สัปดาห์นี้ยังอยู่กันต่อที่เมืองโฮจิมินห์ซิตี้นะครับ ขอบอกว่าเมืองเอกแห่งเวียดนามตอนใต้นี้มีความเจริญขึ้นมาก เทียบกับเมื่อสิบปีก่อนที่ผมมาเยือน มีโรงแรมดีๆ เกิดใหม่มากมาย คราวนี้เรามาพักกันที่โรงแรม Liberty Central Saigon Citypoint ทันสมัยสะดวกสบาย
และคณะนักกินแหลกก็เริ่มภารกิจกันต่อ ร้านนี้ทราบกันเฉพาะในหมู่คนไทยที่มาทำงานในโฮจิมินห์ ต้องเป็นคนซอกแซกช่างกินเพราะอยู่ห่างไปหน่อยแถมไม่ได้ติดถนนใหญ่ ถ้าปิ่นโตเถาเล็กไปเองไม่มีคนพา รับรองหลงทางแน่ เจ้านี้ไม่ง้อคนกิน เปิดเพียงบ่าย 3 โมงถึง 2 ทุ่ม ถ้าขายหมดแล้วหมดเลย ไม่ทำเพิ่ม แถมหยุดร้านบางวันตามจันทรคติ สมควรหาคนรู้ภาษาโทรไปถามก่อน ร้านนี้มีชื่อว่า “งือบิ่นห์ (Ngu Binh)” เป็นเจ้าแห่ง “อาหารเมืองเว้จากภาคกลาง” ลักษณะร้านเป็นตึกสีขาวเล็กๆ ดูจากหน้าร้านนอกรั้วไม่มีทางรู้ว่าขายอาหาร นึกว่าเป็นคลินิก

เมนูอาหารทำอย่างพอเพียง มีแค่ 7 อย่างกับขนมอีก 1 อย่างเท่านั้น จึงควรสั่งมาลองให้หมด เริ่มด้วย “บั๋นแบ๋ว (Banh Beo) หรือขนมถ้วยหน้ากุ้งสับ” แป้งนุ่มมาก “จ๋าหลั่ว (Cha Lua) หรือหมูยอ” ทำจากเนื้อล้วน ไม่ผสมแป้งเลย ชิ้นเล็กๆ เท่านิ้วมือ สนนราคา 12,000 ด่อง (เกือบ 20 บาท) “บั๋นเอิ๊ดโตม (Banh Uot Tom) หรือปากหม้ออย่างม้วนไส้กุ้งและบั๋นเอิ๊ดถิด (Banh Uot Thit Nuong) ซึ่งเป็นปากหม้อม้วนไส้เนื้อหมัก” รสชาติคล้ายหมูปิ้งบ้านเรา “แหนมเนือง (Nem Nuong)” ที่พูดสำเนียงเวียดนามว่า แหน่มเนื้อง ขอบอกว่าแป้งที่ใช้ห่อของที่นี่ไม่ได้เอาไปจุ่มน้ำจนนิ่มเหมือนในเมืองไทย ออกจะแข็งสักหน่อย และขอย้ำเตือนว่าคิดให้ดีก่อนกินพริกสด มันเผ็ดจริงๆ
อาหารอีกอย่างชื่อ “บั๋นขวาย (Banh Khoai) ขอแปลว่าแพนเค้กเว้หรือขนมเบื้องเว้อย่างหนา” ลักษณะเป็นแผ่นแป้งกลมๆ หนาๆ เหมือนพิซซ่า หน้าหมูสับและกุ้งใส่ไข่ ใส่ถั่วงอกและหัวหอม จานนี้อร่อยมาก ไม่ควรพลาด ปิดท้ายด้วย “บุ๋นบ่อเหวตำรับเมืองเว้ (Bun Bo Hue)” ซึ่งเป็นก๋วยเตี๋ยวใส่เส้นเหมือนขนมจีนไหหลำหรือเกี้ยมอี๋ยาวๆ มีให้เลือกทั้งเนื้อและหมู
อย่าลืมเก็บท้องไว้สำหรับ “ขนมถั่วเขียว (Che Dau Xanh)” นะครับ เอาถั่วเขียวเทใส่น้ำแข็งแล้วคนๆ ให้ทั่วจนเป็นเนื้อเดียว อร่อยชื่นใจจริงๆ
