Shake Shack x JamyJamess ชูซีฟู้ดไทย ผ่าน 4 เมนูพิเศษ ผสานเบอร์เกอร์สไตล์นิวยอร์ก

19.09.26 | 11:48 น.

Shake Shack x JamyJamess ชูซีฟู้ดไทย ผ่าน 4 เมนูพิเศษ ผสานเบอร์เกอร์สไตล์นิวยอร์ก

หากพูดถึง Shake Shack ภาพแรกที่ลอยเข้ามาในหัวก็คงหนีไม่พ้นเบอร์เกอร์เนื้อฉ่ำๆ ขนมปังนุ่มๆ มันฝรั่งหยักทอดกรอบ แต่คราวนี้ Shake Shack ขอฉีกตัวเองออกจากกรอบเดิม จากมหานครนิวยอร์ก สู่ “ทะเลไทย” จึงเป็นที่มาของโปรเจ็กต์คอลลาบอเรชั่นครั้งแรกในประเทศไทย ที่จับมือกับ “เจมมี่เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ” นักแสดงหนุ่มผู้หลงใหลในอาหารทะเล และเจ้าของร้านอาหาร “ทะเลใจ” ร่วมกันสร้างสรรค์แคมเปญ “Shake Shack x JamyJamess” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ทะเลใจ ใจนิวยอร์ก” ที่หยิบเอารสชาติและวัตถุดิบจากอาหารทะเลไทย มาตีความใหม่ผ่านเมนูของ Shake Shack ตั้งแต่เบอร์เกอร์ มันฝรั่งทอด ไปจนถึงมิลค์เชค


เจมมี่เจมส์เล่าว่า เขาเป็นคนที่ชื่นชอบอาหารทะเลมาโดยตลอด และอยากใช้โอกาสนี้ถ่ายทอดประสบการณ์และสิ่งที่ตัวเองรักผ่านอาหาร โดยเฉพาะความเชื่อว่า ซีฟู้ดจากประเทศไทยมีคุณภาพและมีศักยภาพไม่แพ้อาหารจากที่ใดในโลก เมื่อความชอบส่วนตัวมาเจอกับโจทย์ของ Shake Shack จึงเกิดเป็น 4 เมนูพิเศษที่พยายามนำรสชาติจากร้านทะเลใจมาตีความให้อยู่ในภาษาของ Shake Shack

Advertisement

เริ่มต้นด้วย “Surfer Boy Shack” เบอร์เกอร์เนื้อแองกัส 100 เปอร์เซ็นต์ เมนูสแตนดาร์ดของ Shake Shack ก่อนเติมมิติใหม่ด้วยกุ้งทอดกรอบ ผักกาดหอม ผักชี และหอมแดงดอง พร้อมซอสซีฟู้ดมายองเนสสูตรพิเศษจากทะเลใจ บนขนมปังมันฝรั่งแท้

Surfer Boy Shack & Talayjai Shrimp Shack

องค์ประกอบสำคัญของเมนูนี้อยู่ที่การวาง “รสชาติทะเลไทย” ไว้บนโครงสร้างของเบอร์เกอร์แบบอเมริกัน ความเข้มของเนื้อถูกตัดด้วยความเปรี้ยวและเผ็ดจากซอสซีฟู้ด ขณะที่กุ้งทอดช่วยเพิ่มสัมผัสกรอบ ทำให้เบอร์เกอร์จานนี้มีรสชาติที่ซับซ้อนขึ้นจากสิ่งที่คุ้นเคย

ถัดมาคือ “Talayjai Shrimp Shack” เมนูที่ “กุ้ง” เป็นพระเอกอย่างเต็มตัว ด้วยกุ้งทอดกรอบชุบเกล็ดขนมปัง เสิร์ฟพร้อมโคลสลอว์ผสมพริกเชอรี่ ผักกาดหอม ผักชี หอมแดงดอง และซอสซีฟู้ดมายองเนสสูตรพิเศษจากทะเลใจ บนขนมปังมันฝรั่ง หากเมนูแรกเป็นการพบกันของ “เนื้อและทะเล” เมนูนี้ก็เปรียบเสมือนการนำเมนูซีฟู้ดแบบไทยมาวางไว้ในโครงสร้างของเบอร์เกอร์โดยตรง ความกรอบของกุ้งทำงานร่วมกับความสดของผักและรสเปรี้ยวเผ็ดของซอส ขณะเดียวกันขนมปังมันฝรั่งช่วยทำให้รสทั้งหมดมีความนุ่มนวลขึ้น

ส่วนอีกหนึ่งเมนูที่แสดงให้เห็นถึงการนำรสชาติไทยเข้ามาใส่ไว้ในเมนูคลาสสิกของ Shake Shack คือ “Sea & Fries” มันฝรั่งหยักทอดกรอบถูกนำมาคลุกกับผงต้มยำ ก่อนโรยหน้าด้วยคางกุ้งทอดกรอบและใบมะกรูดทอด เสิร์ฟพร้อมซอสซีฟู้ดมายองเนสจากทะเลใจ เป็นเมนูที่ใช้กลิ่นและรสของเครื่องเทศไทยเข้ามาเปลี่ยนคาแร็กเตอร์ของมันฝรั่งทอดให้มีมิติแบบอาหารทะเลไทยมากขึ้น

Sea & Fries

จากของคาวเดินทางมาถึงของหวาน “Coconut Shake” ที่เลือกใช้รสชาติของ “มะพร้าว” ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่คุ้นเคยในขนมไทย มาผสมกับไอศกรีมวานิลลา นมมะพร้าว และน้ำตาลโตนด ก่อนท็อปด้วยวิปครีมและมะพร้าวอบกรอบ เมนูนี้จึงเป็นเหมือนอีกด้านของการคอลลาบอเรชั่น เพราะไม่ได้หยิบเพียงรสชาติจัดจ้านของอาหารทะเลมาใช้ แต่เลือกนำวัตถุดิบและความทรงจำเกี่ยวกับรสชาติแบบไทยๆ มาตีความในครื่องดื่มของ Shake Shack

Coconut Shake

เบื้องหลังการพัฒนาเมนูทั้ง 4 รายการ ไม่ได้มีเพียงเจมมี่เจมส์ หากยังเป็นการทำงานร่วมกับทีมพัฒนาครัวระดับโลกของ Shake Shack โดย “Jim Frisch” หรือเชฟจิม Senior Director, Global Culinary & Product Development ซึ่งมองว่าการร่วมงานครั้งนี้เป็นโอกาสในการนำมุมมองด้านอาหารของเจมมี่เจมส์มาผสมกับแนวคิดการทำอาหารของ Shake Shack

เชฟจิม Senior Director, Global Culinary & Product Development

เชฟจิมกล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า “Shake Shack x JamyJamess ไม่ใช่แค่การคอลลาบอเรชั่นระหว่างแบรนด์และเซเลบริตี้เชฟชื่อดังเท่านั้น แต่ยังเป็นการนำสองโลกของรสชาติจากอาหารทะเลไทยและเบอร์เกอร์สไตล์นิวยอร์กมาผสมผสานไว้ด้วยกันอย่างลงตัว สำหรับเจมมี่เจมส์เอง การได้ร่วมงานกับ Shake Shack ครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการนำชื่อของตัวเองมาปรากฏอยู่บนเมนู หากเป็นการนำความสนใจเรื่องอาหารที่อยู่กับตัวเขามานาน มาถ่ายทอดในรูปแบบที่คนจำนวนมากสามารถเข้าถึงได้

อีกหนึ่งรายละเอียดที่น่าสนใจคือ วัตถุดิบซีฟู้ดที่นำมาใช้ในเมนูคอลลาบอเรชั่นครั้งนี้มาจากซีฟู้ดไทย 100 เปอร์เซ็นต์ เป็นเสน่ห์ของอาหารร่วมสมัย ที่นำเอกลักษณ์ของอาหารสองวัฒนธรรมมาบรรจบกัน จนเกิดเป็นรสชาติและประสบการณ์ใหม่ๆ ซึ่งนอกจากเมนูอาหารแล้ว ยังมีไอเท็มลิมิเต็ด Shake Shack x JamyJamess ทั้ง Hawaii Shirt และ Tumbler ขณะเดียวกัน แคมเปญยังเดินหน้าตามแนวคิด “Stand For Something Good” ของ Shake Shack โดยจะนำ 5 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายสุทธิจากวันแรกของการเปิดตัวเมนูพิเศษไปมอบให้กับแคทสเตอร์บ้านพักพิงแมวจร

 

โดยเมนูทั้ง 4 รายการจะวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน-19 พฤศจิกายน ที่ Shake Shack ทั้ง 5 สาขาในประเทศไทย และสามารถสั่งเดลิเวอรี่แบบเอ็กซ์คลูซีฟผ่าน Grab ได้อีกด้วย