ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ปิ่นโตเถาเล็กก็ต้องแนะนำร้านดีๆ เพื่อการเลี้ยงฉลองตามธรรมเนียม
คราวนี้จึงขอแนะนำห้องอาหารใหม่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อศุกร์ที่ 8 ธันวาคมนี้เอง อยู่ริมสระน้ำบน ชั้น 14 ของโรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ ใช้ชื่อร้านตามชื่อเชฟดังจากอังกฤษว่า บลูโนส (Blunos)

เชฟมาร์ติน บลูโนส (Martin Blunos) คือเชฟผู้มีหนวดงามเป็นเอกลักษณ์เหมือนวอลรัส ญาติของแมวน้ำ มีฝืมือระดับปรมาจารย์ติดดาวทีเดียว เพราะเขาเคยทำร้านเป็นของตัวเองที่อังกฤษชื่อว่า Lettonie และได้รับเกียรติยศดาวมิชลินถึง 2 ดาว พอย้ายไปอีกแห่งก็ยังได้ 2 ดาวมิชลินมาประดับเช่นเดิม แถมยังเคยเป็นเชฟกระทะเหล็กของอังกฤษในรายการ Iron Chef UK เมื่อปี 2553 อีกทั้งในรายการมาสเตอร์เชฟ ออสเตรเลียอีกด้วย ไม่นับรายการอาหารอื่นๆ อีกมากมายนะจ๊ะ

นี่คือครั้งแรกที่เชฟบลูโนสได้มาเปิดร้านนอกประเทศสหราชอาณาจักร นับเป็นความโชคดีของพวกเราชาวไทย มาร้านบลูโนสเชิญแต่งตัวตามสบายเพราะอยู่ริมสระน้ำจริงๆ จะนั่งด้านในหรือด้านนอก ก็เปิดโล่งถึงกันในฤดูนี้ (เห็นว่าหน้าร้อนจะเปิดเครื่องปรับอากาศข้างในห้อง) และยังมีห้องกระจกข้างในสุดด้านซ้ายสำหรับสังสรรค์ส่วนตัวเป็นหมู่คณะ
ลืมบอกไปว่าโรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ อยู่ริมถนนสาทรใต้ก่อนถึงสี่แยกสาทร-สุรศักดิ์ จะนำรถมาเองหรือขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอสมาลงสถานีสุรศักดิ์ ก็เป็นทางเลือกที่ดี ไม่ต้องผจญการจราจรติดขัด มีทางเชื่อมจากสถานีมาที่โรงแรมได้เลย
เมนูของร้านบลูโนสทำเป็นแผ่นยักษ์ 1 หน้า มีครบทุกประเภทหมวดหมู่ เมนูแนะนำจะมีสัญลักษณ์หนวดของเชฟบลูโนสต่อท้าย และราคาอาหารจะเป็นราคาสุทธิ ไม่มีบวกอะไรเพิ่มอีก

เราลองเมนูกินเล่นซึ่งมีลูกเล่นแพรวพราว ใส่มาในกล่องไม้ขนาดมหึมา ตั้งชื่อว่า The Fisherman หรือชาวประมง (1,200 บาท) เป็นของทะเลเมืองนอกหลากหลาย ทั้งแซลมอนรมควันไม้โอ๊คกับมูสแซลมอน ปลาแฮร์ริง (อ่านว่า เฮ-ริ่ง) ดองเปรี้ยวอมหวานม้วนเป็นขดกลม ปลาเนื้อขาว (ปลาหิมะ) กุ้งทะเลและหอยแมลงภู่ จิ้มกับซอส 3 ชนิด มีซอส Marie Rose หรือซอสค็อกเทลทำจากมายองเนสผสมซอสมะเขือเทศ ซอสกระเทียมสมุนไพรในน้ำมัน และซอสมายองเนส มีขนมปังปิ้งให้กินคู่กัน เมนูนี้รสชาติจะออกไปทางฝรั่ง มีเครื่องเคียงที่พวกเราชอบมาก คือหัวหอมเป็นเส้นๆ ดองกับน้ำส้มและไวน์แดงช่วยชูรสขึ้นเป็นกอง

จากนั้นเราก็สั่งอาหารจานใหญ่ (Bigger Plates) มีเมนู พอร์คเบลลี่ (Pork Belly) (500 บาท) ทำจากหมูสามชั้นชิ้นยักษ์ๆ หนาๆ อบที่ 160 องศาเซลเซียส นาน 12 ชั่วโมง และนำมาตุ๋นต่อในน้ำแอปเปิล ขิงและเครื่องเทศ ราดซอสมีส่วนผสมของน้ำผึ้งผสมกับไขมันหมูหอมๆ และนำหนังหมูไปทอดกรอบฉลุเหมือนปะการังมาตกแต่งบนจาน

