชื่อม (95 บาท)
ใครชอบสรรหาชิมอาหารแปลกใหม่แต่ต้องอร่อยถูกใจด้วย ขอให้มาลิ้มลองเมนูสร้างสรรค์ที่ร้านฉันลมิตรของเชฟไมค์ เปิดบริการมื้อเย็นช่วง 5 โมงเย็นถึง 4 ทุ่ม ส่วนเสาร์-อาทิตย์เพิ่มมื้อกลางวัน เที่ยงถึงบ่าย 2 โมงครึ่ง (ครัวปิดบ่าย 2 โมง) หยุดทุกวันอังคาร อย่าลืมโทรจองก่อนล่วงหน้าหลายวันยิ่งดี ที่เบอร์ 06-2226-4297 ลืมบอกว่าร้านนี้ไม่รับบัตรเครดิต แต่โอนเงินหรือจ่ายสดได้นะจ๊ะ
ฉันลมิตร
โดย เชฟไมค์ สมภพ ภู่ธนะพิบูล
ที่ตั้ง 327/1 ถนนสุขุมวิท ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง 21000
โทร 06-2226-4297
เปิดบริการ จันทร์ และพุธ-ศุกร์ 17.00-22.00 น.
เสาร์-อาทิตย์ 12.00-14.30 น. และ 17.00-22.00 น.
หยุด อังคาร
แนะนำ แกงเผ็ดระยองคอหมูย่างน้ำผึ้ง ยำหมึกย่าง ชมพู่ กับพริกเกลือและถั่วตัด ปลาโฉมงามย่างดอกเกลือ มัสมั่นเนื้อน่องโคขุนใบชะมวง ไหลบัวผัดกะปิใส่กุ้งแชบ๊วย ขนมอินทนิลสาคูต้นพัทลุง กะทิสด ปลาโฉมงามทอดกระเทียม หลนกะปิคั่วใส่เนื้อปูม้า ต้มยำผักกาดดองทะเลรวม ไส้กรอกหมูสะเต๊ะ อาจาด ผัดวุ้นเส้นสามฉุนใส่กุ้งแชบ๊วย เนื้อพิคานย่าไทย-วากิวย่าง ไอศกรีมกระยาสารท ส้มฉุนมะยงชิดและผลไม้ตามฤดูกาล ไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอมลูกลานเชื่อม

