หลบฝนซด ‘ซุปร้อน’ 3 ร้านเด็ด สไตล์เอเชีย ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี

17.07.26 | 18:21 น.

หลบฝนซด ‘ซุปร้อน’ 3 ร้านเด็ด สไตล์เอเชีย ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี

ฝนที่ตกลงมาในแต่ละปี ไม่เพียงเปลี่ยนสีของท้องฟ้า หากยังเปลี่ยนรสนิยมการกินของผู้คนอย่างน่าสนใจ จากกาแฟเย็นๆ ที่เคยเป็นเครื่องดื่มประจำวัน กลายเป็นชาร้อนแก้วโปรด จากอาหารจานเดียวที่รีบเร่ง กลายเป็นหม้อไฟที่ชวนให้ให้นั่งล้อมวงได้นานขึ้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่หลายวัฒนธรรมในเอเชียต่างมี “ซุป” เป็นพระเอกของฤดูฝน ไม่ว่าจะเป็นนาเบะของญี่ปุ่น สุกี้แบบฮ่องกง หรือซุปตุ๋นสไตล์กวางตุ้ง เพราะอาหารเหล่านี้ไม่ได้มีหน้าที่เพียงสร้างความอบอุ่นให้ร่างกาย แต่ยังเป็นอาหารที่ชวนให้ผู้คนใช้เวลาร่วมกันบนโต๊ะอาหาร

ในช่วงที่ “อิมแพ็ค เมืองทองธานี” ยังคงเป็นหมุดหมายของทั้งคอนเสิร์ต นิทรรศการ งานแสดงสินค้า และกิจกรรมขนาดใหญ่แทบทุกสัปดาห์ พื้นที่แห่งนี้ยังกลายเป็นจุดหมายของคนที่ตั้งใจมาหาของอร่อยก่อนหรือหลังจบกิจกรรม และหากพูดถึงเมนูที่เหมาะกับฤดูฝน คงหนีไม่พ้นอาหารประเภทซุปและหม้อไฟ ซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่รสชาติแบบญี่ปุ่นไปจนถึงฮ่องกง

ร้านแรกพาเดินทางไปถึงเกาะฮอกไกโด ผ่านหม้อไฟที่คนญี่ปุ่นรู้จักกันดีในชื่อ “อิชิคาริ นาเบะ” เมนูขึ้นชื่อของร้าน “สึโบฮาจิ (Tsubohachi)” ร้านอิซากายะที่ถือกำเนิดจากเมืองซัปโปโร และขยายสาขามาสู่ประเทศไทยพร้อมรักษารสชาติแบบต้นตำรับ

 

Advertisement

สำหรับอิชิคาริ นาเบะ เป็นอาหารที่มีต้นกำเนิดจากเมืองชาวประมงริมแม่น้ำอิชิคาริของฮอกไกโด จุดเด่นอยู่ที่การใช้ปลาแซลมอนสดต้มในน้ำซุปมิโสะ ก่อนเติมความหอมมันด้วยเนยและความหวานจากข้าวโพด ซึ่งล้วนเป็นวัตถุดิบที่สะท้อนภูมิประเทศของเกาะเหนือแห่งญี่ปุ่น ซุปมิโสะที่ค่อยๆ เดือดในหม้อ ไม่ได้ให้เพียงรสเค็มกลมกล่อม แต่ยังมีกลิ่นหอมของถั่วหมักที่ชวนให้เจริญอาหาร ยิ่งเมื่อรับประทานคู่กับปลาแซลมอนชิ้นโต ผักสด และเห็ดหลากชนิด ก็ยิ่งเป็นเมนูที่เหมาะกับอากาศเย็นชื้นของหน้าฝนอย่างพอดี