นอกจากนี้ก็มีพายปลา (Fish Pie)ที่เราสั่งเพิ่มแคนาเดียนล็อบสเตอร์ด้วย กลายเป็นเมนูชื่อว่า เดอะรอยัล (The Royale) (650 บาท) มีทั้งปลาแฮดด็อครมควัน ปลากะพงขาว ปลากะพงแดง ล็อบสเตอร์ ใส่ดิลล์หรือผักชีลาวหอมๆ ปิดหน้าด้วยมันบดเต็มชาม จานนี้รสชาติธรรมชาติออกไปทางฝรั่งเช่นกัน

และเมนูในหมวดเบอร์เกอร์ โรลล์ ที่ผมชื่นชอบมากคือ ล็อบสเตอร์โรลล์ (Lobster Roll) (490 บาท) ควรสั่งมากินคนเดียว ไม่ให้ใครแย่งเลย ทำจากขนมปังโรลล์นุ่มๆ ทาเนยกระเทียม ใส่ล็อบสเตอร์หรือกุ้งมังกรแคนาดาเนื้อแน่นๆ (มีเนื้อก้ามด้วย) ครึ่งตัว ปรุงด้วยน้ำมันที่เคี่ยวกับเปลือกล็อบสเตอร์ และทีเด็ดอยู่ตรงซอสมายองเนสผสมส้ม ที่เพิ่มความมันกับมีรสเปรี้ยวอมหวานหอมๆ กินแล้วสดชื่นมาก

ถ้าชอบความจัดจ้านให้สั่งพิซซ่าหน้าไม่ซ้ำใคร พิซซ่าหน้าเป็ดปักกิ่ง (570 บาท) ซึ่งเชฟบลูโนสนำเป็ดปักกิ่งหนังกรอบจากร้านเชฟแมนอันโด่งดังในโรงแรมเดียวกัน มาทำเป็นหน้าพิซซ่า ใส่ทั้งเนื้อและหนังเป็ดปักกิ่งกรอบๆ อีกทั้งแตงกวา โดยอบพิซซ่าในเตาร้อนๆ ทาซอสน้ำจิ้มเป็ดที่ปรุงเพิ่มจนเข้ากันดีกับแป้งพิซซ่า ห้ามพลาดเลยนะจ๊ะ

ปิดท้ายด้วยของหวาน มีเมนูที่สร้างความสนุกสนานชื่อว่า ช็อกโกแลตรูเล็ต (Chocolate Roulette) (280 บาท) ประกอบด้วย ชูว์ เพสตรี้ (Choux Pastry) หรือที่คนไทยเรียกว่า เอแคลร์ (หรือเรียกว่า โปรฟิตเตอโรล) รวม 6 ชิ้น แต่ละชิ้นมีไส้ช็อกโกแลตกานาช ทำจากช็อกโกแลต 70% และแต่ละชิ้นจะมีรสชาติไม่เหมือนกัน เช่น รสช็อกโกแลตเฉยๆ รสเสาวรส กล้วยหอม ราสเบอร์รี่ ส้ม และทีเด็ดคือรสช็อกโกแลตผสมทั้งพริกแห้งในตัวกานาช และพริกสดในเยลลี่ เปรียบเสมือนว่าคนเล่นรัสเซียนรูเล็ต จะแจ๊กพ็อตเจอกระสุนใส่พริกที่ใคร (วันนั้นพี่บี๋จากเชฟกระทะเหล็ก โดนพริกคำแรกเลย ฮ่าๆ)

ขนมอีกอย่างที่มีความเป็นอังกฤษจ๋าคือ อีตันเมส (Eton mess) (230 บาท) ซึ่งเชฟบลูโนสเล่นคำให้พ้องกับชื่อโรงแรมว่า อีสตินเมส (Eastin Mess) ทำจากเมอแรงก์กรอบๆ กับครีมหอมมัน และผลไม้รสเปรี้ยว มีทั้งบลูเบอร์รี่กับสตรอเบอร์รี่สด และราสเบอร์รี่คอมโพทเคี่ยวจนข้นหอม ห้ามพลาดเลยเช่นกัน
บลูโนสเปิดบริการทุกวัน เริ่มขายอาหารตั้งแต่ 11.00-23.30 น. (Last Order) เหมาะสำหรับการเลี้ยงฉลองแบบไม่มีพิธีรีตอง แต่งกายตามสบาย อย่าลืมขอเชฟบลูโนสถ่ายรูปเซลฟี่ด้วย เพราะเขามีการแต่งตัวและบุคลิกโดดเด่นไม่ซ้ำใคร
ข้อมูลร้าน
บลูโนส (Blunos)
ที่ตั้ง ชั้น 14 โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร 33/1 ถ.สาทรใต้ ยานนาวา สาทร กรุงเทพฯ 10120
โทร 0-2210-8100
เปิดบริการ 11.00 – 24.00 น. (สั่งอาหารได้ถึง 23.30 น.) ทุกวัน
แนะนำ The Fisherman หรือชาวประมง พอร์คเบลลี่ (Pork Belly) เดอะรอยัล (The Royale) ล็อบสเตอร์โรลล์ (Lobster Roll) พิซซ่าหน้าเป็ดปักกิ่ง ช็อกโกแลตรูเล็ต (Chocolate Roulette) อีตันเมส (Eton mess)

