ปัดฝุ่นความทรงจำ เมื่อ ‘สะพานข้ามแม่น้ำแคว’ กำลังเตรียมก้าวสู่รันเวย์มรดกโลกอีกครั้ง

14.07.26 | 18:16 น.

ปัดฝุ่นความทรงจำ เมื่อ ‘สะพานข้ามแม่น้ำแคว’ กำลังเตรียมก้าวสู่รันเวย์มรดกโลกอีกครั้ง

 

หากพูดถึง กาญจนบุรี ภาพจำของใครหลายคนคงหนีไม่พ้นคาเฟ่ชิคๆ ริมน้ำ แพที่พักสุดชิล หรือสายหมอกจาง ๆ บนยอดเขา แต่ท่ามกลางแลนด์มาร์กสุดฮิตเหล่านั้น มีสิ่งหนึ่งที่ยืนหยัดผ่านกาลเวลาและเป็นหัวใจสำคัญของเมืองนี้เสมอก็คือ “สะพานข้ามแม่น้ำแคว” และ “เส้นทางรถไฟสายมรณะ” อนุสรณ์สถานระดับโลกที่เปี่ยมไปด้วยเรื่องราวและร่องรอยประวัติศาสตร์

ล่าสุด ที่ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี กลุ่มคนสื่อจากชมรมเครือข่ายวิชาชีพสื่อมวลชน ได้เข้าพบ วุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อเตรียมจัดเวทีเสวนาวิชาการครั้งใหญ่ในหัวข้อ “การผลักดันสะพานข้ามแม่น้ำแควสู่มรดกโลก” ถือเป็นการปลุกความหวังที่เคยเงียบหายไปนานนับสิบปีให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง!

แต่การจะพาสะพานข้ามแม่น้ำแควไปอวดโฉมบนเวทีโลกของ UNESCO นั้น ยังมี “โจทย์หิน” ในหลากมิติที่ต้องร่วมกันข้ามผ่าน

Advertisement

วุฒิพงษ์ รองผู้ว่าฯ กล่าวว่า มิติแรกที่สำคัญที่สุดคือ “วิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น” พื้นที่โดยรอบและเขตกันชนหากได้รับการขึ้นทะเบียนจะถูกจำกัดสิทธิ์ในการพัฒนาเชิงพาณิชย์และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิถีชีวิตและอาชีพของชาวบ้านในพื้นที่ หากภาครัฐยังไม่สามารถสร้างการยอมรับ ออกแบบกลไกการแบ่งปันผลประโยชน์ที่เป็นธรรม และสื่อสารทำความเข้าใจกับชุมชนได้อย่างรอบด้าน ก็อาจนำไปสู่แรงต่อต้านจากคนในพื้นที่ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียสำคัญ

มิติถัดมาคือ “มิติระหว่างประเทศและประวัติศาสตร์ร่วม” การเสนอชื่อแหล่งมรดกโลกในลักษณะ “พื้นที่แห่งความทรงจำและความสูญเสีย” (Site of Memory and Loss) ย่อมเกี่ยวข้องกับ “ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” จากหลายประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่น อังกฤษ ออสเตรเลีย และประเทศพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 2 ดังนั้นจึงจำเป็นต้องประสานงานและสร้างความเข้าใจอย่างละเอียดอ่อนกับประเทศที่มีประวัติศาสตร์ร่วมกัน เพื่อมิให้การเสนอชื่อกลายเป็นการตอกย้ำบาดแผลทางสงคราม แต่ควรเน้นย้ำถึงคุณค่าสากลในด้านสันติภาพ การเยียวยา และบทเรียนประวัติศาสตร์ เพื่อให้เกิดการยอมรับในเวทีโลก

มิติสุดท้ายที่เป็นหัวใจของการขับเคลื่อนคือ “การขาดความต่อเนื่องเชิงนโยบาย” แม้ปัจจุบันจะเริ่มมีการ “ปัดฝุ่น” ความพยายามอีกครั้ง ผ่านการจัดนิทรรศการและเวทีวิชาการที่นำเสนอผลงานวิจัยที่มีอยู่เดิม แต่ปัญหาหลักที่ทำให้การขับเคลื่อนล้มเหลวในอดีตคือ การขาดการสานต่ออย่างเป็นรูปธรรมในระดับนโยบาย จากการเปลี่ยนผ่านผู้บริหารและหน่วยงานเจ้าภาพที่ยังไม่มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ส่งผลให้ข้อมูลและการเตรียมความพร้อมที่สั่งสมไว้ไม่ถูกนำมาต่อยอดอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ รองผู้ว่าฯ ได้เสนอแนะให้คณะสื่อมวลชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน พร้อมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนตั้งแต่ระดับชุมชนจนถึงระดับนานาชาติ เพื่อเพิ่มโอกาสในการผลักดันให้สะพานข้ามแม่น้ำแควและเส้นทางรถไฟสายมรณะได้รับการยอมรับเป็นมรดกโลกอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

การเดินทางครั้งใหม่ของสะพานข้ามแม่น้ำแควและเส้นทางรถไฟสายมรณะในรอบนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของคนรุ่นก่อน หรือเป็นเพียงเรื่องในตำราประวัติศาสตร์อีกต่อไป แต่คือไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมรูปแบบใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อต่อยอดให้แลนด์มาร์กแห่งความทรงจำชิ้นนี้ กลายเป็น “มรดกของโลก” ที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าและเติบโตเคียงคู่กับวิถีชีวิตของชาวเมืองกาญจน์ได้อย่างยั่งยืนในอนาคต