นอกจากหม้อไฟแล้ว ร้านยังมีอาหารญี่ปุ่นอีกกว่า 200 เมนู ตั้งแต่ซาชิมิ ซูชิ ไปจนถึงเมนูย่างสไตล์อิซากายะ ทำให้เป็นหนึ่งในร้านที่รองรับทั้งคนที่ต้องการมื้อเบาๆ และผู้ที่ตั้งใจมาสังสรรค์อย่างเต็มที่ จากญี่ปุ่น ข้ามมาฮ่องกงกับ “ฮ่องกง สุกี้ (Hong Kong Suki)” ร้านที่เลือกหยิบวัฒนธรรมการกินหม้อไฟของชาวฮ่องกงมาเสิร์ฟในบรรยากาศร่วมสมัย เสน่ห์ของสุกี้ฮ่องกงแตกต่างจากชาบูญี่ปุ่นอยู่ไม่น้อย เพราะหัวใจสำคัญอยู่ที่น้ำซุปซึ่งมีรสชาติเข้มข้นกว่า โดยเฉพาะน้ำซุปเสฉวนที่โดดเด่นด้วยกลิ่นเครื่องเทศและความเผ็ดร้อนกำลังดี ให้ความรู้สึกอบอุ่นตั้งแต่คำแรก

 

เมื่อหม้อเริ่มเดือด วัตถุดิบทะเลทั้งกุ้ง แซลมอน หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ปลาหมึก และกระเพาะปลา ทยอยลงสู่หม้อทีละอย่าง แต่สิ่งที่หลายคนยกให้เป็นเอกลักษณ์ของร้านกลับเป็น “ลูกชิ้นปลาหมึกโฮมเมด” ที่ทำจากปลาหมึกกระดองสด ตีจนได้เนื้อเด้งแน่น ก่อนนำมาปั้นสดในแบบฉบับของร้าน

หลังจากนั้น เข้าสู่ปลายทางของการเดินทางครั้งนี้คือ “ฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน (Hong Kong Fisherman)” ร้านอาหารกวางตุ้งที่เปิดให้บริการในอิมแพ็ค เมืองทองธานี มายาวนานกว่าสองทศวรรษ และยังคงรักษารูปแบบการปรุงอาหารจีนแบบดั้งเดิมเอาไว้ หากอาหารญี่ปุ่นเน้นรสชาติจากวัตถุดิบ และสุกี้ฮ่องกงเน้นความสนุกของการรับประทานร่วมกัน อาหารกวางตุ้งกลับให้ความสำคัญกับศิลปะของการเคี่ยวน้ำซุปเป็นพิเศษ

หนึ่งในเมนูที่เหมาะกับฤดูฝนคือ “ซุปเสฉวนทะเลกระเพาะปลาสด” ซุปรสเข้มข้นที่ผสมผสานความเปรี้ยว หวาน และเผ็ดไว้ในถ้วยเดียว พร้อมกุ้งสดและกระเพาะปลาที่ให้เนื้อสัมผัสแตกต่างกันอย่างน่าสนใจ สำหรับคนจีน ซุปไม่ได้เป็นเพียงเมนูเรียกน้ำย่อย แต่เป็นอาหารที่สะท้อนความพิถีพิถันของผู้ปรุง เพราะกว่าจะได้ซุปที่รสชาติกลมกล่อม จำเป็นต้องอาศัยเวลาในการเคี่ยวอย่างช้าๆ เพื่อดึงรสหวานของวัตถุดิบออกมาโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรุงมากนัก

นอกจากเมนูซุป ร้านยังมีอาหารกวางตุ้งที่หลายคนคุ้นเคย ทั้งเป็ดปักกิ่งย่างไม้ลำไย หมูแดง หมูกรอบ และเมนูซีฟู้ดที่ยังคงเป็นจุดแข็งของร้านมาตลอดหลายปี

เมื่อมองภาพรวม จะพบว่าทั้งสามร้านต่างพาผู้รับประทานเดินทางผ่านวัฒนธรรมอาหารของเอเชีย แม้รายละเอียดของรสชาติจะต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือการใช้ “ซุป” เป็นศูนย์กลางของมื้ออาหาร หม้อไฟของญี่ปุ่นสะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนในดินแดนหนาวเย็น สุกี้ฮ่องกงบอกเล่าเสน่ห์ของเมืองที่ผสมผสานวัฒนธรรมจีนกับความเป็นสากล ส่วนซุปกวางตุ้งก็เผยให้เห็นภูมิปัญญาการเคี่ยวน้ำซุปที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน

นอกจากจะเติมเต็มความอิ่มแล้ว ยังเติมความอบอุ่นให้กับช่วงเวลาระหว่างมื้ออาหารได้อย่างเรียบง่าย แต่ยาวนานกว่ารสชาติที่เหลืออยู่ในชาม