แพทย์เตือน แนะพ่อแม่เฝ้าระวัง รับมือ ‘5 โรคหน้าฝน’ ที่เกิดกับเด็ก

22.05.25 | 12:47 น.

แพทย์เตือน แนะพ่อแม่เฝ้าระวัง รับมือ ‘5 โรคหน้าฝน’ ที่เกิดกับเด็ก

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน จะมาพร้อมกัยความชื้นในอากาศสูง และอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ‘กลุ่มเด็กเล็ก’ ซึ่งมักจะมีภูมิคุ้มกันต่ำกว่าผู้ใหญ่ ประกอบกับช่วงเปิดเทอม ยิ่งทำให้เสี่ยงติดโรคระบาดมากกว่าเดิม ที่น่ากังวลไปกว่านั้นก็คือ โรคที่พบบ่อยอาจไม่ใช่แค่ไข้หวัดทั่วไป แต่รวมถึงโรคอันตรายที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

‘พญ.สุธิดา ชินธเนศ กุมารแพทย์’ แพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบการหายใจในเด็ก ศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลวิมุต แชร์ข้อมูลของโรคระบาด 5 โรคในเด็กที่พบบ่อยในฤดูฝน พร้อมอาการที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่

พญ.สุธิดา ชินธเนศ กุมารแพทย์

1.โรคมือ เท้า ปาก มักพบในเด็กอสยุต่ำกว่า 5 ปี อาการเด่นชัดคือมีไข้สูง มีแผลในปาก และมีผื่นที่มือและเท้า บางคนถ้าติดเชื้อสายพันธุ์รุนแรงอาจมีภาวะแทรกซ้อนทางสมอง กล้ามเนื้อ และหัวใจ

2.โรคไข้หวัดใหญ่ เด็กจะมีไข้สูง ปวดเมื่อยตัว อ่อนเพลีย และอาจมีอาการไอ น้ำมูก อาเจียน หรือท้องเสียร่วมด้วย หากปล่อยไว้อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดบวม หรือสมองอักเสบ

Advertisement

3.โรคปอดบวม เป็นการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง พัฒนามาจากไข้หวัดธรรมดา โดยเด็กจะมีอาการไอและมีเสมหะมาก หายใจเร็วหรือหอบเหนื่อย บางรายอาจมีริมฝีปากเขียวคล้ำ ซึ่งเป็นสัญญาณของอาการรุนแรง

4.โรคตาแดงจากไวรัส ซึ่งแพร่กระจายได้ง่าย มีอาการตาแดง น้ำตาไหล มีขี้ตามาก

5.โรคไข้เลือดออกที่มียุงลายเป็นพาหะ ในระยะแรกเด็กจะมีไข้สูง ปวดเมื่อย มีจุดเลือดออกสีแดงตามร่างกาย ส่วนอีกระยะที่ต้องระวังคือช่วงที่ไข้ลดลง เพราะบางคนอาจเกิดภาวะช็อกได้ และอาจมีอาการเลือดออกร่วมด้วย เช่น เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน อาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือด

สำหรับคำเตือนสำหรับผู้ปกครองที่มีลูกป่วยเป็นโรคเหล่านี้ คือ ห้ามซื้อยาให้ลูกทานเอง เพราะจะเสี่ยงทั้งดื้อยาและเกิดผลข้างเคียง ให้ผู้ปกครองดูแลตามอาการ เช่น หมั่นเช็ดตัวและกินยาลดไข้ หากมีอาการน่าเป็นห่วงให้รีบพาไปพบแพทย์ อีกหนึ่งสิ่งคือ ให้เสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง เริ่มจากรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ นอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 8-10 ชั่วโมงต่อวัน ที่สำคัญ คือ การฉีดวัคซีน เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก และวัคซีนมือเท้าปากที่ป้องกันสายพันธุ์ที่รุนแรงที่สุดได้ ซึ่งจะช่วยให้ลูกปลอดภัยมากขึ้นในช่วงฤดูฝน

ที่สำคัญ หากไปในสถานที่ที่คนเยอะ ควรหมั่นรักษาความสะอาด ใช้ช้อนกลาง ฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์หรือล้างมือบ่อยๆ และสวมใส่หน้ากากอนามัย