‘มีวนา’ เปิดตัว “MiVana SHOT DRINK” ปลดล็อกคุณประโยชน์ คอฟฟี่เบอร์รี่ จากผืนป่าต้นน้ำออร์แกนิก สู่นวัตกรรมเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
บริษัท มีวนา จำกัด (MiVana) ในกลุ่มบริษัทพรีเมียร์ ผู้ดำเนินธุรกิจกาแฟออร์แกนิกภายใต้แนวคิดการอนุรักษ์ ดูแล ฟื้นฟูผืนป่าต้นน้ำ ด้วยการสร้างความร่วมมือกับเกษตรกรและชุมชน เพื่อให้ “คน” และ “ป่า” อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน เดินหน้าต่อยอดธุรกิจจากกาแฟออร์แกนิกสู่ตลาด Preventive Care เปิดตัว “MiVana SHOT DRINK” (มีวนา ช็อต ดริงก์) เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ไม่ใช่กาแฟ ต่อยอดมาจากเนื้อผลเชอร์รีกาแฟออร์แกนิก หรือ Organic Coffee Cherry จากผืนป่าต้นน้ำจังหวัดเชียงราย ด้วยแนวทางเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารเคมี และตรวจสอบย้อนกลับได้ ในรูปแบบ Functional Wellness Shot นำส่วนของผลเชอร์รีกาแฟที่ยังไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพในระบบการผลิตของมีวนา มาต่อยอดผ่านองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม เพื่อสร้างคุณค่าใหม่จากทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมตั้งเป้ายอดขาย 100 ล้านบาทภายใน 12 เดือนแรก
ท่ามกลางการเติบโตของพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคในไทย โดยผลสำรวจ Thailand Voice of the Consumer Survey 2026 ของ PwC Thailand พบว่า 80% ของผู้บริโภคไทยที่สำรวจเคยซื้ออาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 35% ขณะเดียวกัน 91% มีความกังวลเรื่องสารเคมีและสารกำจัดศัตรูพืชในอาหาร สะท้อนว่าผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองเพียงประโยชน์ด้านสุขภาพ แต่ให้ความสำคัญมากขึ้นกับความปลอดภัย แหล่งที่มา และคุณค่าของผลิตภัณฑ์ที่สามารถตรวจสอบได้มากขึ้น

นายวิเชียร พงศธร ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทพรีเมียร์ กล่าวถึงการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทพรีเมียร์ว่า การเติบโตของธุรกิจไม่ควรวัดจากผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจเพียงมิติเดียว แต่ต้องสามารถสร้างคุณค่าให้กับผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ความยั่งยืนจึงเป็นแนวคิดที่อยู่ใน ทุกกระบวนการ ตั้งแต่การเลือกใช้ทรัพยากร การทำงานร่วมกับชุมชน คนในห่วงโซ่ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาได้ ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่
“มีวนาเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนแนวคิดนี้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกระบวนการทำงานของมีวนา (MiVana Process) ที่ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับเกษตรกรและชุมชนในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ในป่าต้นน้ำ การสร้างระบบการค้าที่เป็นธรรม ไปจนถึงการดูแลระบบนิเวศและการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ, ชุมชน ควบคู่กับการอนุรักษ์ ดูแล ฟื้นฟูผืนป่าและระบบนิเวศ โดยมุ่งสร้างสมดุลให้ ‘คน’ และ ‘ป่า’ สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
