“บิ๊กตู่”เยี่ยมชมโครงการสมุนไพรรพ.อภัยภูเบศร 9 มี.ค. ผุดอบรมเภสัชสมุนไพรทั่วประเทศ หวังพัฒนาบุคลากร รับไทยแลนด์4.0

4.03.17 | 11:58 น.

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม นพ.จรัญ บุญฤทธิการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้จัดอบรมเภสัชกรสมุนไพรที่ปฏิบัติงานอยู่ในโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข 80 แห่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้และทักษะเชิงวิชาชีพด้านการใช้ การผลิต การคุ้มครองผู้บริโภค การศึกษาค้นคว้าวิจัยเพื่อพัฒนา และการเฝ้าระวังความปลอดภัยสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพรแก่เภสัชกรในสายงานต่างๆ ตลอดจนให้เข้าใจในบทบาทหน้าที่ของเภสัชกรในการให้บริการทางเภสัชกรรมด้านสมุนไพรที่ปฏิบัติงานในส่วนงานการแพทย์แผนไทย งานคุ้มครองผู้บริโภค และงานบริบาลเภสัชกรรม และที่สำคัญ เพื่อเสริมสร้างทัศนคติที่ดีต่อการใช้สมุนไพร ตระหนักรู้ในคุณค่าแห่งทรัพย์สินทางปัญญาด้านสมุนไพรและการแพทย์แผนไทย ตลอดจนเพื่อสร้างความเคารพศรัทธาเชื่อมั่นในองค์ความรู้ทางภูมิปัญญาของบรรพชนแก่เภสัชกรรุ่นใหม่

นพ.จรัญ กล่าวด้วยว่า เภสัชกรสมุนไพร จัดเป็นบุคลากรที่มีองค์ความรู้พื้นฐานด้านการใช้ยาและสมุนไพรตลอดมา ทั้งด้านการผลิต การค้นคว้าวิจัย การควบคุมคุณภาพ การคุ้มครองผู้บริโภค การจัดหาและกระจายยาและสมุนไพร ตลอดจนการส่งมอบยาพร้อมให้คำแนะนำการใช้และการเฝ้าระวังผลข้างเคียง เนื่องจากเป็นบุคลากรที่สามารถต่อยอดองค์ความรู้ทั้งการแพทย์แผนไทยและการแพทย์แผนปัจจุบันได้จึงมีขีดความสามารถที่ช่วยดูแลความปลอดภัยการใช้ยาและสมุนไพรได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งเภสัชกรยังมีบทบาทในการเป็นสื่อกลางเพื่อการสื่อสารข้อมูลทางการแพทย์ระหว่าง สหวิชาชีพทั้ง 2 แขนงให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเหมาะสม ก่อเกิดมาตรฐานการรักษาได้ รวมทั้งบทบาทการเผยแพร่ข้อมูลเชิงวิชาการที่เหมาะสมสู่สังคม ส่งเสริมให้บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนเกิดความตระหนักและความเชื่อมั่นว่าการใช้สมุนไพรและภูมิปัญญาเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สามารถช่วยแก้ปัญหาความเจ็บป่วยและส่งเสริมสุขภาวะได้อย่างมั่นใจต่อไป
IMG_2945
ด้านน.ส.สุภาภรณ์ ปิติพร รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติที่หลากหลายและอุดมสมบูรณ์ มีพืชสมุนไพรและองค์ความรู้ทางภูมิปัญญาที่นำพืชสมุนไพรมาใช้เป็นยารักษาโรค ดูแลส่งเสริมสุขภาพ รวมถึงต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่เน้นการพัฒนาจากรากฐานภูมิปัญญาและความหลากหลายทางชีวภาพที่เรามีในแผ่นดินไทย เป็นตัวเร่งที่สำคัญที่ทำให้การพัฒนาสมุนไพรและการแพทย์แผนไทยพัฒนาอย่างก้าวกระโดด นอกจากนั้นกระทรวงสาธารณสุขยังได้จัดทำแผนแม่บทแห่งชาติ ว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2560-2564 มีการระบุไว้ว่า ให้มีการพัฒนาหลักสูตรเฉพาะเพื่อการผลิตเภสัชกรด้านสมุนไพร โดยเป้าหมายแผนงานดังกล่าว คือ มีเภสัชกรที่มีความรู้เรื่องสมุนไพรเป็นอย่างดี การอบรมในครั้งนี้ก็เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสมุนไพรให้แก่เภสัชกรในสายงานต่างๆ ที่มีโอกาสเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการใช้สมุนไพรเพื่อให้ทันต่อการพัฒนางานด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสานของกระทรวงสาธารณสุขและประเทศต่อไป

น.ส.สุภาภรณ์ กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 9 มีนาคม นี้ นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาราชการจังหวัดปราจีนบุรี และเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรในฐานะเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนโครงการเมืองสมุนไพร (Herbal City) โดยทางโรงพยาบาลฯ ได้เตรียมจัดนิทรรศการเมืองสมุนไพรปราจีนบุรี ภายใต้แนวคิด จากรากเหว้า เราจะไปต่อ เกิดก่อเมืองสมุนไพร ก้าวไกลสู่สากล ไม่ทิ้งชุมและรากหญ้า เพื่อชี้ให้นายกรัฐมนตรีเห็นถึงความพร้อมที่จะนำพาสมุนไพรไทยให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม อาจต้องเรียนนายกรัฐมนตรี ถึงปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะระบบการขึ้นทะเบียนที่ยังยากอยู่ ทำให้การพัฒนาสมุนไพรไทยไปไม่ถึงไหน นอกจากนี้ยังจะนำเยี่ยมชมโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ซึ่ง โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรผลักดันให้มีขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศไทยด้วย