ชิมเมนูเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะกรุงเทพฯ จากเชฟมิชลิน ณ ‘Mott 32 Bangkok’
ทุกครั้งที่ Mott 32 Bangkok เปิดตัวเมนูใหม่ สิ่งที่หลายคนคาดหวังคงไม่ใช่แค่ความอลังการของวัตถุดิบ แต่คือคำถามว่า “ครั้งนี้เชฟจะเล่าเรื่องอะไรผ่านอาหาร” คำตอบของฤดูกาลนี้มาพร้อมการกลับมาของ “เชฟลี แมน ซิง” Group Executive Chef ของ Mott 32 เชฟชาวฮ่องกงผู้ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และเป็นหนึ่งในผู้ผลักดันให้อาหารจีนร่วมสมัยได้รับความนิยมในหลายประเทศ และครั้งนี้เขาไม่ได้เพียงแค่นำสูตรอาหารจากฮ่องกงมาเสิร์ฟในกรุงเทพฯ หากแต่เลือกออกแบบเมนูใหม่ทั้งหมดโดยมองผ่านสายตาของ “นักชิมชาวไทย” กับการเปิดตัว “Chef Lee’s Exclusive Seasonal Menu” เมนูพิเศษจำนวน 8 รายการ ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเสิร์ฟเฉพาะที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย


เมนูพิเศษในครั้งนี้ประกอบด้วยอาหารทั้งหมด 8 รายการ ซึ่งแต่ละจานมีเอกลักษณ์แตกต่างกัน เริ่มจาก “กั้งทอดพริกเกลือ” ที่ใช้กั้งเนื้อแน่นทอดจนได้ผิวกรอบ ก่อนคลุกเคล้ากับพริกและเกลืออย่างเรียบง่าย แต่ช่วยดึงรสหวานของเนื้อกั้งออกมาได้อย่างเต็มที่ “ปลาหิมะเจี๋ยนหอม 3 เกลอ” เป็นอีกเมนูที่ผสมผสานวัตถุดิบจีนกับกลิ่นอายของครัวไทย ผ่านความหอมของกระเทียม พริกไทย และรากผักชี หรือที่คนไทยเรียกว่า “สามเกลอ”

ด้านเมนูที่ต้องอาศัยความประณีตในการปรุง อย่าง “กระเพาะปลายัดไส้ข้าวเหนียวกุนเชียงซอสเป๋าฮื้อ” ซึ่งใช้เวลาหลายขั้นตอนในการเตรียมวัตถุดิบ ก่อนราดด้วยซอสเป๋าฮื้อที่ให้รสชาติเข้มข้น ส่วนผู้ที่ชื่นชอบกลิ่นหอมของทรัฟเฟิล น่าจะถูกใจกับ “ไก่ฉีกอบซอสทรัฟเฟิล” ที่เพิ่มมิติของกลิ่นหอมให้กับเมนูไก่ในแบบร่วมสมัย อีกหนึ่งเมนูที่น่าจับตาคือ “ไข่กุ้ยฮวาผัดเนื้อปูและหอยเชลล์แห้ง” ซึ่งเน้นความนุ่มละมุนของไข่ ผสานกับรสหวานจากเนื้อปูและความหอมของหอยเชลล์แห้ง

ปิดท้ายด้วย “ขานกพิราบยัดไส้เห็ดรวมและเห็ดมอเรล” เมนูที่พบได้ไม่บ่อยนักในประเทศไทย และสะท้อนเทคนิคการปรุงอาหารจีนชั้นสูงที่ต้องอาศัยทั้งความละเอียดและประสบการณ์ของเชฟ


เชฟลี แมน ซิง ไม่ได้เพียงนำเมนูจากฮ่องกงมาเสิร์ฟในไทย หากแต่ศึกษารสนิยมของผู้บริโภคชาวไทย แล้วปรับองค์ประกอบบางส่วนให้เกิดความสมดุลระหว่างความเป็นกวางตุ้งกับรสชาติที่คนไทยคุ้นเคย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ “ปลาเก๋าดอกแดงนึ่งซอสพริกหวานเหลืองสูตรต้นตำรับ” ที่พัฒนาซอสสูตรพิเศษให้มีความกลมกล่อมและมิติของรสชาติถูกใจนักชิมชาวไทย โดยยังคงรักษาเทคนิคการนึ่งปลาแบบกวางตุ้งที่เน้นความสดของเนื้อปลาเป็นหัวใจสำคัญ