ในส่วนของการสนับสนุนเกษตรกร มีวนามีการจ่ายค่าออร์แกนิก พรีเมียม (Organic Premium) เป็นเงินสนับสนุนเพิ่มเติมจากค่ากาแฟให้แก่เกษตรกร คือ เงินเพิ่มราคารับซื้อกับเกษตรกรที่ผลิตและขายเมล็ดกาแฟออร์แกนิกตามมาตรฐานที่เรากำหนด ขณะที่ค่า Shade-Grown Premium เป็นเงินสนับสนุนสำหรับการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ปลูกกาแฟ โดยตรวจสอบจากจำนวนและระดับความสูงของไม้ยืนต้น, ไม้เศรษฐกิจในพื้นที่เพาะปลูก และมอบเป็นค่าตอบแทนเพิ่มเติมให้แก่เกษตรกรรายบุคคล นอกจากนี้ยังมีเงินกองทุนพัฒนาชุมชนที่มอบให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนทั้ง 7 หมู่บ้าน โดยคำนวณจากผลผลิตที่รับซื้อทั้งหมดในปีนั้น ๆ และจัดสรรเป็นเงินกองกลางของชุมชน เพื่อนำไปใช้พัฒนาและปรับปรุงสาธารณูปโภคตามความจำเป็นของพื้นที่ ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าการสร้างความยั่งยืนของมีวนาไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในขั้นตอนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการสร้างคุณค่าร่วมกันตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกร ผืนป่า ชุมชน ไปจนถึงผู้บริโภค”

“วันนี้เราต่อยอดแนวคิดดังกล่าว ด้วยการให้ความสำคัญกับวัตถุดิบจากธรรมชาติในทุกส่วน และตั้งคำถามว่า เราจะสามารถใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์และสร้างคุณค่าเพิ่มได้อย่างไร MiVana SHOT DRINK จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นอีกตัวอย่างต้นแบบของการนำแนวคิดด้านความยั่งยืนมาต่อยอด ผ่านการนำวัตถุดิบออร์แกนิกที่มีคุณค่า มาผสานกับองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพ และสร้างคุณค่าใหม่ให้กับทรัพยากรตั้งแต่ต้นทาง
ในอนาคต มีวนามองเห็นโอกาสในการนำแนวคิดนี้ไปต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น โดยเป็นต้นแบบธุรกิจที่นำคุณค่าจากธรรมชาติมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคและสังคม สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากร และสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจไปพร้อมกัน” นายวิเชียร กล่าวเพิ่มเติม
นายศุภวัฒน์ คามีเยาน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มีวนา จำกัด กล่าวว่า “จุดเริ่มต้นของ ‘MiVana SHOT DRINK’ มาจากแนวคิดที่ว่า นอกจากเมล็ดกาแฟที่เรานำไปผ่านกระบวนการแปรรูป คั่ว และพัฒนาเป็นกาแฟแล้ว ยังมีส่วนใดของผลกาแฟที่มีศักยภาพในการนำมาต่อยอดได้อีก และเราพบว่าเนื้อผลเชอร์รีกาแฟ หรือ Coffee Cherry มีสารสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายที่ได้รับความสนใจในงานศึกษาด้านโภชนาการและสุขภาพ อาทิ สารโพลีฟีนอล (Polyphenols) ซึ่งเป็นกลุ่มสารประกอบจากพืชที่มีคุณสมบัติด้านการต้านอนุมูลอิสระ, กรดคลอโรจีนิก (Chlorogenic Acids) เป็นสารประกอบธรรมชาติที่พบได้ในกาแฟมีผลต่อระบบการเผาผลาญและควบคุมระดับน้ำตาล และคาเฟอีนตามธรรมชาติ (Natural Caffeine) รวมถึงมีการศึกษาคุณสมบัติของสารสำคัญใน Coffee Cherry ในด้านต่าง ๆ จึงนำมาศึกษาอย่างจริงจังผ่านองค์ความรู้และงานวิจัย ก่อนต่อยอดเข้าสู่กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ MiVana SHOT DRINK เพื่อทำให้คุณค่าจากวัตถุดิบต้นทางสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น”
สำหรับเนื้อผลเชอร์รีกาแฟออร์แกนิก (Organic Coffee Cherry) ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการต่อยอดผลิตภัณฑ์ครั้งนี้ จะถูกนำมาพัฒนาด้วยวิธี OPP (Organic Polyphenols Press) ซึ่งเป็นนวัตกรรมเฉพาะที่รักษาคุณประโยชน์ทางธรรมชาติโดยไม่ใช้กระบวนการทางเคมี ก่อนนำไปพัฒนาเป็นเครื่องดื่มในรูปแบบช็อต เพื่อรักษาคุณค่าของสารประกอบตามธรรมชาติ พร้อมออกแบบให้พร้อมดื่มและพกพาสะดวก เหมาะกับการนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน
“เราไม่ได้หยุดอยู่เพียงการสร้างสินค้าใหม่ แต่ต้องการเพิ่มคุณค่าให้กับทรัพยากรตั้งแต่ต้นทาง และส่งต่อคุณค่านั้นไปถึงผู้บริโภค MiVana SHOT DRINK จึงเป็นการยกระดับคุณค่าของวัตถุดิบ ผ่านองค์ความรู้และนวัตกรรม สู่ ‘Functional Wellness Shot’ ที่พร้อมดื่ม พกพาสะดวก และตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับทั้งสุขภาพและความสะดวกในชีวิตประจำวัน ที่สำคัญ การพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้ยังสะท้อนแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ด้วยการนำส่วนของเนื้อผลเชอร์รีกาแฟที่เคยถูกมองข้ามมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์มากขึ้น และสร้างคุณค่าที่เชื่อมโยงตั้งแต่เกษตรกรและชุมชนต้นทาง ไปจนถึงผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม” นายศุภวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติม

ด้าน พญ.อังศ์วรา ธีระตันติกานนท์ หรือ หมอเอิง กล่าวถึงแนวโน้มการดูแลสุขภาพในปัจจุบันว่า ผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนจากการรอให้เกิดปัญหาสุขภาพแล้วจึงรักษา ไปสู่การดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน ทั้งด้านโภชนาการ การออกกำลังกาย การพักผ่อน และการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ ซึ่งทุกวันนี้คนส่วนใหญ่เริ่มมีความสนใจกับสิ่งที่เลือกรับประทานมากขึ้น ทั้งการอ่านฉลาก ส่วนประกอบ แหล่งที่มาของวัตถุดิบ ตลอดจนข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือประกอบการตัดสินใจเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเอง
การใช้ชีวิตในปัจจุบัน ความเครียด, มลภาวะทางอากาศ และรังสียูวีจากแสงแดด ทำให้ร่างกายของเราเสื่อมเร็วขึ้น สารต้านอนุมูลอิสระเป็นอีกหนึ่งองค์ความรู้ที่น่าสนใจ การทำความเข้าใจเรื่องเหล่านี้จะช่วยให้เราเห็นภาพของกระบวนการที่เกิดขึ้นภายในร่างกายได้ชัดเจนขึ้น และช่วยให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพในองค์รวม
ตัวอย่างสารต้านอนุมูลอิสระที่เราสามารถรับได้จากอาหารในชีวิตประจำวัน เช่นกลุ่มสารโพลีฟีนอล (Polyphenols) รวมทั้งกรดคลอโรจีนิก (Chlorogenic Acid) ที่เป็นสารประกอบย่อยในกลุ่มโพลีฟีนอล พบได้จากพืชหลายชนิด อาทิ ผักที่มีสีสัน, ผลไม้ตระกูลเบอร์รี, ชา และโกโก้
การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันควรเริ่มจากการสร้างความเข้าใจและปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เลือกรับประทานอาหารที่หลากหลายและเหมาะสม, การออกกำลังกาย, การพักผ่อน และการใช้ชีวิตอย่างสมดุล ควบคู่กับการเลือกพิจารณาข้อมูลด้านสุขภาพจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปปรับใช้ได้อย่างเหมาะสมกับตนเองในระยะยาว
สำหรับแผนธุรกิจ มีวนาวาง MiVana SHOT DRINK เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไม่ใช่กาแฟ เพื่อขยายฐานจากผู้บริโภคกาแฟออร์แกนิก ไปสู่กลุ่ม Health-Conscious Consumers โดยมุ่งสร้างการรับรู้ Coffee Cherry ให้เป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบธรรมชาติที่มีศักยภาพในการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
การเปิดตัว MiVana SHOT DRINK จึงเป็นอีกก้าวของ MiVana จากแบรนด์กาแฟออร์แกนิกใต้ร่มเงาป่า (Organic Shade-Grown Forest Coffee) สู่การพัฒนานวัตกรรมเพื่อสุขภาพอย่างยั่งยืน (Sustainable Wellness Innovation) โดยนำจุดแข็งตั้งแต่ต้นน้ำ ทั้งผืนป่า เกษตรกร วัตถุดิบออร์แกนิก และองค์ความรู้ มาต่อยอดผ่านงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อสร้างคุณค่าเพิ่มให้แก่ทรัพยากร และส่งต่อคุณค่าจากต้นทางไปสู่ผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน





