เข้าใจเหตุ ‘โรคซึมเศร้า’ 4 กลุ่มในแต่ละช่วงวัย รักษาแต่เนิ่นๆ หายขาดได้
สถานการณ์โรคซึมเศร้าในประเทศไทยมีแนวโน้มที่น่าเป็นห่วง โดยมีปัจจัยหลายอย่างส่งผลกระทบให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเพิ่มขึ้นในทุกปี ปัจจัยทั้งหลายเหล่านี้ส่งผลต่อความต้องการรักษาเพิ่มขึ้นแต่ในทางกลับกัน จำนวนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกลับสวนทางกับจำนวนผู้ต้องการรับการรักษา ซึ่งข้อมูลของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข พบว่าในแต่ละปีมีประชากรไทยราว 1.5 ล้านคนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า คิดเป็น 2-3% ของประชากรทั้งหมด และจำนวนผู้ป่วยยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและผู้สูงอายุ
ซึ่งโรคซึมเศร้าไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ ในขณะที่ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเข้าไม่ถึงการรักษา และผู้ป่วยบางรายไม่ยอมรับการรักษา เพราะหวาดกลัวการถูกตีตราจากสังคม หรือไม่เข้าใจถึงความสำคัญของการรักษา
‘แพทย์หญิงณัฏฐพัชร์ ลำเลียงพล’ จิตแพทย์ โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital กล่าวว่า โรคซึมเศร้าเป็นสภาวะทางอารมณ์ที่มีความรู้สึกเศร้าเป็นเวลานาน ทำให้สูญเสียความสนใจในกิจกรรมที่เคยทำแล้วรู้สึกสนุกหรือมีความสุข และก่อให้เกิดผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันในที่สุด ซึ่งโรคซึมเศร้าสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และทุกช่วงวัย โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่

โรคซึมเศร้าในวัยเด็ก พ่อแม่มักกังวลว่าเมื่อลูกโตขึ้น กระทั่งเข้าสู่วัยเรียน อาจต้องมีการปรับตัวมากยิ่งขึ้น จนบางครั้งลูกอาจพบความเครียดสะสม และมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป โดยปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดโรคซึมเศร้าในเด็ก นอกจากเรื่องของพันธุกรรมและสารเคมีในสมองไม่สมดุลแล้ว ในวัยเด็กยังมีปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง เช่น การถูกเลี้ยงดูที่เข้มงวดจนเกินไป, การถูกเพื่อนที่โรงเรียนกลั่นแกล้งเป็นประจำ, ตัวเด็กขาดความมั่นใจในตัวเองจนรู้สึกกับตัวเองในแง่ลบ และประสบการณ์ที่เลวร้ายในวัยเด็ก หรือถูกทำร้ายร่างกายในวัยเด็ก เป็นต้น
โรคซึมเศร้าในวัยรุ่น วัยรุ่นเป็นวัยแห่งการเปลี่ยนแปลง และต้องมีการปรับตัวในหลายด้านพร้อม ๆ กัน เช่น การเรียน ความสัมพันธ์กับเพื่อน ความสัมพันธ์หนุ่มสาว หรือความสัมพันธ์ในครอบครัว เป็นต้น จึงทำให้เกิดปัญหาได้ง่ายและมากกว่าวัยอื่น ๆ เพราะฉะนั้นคนที่มีความสามารถในการปรับตัวน้อย จะมีความเสี่ยงเกิดโรคซึมเศร้าในง่ายกว่าคนที่มีความสามารถในการปรับตัวที่ดี นอกจากนี้ด้วยธรรมชาติของวัยรุ่นจะมีความหุนหันพลันแล่น เมื่อทำอะไรผิดพลาดก็จะเกิดอาการผิดหวังและรู้สึกเศร้าเสียใจซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้ โดยยังพบว่าวัยรุ่นที่มีภาวะซึมเศร้ามีแนวโน้มในการพัฒนาเป็นโรคซึมเศร้าในวัยผู้ใหญ่มากขึ้น

โรคซึมเศร้าในวัยผู้ใหญ่หรือวัยทำงาน วัยทำงานเป็นวัยที่พบผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามากที่สุด เนื่องจากวัยทำงานเป็นวัยสร้างครอบครัวและเป็นวัยที่มีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมากมาย แบกรับความกดดันและความคาดหวังที่สูง อีกทั้งหลายคนอาจมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดความเครียดและความวิตกกังวลสะสมโดยไม่รู้ตัว และอาจกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคซึมเศร้าได้ในที่สุด
โรคซึมเศร้าในวัยผู้สูงอายุ วัยผู้สูงอายุเป็นวัยที่มีความเสื่อมถอยของสุขภาพ ผู้สูงอายุบางท่านเริ่มมีความคิดโทษตัวเองที่เป็นภาระของลูกหลาน และผู้สูงอายุหลายท่านเกิดความรู้สึกเหงาเพราะลูกหลานทำงานจนไม่มีเวลาให้ ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้อาจทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุได้ โดยจากงานวิจัยของคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้ว่าผู้สูงอายุกว่า 70% มีภาวะซึมเศร้า และ 15% มีภาวะโรคซึมเศร้า
ในส่วนของวิธีการรักษา มีอยู่หลายวิธีด้วยกัน ซึ่งแพทย์หญิงณัฏฐพัชร์ระบุว่า “การรักษาโรคซึมเศร้าไม่ใช่เพียงแค่การใช้ยารักษาเท่านั้น แต่จะต้องอาศัยการทำงานร่วมมือกันของทีมสหสาขาวิชาชีพที่หลากหลาย ที่จะช่วยให้สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างครอบคลุม ทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม ยกระดับการรักษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

“ที่สำคัญ BMHH เชื่อว่าการรักษาโรคซึมเศร้าที่ดีต้องเป็นการรักษาที่ปรับให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย เพราะแต่ละคนมีปัจจัยที่ส่งผลต่อโรคแตกต่างกันไป เราจึงให้ความสำคัญกับการประเมินและประวัติของผู้ป่วยแต่ละรายอย่างละเอียด เพื่อช่วยให้การประเมินและวางแผนการรักษามีความแม่นยำ และเหมาะสมที่สุด ซึ่งมีทั้งการใช้ยา การทำจิตบำบัด รวมถึงการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น dTMS หรือ Deep Transcranial Magnetic Stimulation เป็นการใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้ากระตุ้นเซลล์ประสาทในสมองส่วนลึก เพื่อช่วยลดอาการซึมเศร้า”

อย่างไรก็ตาม สัญญาณเตือนของโรคซึมเศร้าในแต่ละช่วงวัยอาจแตกต่างกันเล็กน้อย แต่อาการผิดปกติที่อาจพบได้ในทุกช่วงวัย ได้แก่ อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย, ไม่อยากอาหารหรือรับประทานอาหารมากกว่าปกติ, นอนไม่หลับ หรือนอนหลับมากกว่าปกติ, เฉื่อยชา ชอบเก็บตัว มีความสนใจจากสิ่งที่เคยชอบลดลง, ประสิทธิภาพในการเรียนหรือการทำงานลดลง, รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า เป็นต้น
การรักษาโรคซึมเศร้าของแต่ละช่วงวัยจำเป็นต้องให้จิตแพทย์พิจารณาวิธีการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งหากมาพบแพทย์ตั้งแต่อาการยังไม่รุนแรงก็มีโอกาสรักษาหายขาด และกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขได้อีกครั้ง ซึ่งการตระหนักรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาและการสนับสนุนที่เหมาะสม เพื่อที่จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ
สำหรับศูนย์โรคซึมเศร้า BMHH ได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่สงบและปลอดภัย มุ่งเน้นการให้บริการแบบครบวงจรและทันสมัย โดยให้ความสำคัญกับการตรวจหาโรคซึมเศร้าในระยะเริ่มต้น สอบถามรายละเอียดได้ที่ โรงพยาบาล BMHH โทร 02 589 1889 [email protected]