มีร้านเด็ดอีกเจ้าหนึ่งโด่งดังไปถึงญี่ปุ่น มีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นแวะเวียนมาชิมที่ร้านนี้ทุกวัน เป็น “ร้านสารพัดเมนูปูชื่อ Quan 94 (แปลว่าร้าน 94 และอ่านว่า กัวจี๊นตือ)” ตั้งอยู่เลขที่ 94 ถนนดินห์ เตี่ยน ฮวง (Dinh Tien Hoang) ในเขต 1 ใจกลางเมือง เขาดังขนาดมีร้านชื่อซ้ำกันมาเปิดแข่ง โปรดดูเลขที่ให้ดีว่าต้องเลขที่ 94 นะครับ ต้องเป็นร้านที่อยู่ใกล้สี่แยกมากที่สุด

เมนูเด็ดได้แก่ “จ๋าหย่อหรือเปาะเปี๊ยะทอดไส้ปู (Cha Gio, Crab Spring Rolls)” จิ้มด้วยน้ำจิ้มใส่แครอตฝานชิ้นใหญ่ๆ แกล้มด้วยขนมจีนสด (111,000 ด่อง) “ปูผัดวุ้นเส้น (Crab Vermicelli)” ที่อุดมไปด้วยเนื้อปู จิ้มกับซอสปรุงรส (150,000 ด่อง) “ก้ามปูนึ่งราดกระเทียมผัด (Steamed Crab Claws)” (220,000 ด่อง) จิ้มด้วยพริกไทย เกลือ มะนาว “ข้าวผัดปู (Crab Fried Claws)” ที่สมควรเรียกปูผัดข้าว (110,000 ด่อง) ซึ่งเอาปูไปผัดข้าวแล้วยังโรยหน้าด้วยปูชิ้นใหญ่จนทั่วทั้งจาน “ก้ามปูชุบแป้งทอด (Fried Crab Claws)” (220,000 ด่อง) “ต้มวุ้นเส้นใส่ปู (Crab Vermicelli Soup)” (80,000 ด่อง) “ปูผัดซอสมะขาม (Crab Claws with Tamarind Sauce)” (220,000 ด่อง) “ปูนิ่มทอด (Deep Fried Soft-shell Crab)” (220,000 ด่อง) และ “ไก่ดำตุ๋นเครื่องยาจีน (Chinese Herbal Black Chicken Soup)” (65,000 ด่อง)
ลองคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 10,000 ด่อง เท่ากับ 16 บาท แล้วจะรู้ว่าสนนราคาถูกกว่าบ้านเราเสียอีก ร้านนี้กลายเป็นร้านในดวงใจของผมที่ชื่นชอบเอามากๆ เปิดบริการตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 5 ทุ่มครึ่ง
ปิดท้ายด้วยร้านอาหารจีนเก่าแก่ในโฮจิมินห์ซึ่งมีชื่อเสียงมานาน ขายอาหาร “จีนแคะ (Hakka)” ไม่ใช่ภัตตาคารสวยหรู แต่มีสภาพคล้ายกับร้านจีนดั้งเดิมข้างทางในเยาวราช ผมขอออกเสียงชื่อร้านเป็นไทยๆ ว่า “เจื๋อนกี่ เขียนเป็นภาษาเวียดนามว่า Truyen Ky”

ดูเหมือนว่าร้านเจื๋อนกี่จะโด่งดังจนมีคนใช้ชื่อซ้ำกันหลายสาขา ทำนองเดียวกับไก่ย่างเขาสวนกวางของอีสานหมู่เฮา แต่สิ่งที่แน่นอนอย่างหนึ่งก็คือ ร้านที่เพื่อนผมพาไปนั้นเป็นร้านเจื๋อนกี่ที่อร่อยมากๆ จนผมตั้งปณิธานไว้แล้วว่า กลับไปนครโฮจิมินห์อีกเมื่อใด ก็จะต้องแวะไปชิมที่เจื๋อนกี่ทุกๆ ครั้ง
เจื๋อนกี่เจ้านี้ มีชื่อเต็มๆ ว่า “Tiem Com Truyen Ky” การจะไปที่ร้านนี้จำเป็นต้องมีคนท้องถิ่น (Local) พาไปชิม มิฉะนั้นคงหาไม่เจอแน่ เนื่องจากอยู่ในตรอก (Alley) เล็กๆ เก่าๆ ริมถนน Ly Thuong Kiet ซึ่งต้องเดินเข้าไปเป็น 100 เมตร จากนั้นพอเห็นป้ายชื่อร้านเหมือนในรูปก็ต้องเลี้ยวขวาเข้าไปในซอกเล็กๆ จากนั้นก็จะเห็นร้านอยู่ด้านขวา ซึ่งชั้นล่างนี้เป็นห้องแคบๆ ดูแทบไม่ออกว่าเป็นร้านอาหาร พอเดินขึ้นบันไดไปชั้นสองถึงจะเห็นว่าเป็นร้าน ขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่า
สภาพร้านนั้นดูธรรมดาเก่าๆ มาก แต่รสชาติอาหารนั้นสิกลับตรงกันข้าม อร่อยโอชะจนตะลึง มาที่นี่ห้ามพลาดทุกเมนู มีตั้งแต่ “ไก่นึ่งนุ่มๆ สับติดกระดูก (steamed chicken)” มีน้ำแกงหอมหวานแยกมาต่างหากอีกถ้วย เข้าใจว่าที่เวียดนามยังมีไก่บ้านที่เลี้ยงตามธรรมชาติ เนื้อจึงฉ่ำหอมไม่เหมือนไก่ฟาร์มใหญ่ๆ ที่เราคุ้นเคย น้ำจิ้มไก่มี 2 แบบคือ ซีอิ๊วใส่พริกกับน้ำมะนาวผสมเกลือ
ต่อด้วย “ไส้หมูทอดกรอบๆ (Deep fried pork intestine)” จิ้มซีอิ๊วหวาน อีกจานมีหลายๆ อย่างประกอบด้วย “เต้าหู้ยัดไส้ พริกแดงยัดไส้ และมะระยัดไส้” ข้างในคือ“ไส้ปลากับหมูสับ” และเมนูอีก 2 อย่าง “ซี่โครงหมูซอสเปรี้ยวหวาน” และ “ขาหมูพะโล้กับผักดอง” ก็อร่อยทั้งสิ้น ร้านเจื๋อนกี่เปิดบริการ 2 ช่วง มื้อกลางวัน 11.00-14.30 น. และมื้อเย็น 17.00-21.00 น.
ขอเชียร์ให้ทุกท่านลองไปเยือนประเทศเพื่อนบ้านที่นครโฮจิมินห์ ค่าครองชีพก็ยังไม่แพงมาก และที่สำคัญคือมีร้านอาหารริมทางอร่อยๆ มากมาย รับรองว่าจะติดใจ ไปแล้วไปอีกเหมือนกับผมแน่นอนครับ
ข้อมูล
“งือบิ่นห์ (Ngu Binh) ขายอาหารเมืองเว้จากภาคกลาง”
82 Cu Xa Nguyen Van Troi P.(แขวง) 17 Q.(เขต) Phu Nhuan โทร 08-3844-7230 เปิด 15.00-20.00 น.
“ร้านสารพัดปูชื่อ Quan 94 (แปลว่าร้าน 94)”
94 ถนนดินห์ เตี่ยน ฮวง (Dinh Tien Hoang) แขวง Dakao (Dakao Ward) เขต 1 (District 1)
โทร 08-3825-8633 และ 0-9338-60033
เปิดบริการ 09.00-23.30 น.
“ร้านอาหารจีนเจื๋อนกี่ Tiem Com Truyen Ky”
63/21 Ly Thuong Kiet street P.7, District 11
โทร 08-3856-4987
เปิดบริการ 11.00-14.30 น. และ 17.00-21.00 น.