อีกจานที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้ดีคือ “ปูเนื้อผัดซอสเสฉวน หมูสับ เสิร์ฟพร้อมหมี่กรอบ” เมนูที่หยิบเอาเส้นหมี่กรอบ ซึ่งเป็นรสชาติคุ้นเคยของคนไทย มาผสมผสานกับซอสเสฉวนและเทคนิคการปรุงอาหารจีนร่วมสมัย จนเกิดเป็นจานที่มีทั้งความเผ็ดหอม ความกรุบกรอบ และความเข้มข้นในคำเดียว ความน่าสนใจไม่ได้อยู่ที่ปลา แต่คือซอสพริกหวานเหลืองที่เชฟพัฒนาขึ้นใหม่ให้มีความหวานน้อย กลิ่นพริกสดชัด และมีความกลมกล่อมในแบบที่คนไทยคุ้นเคย รสชาติไม่ได้จัดจ้าน แต่ก็ไม่เรียบจนเกินไป ทำให้เนื้อปลาโดดเด่นโดยไม่ถูกซอสกลบ

สำหรับคนที่ชอบอาหารจีนระดับไฟน์ไดนิ่ง “กระเพาะปลายัดไส้ข้าวเหนียวกุนเชียงซอสเป๋าฮื้อ” ถือเป็นจานที่แสดงเทคนิคของเชฟได้ดีที่สุด กระเพาะปลาให้สัมผัสนุ่มลิ้น ขณะที่ข้าวเหนียวด้านในช่วยเพิ่มความหนึบและความอิ่มแบบไม่เลี่ยน ก่อนปิดท้ายด้วยซอสเป๋าฮื้อที่เคลือบทุกอย่างให้เข้ากัน เป็นเมนูที่อาจดูเรียบ แต่รายละเอียดซ่อนอยู่ในทุกชั้นของรสชาติ

สิ่งที่น่าสนใจของ Chef Lee’s Exclusive Seasonal Menu ไม่ใช่การรวมวัตถุดิบราคาแพงไว้ในมื้อเดียว แต่คือการทำให้อาหารจีนกวางตุ้งดูร่วมสมัยขึ้น โดยไม่สูญเสียรากฐานเดิม หลายเมนูมีการหยิบรสชาติหรือวัตถุดิบที่คนไทยคุ้นเคยมาปรับใช้ ทำให้ประสบการณ์การรับประทานไม่รู้สึกห่างไกลเหมือนอาหารจีนไฟน์ไดนิ่งแบบดั้งเดิม
ซึ่งเชฟลี แมน ซิง มองว่า กรุงเทพมหานครเป็นหนึ่งในเมืองอาหารที่มีชีวิตชีวาที่สุดของเอเชีย เพราะผู้คนพร้อมเปิดรับประสบการณ์ใหม่อยู่เสมอ ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัตถุดิบไม่แพ้เมืองใหญ่ด้านอาหารแห่งอื่น

เพราะเขาเชื่อว่าความหลากหลายทางวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ ทำให้เชฟสามารถทดลองแนวคิดใหม่ๆ ได้ โดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งรากฐานของอาหารดั้งเดิม สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารจีน หรือกำลังมองหาประสบการณ์ใหม่บนโต๊ะอาหาร เมนูชุดนี้นับเป็นอีกหนึ่งลิสต์ที่น่าสนใจในช่วงฤดูนี้ เพราะเป็นการรวมทั้งฝีมือของเชฟระดับโลก ความพิถีพิถันของอาหารกวางตุ้ง และแรงบันดาลใจจากเมืองแห่งอาหารอย่างกรุงเทพฯ ไว้ในมื้อเดียว

ทั้งนี้ Chef Lee’s Exclusive Seasonal Menu พร้อมให้บริการทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำที่ Mott 32 Bangkok ชั้น 2 ณ โรงแรม เดอะ สแตนดาร์ด แบงค็อก มหานคร ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม ถึง 31 สิงหาคม 2569 เท่านั้น



