นักจิตวิทยา อธิบายกลไกภูมิคุ้มกัน ของ ‘มนุษย์พ่อ’ เหตุผลทำไมถึงดื้อมาก กับลูกเมีย

10.10.25 | 13:50 น.

นักจิตวิทยา อธิบายกลไกภูมิคุ้มกัน ของ ‘มนุษย์พ่อ’ เหตุผลทำไมถึงดื้อมาก กับลูกเมีย

หลายประเทศทั่วโลกรายงานจำนวนประชาชนสูงอายุเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี นั่นสะท้อนว่า มนุษย์เรามี “อายุขัย” ที่ยืนยาวขึ้น เรื่อง Longevity หรือการมีชีวิตยืนยาว จึงกลายเป็นเทรนด์ที่ถูกพูดถึงมากขึ้นตามไปด้วย ฉะนั้นคงไม่ใช่เรื่องแปลกหากหลายครอบครัวจะเริ่มวางแผนรับมือเตรียมเอาไว้ ทว่าสิ่งที่หลายครอบครัวมีเหมือนกันและอาจจะประสบเหมือนกัน โดยเฉพาะวัฒนธรรมเอเชีย ที่มีผู้ชายเป็นผู้นำ ว่า ทำไม “คุณพ่อ” ซึ่งเป็นเสาหลักของบ้านถึงมักจะมีอาการ “ดื้อมาก” โดยเฉพาะกับสมาชิกในครอบครัว

กับเรื่องนี้ ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท ได้โพสต์ให้ความรู้ผ่านเพจ สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ ไว้อย่างน่าสนใจมากๆ ว่า

“อาจารย์ คุณพ่อหนูดื้อมาก โดยเฉพาะดื้อกับลูกกับเมียเนี่ย ไม่รู้เป็นอะไร” ไม่ได้เป็นอะไรหรอก คนเรามันมี ภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง หรือ Immunity to change มันมีทุกคน เชื่อสิ

มีคนเคยพูดว่า “มนุษย์ไม่กลัวความจริงเท่ากับกลัวการเปลี่ยนแปลงที่ความจริงนั้นเรียกร้องให้ทำ”

Advertisement

เราทุกคนอยากเปลี่ยนแหละ อยากพัฒนา อยากเติบโต อยากปรับปรุง อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่แปลกไหม ว่าทันทีที่ต้อง “เปลี่ยน” อะไรบางอย่างในตัวเอง เช่น เลิกผัดวันประกันพรุ่ง ควบคุมอารมณ์ หรือแม้แต่ฟังคนอื่นให้มากขึ้น… ร่างกายเหมือนมีแรงต้านบางอย่างลึก ๆ ที่พาเรากลับไปสู่นิสัยเดิมเสมอ

อจ.หมอสุรัตน์ เผยว่า นักจิตวิทยา Robert Kegan เรียกสิ่งนี้ว่า Immunity to Change ภูมิคุ้มกันที่ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อป้องกันเชื้อโรคแต่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวตนของเราเอง

เรามา explore กันนะ 1. เราไม่ได้กลัวการเปลี่ยนแปลง เรากลัวการสูญเสียอัตลักษณ์ ทุกครั้งที่เราพยายามเปลี่ยนพฤติกรรม สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงความลำบาก แต่คือ “ความรู้สึกเหมือนเรากำลังสูญเสียตัวเอง” ใครๆ ก็กลัวตัวเองหายไป เราเรียก Status quo

คนที่เคยควบคุมทุกอย่าง จะรู้สึกเหมือนหลงทางเมื่อเริ่มปล่อยวาง
คนที่เคยทำงานหนักเพื่อให้คนยอมรับ จะรู้สึกไร้ค่าเมื่อต้องหยุดพัก

จิตใจมนุษย์ไม่ชอบ “ความว่าง” มันจะพยายามกลับไปหาความคุ้นเคย แม้จะรู้ว่าความคุ้นเคยนั้นทำร้ายเรา มันเป็นกลไก กำจัดความเสี่ยง ทั้งที่อยู่เฉยๆ เสี่ยงกว่า

2. ระบบภูมิคุ้มกันทางจิตใจทำงานเหมือนร่างกาย เวลามีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในร่างกาย ภูมิคุ้มกันจะรีบตอบสนองเพื่อรักษาสมดุล จิตใจก็เช่นกัน — เมื่อมีพฤติกรรมใหม่ ๆ หรือแนวคิดใหม่ ๆ เข้ามา มันจะส่ง “อาการข้างเคียง” เช่น ความวิตก ความโกรธ หรือเหตุผลสวยหรูเพื่อปฏิเสธ มันเป็นระบบประสาทอัตโนมัติ ความคิดอัตโนมัติ ไม่ต้องคิด มันตอบสนองเอง

“ฉันไม่มีเวลา” “ตอนนี้ยังไม่พร้อม” “เดี๋ยวรอให้สถานการณ์ดีขึ้นก่อน” นี่ “กลไกการป้องกันตนเอง” ที่จิตใจใช้รักษาความคุ้นเคยเดิม ๆ เป็นเรื่องปกติ ของสิ่งมีชีวิต

3. จะเอาชนะภูมิคุ้มกันนี้ได้อย่างไร นักจิตวิทยา Kegan เสนอว่าการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงไม่ได้เริ่มจากการตั้งเป้าหมายใหม่ แต่เริ่มจาก “การเข้าใจว่าทำไมเราถึงต่อต้านมัน”

เรียกได้ว่า จับตาดูกลไกต่อต้าน มองให้เห็น เราต้องยอมดู “ความกลัวที่ซ่อนอยู่ใต้พฤติกรรมเดิม” เราไม่กล้าพูดตรง ๆ เพราะกลัวถูกเกลียด เราทำงานไม่หยุด เพราะกลัวไม่มีค่า เราไม่ยอมเปลี่ยน เพราะกลัวไม่รู้ว่าเราจะเป็นใคร

การเข้าใจความกลัวเหล่านี้ ไม่ได้ทำให้มันหายไปทันที แต่มันทำให้เรามี “เมตตา” ต่อตัวเองมากขึ้น และเมื่อความเมตตาเข้ามาแทนที่การตัดสิน การเปลี่ยนแปลงก็เริ่มเกิดขึ้นจริง โอ้ย เอ็นดูเน๊าะ

4. ปรัชญาแห่งการเปลี่ยนแปลง: จากการเอาชนะสู่การเข้าใจ บางคนพยายาม “ต่อสู้กับตัวเอง” เพื่อเปลี่ยน
แต่สิ่งที่ต้องทำจริง ๆ คือ “ฟังตัวเองให้มากขึ้น” เพราะเราจะเปลี่ยนได้ ก็ต่อเมื่อเราเข้าใจว่า “สิ่งที่ไม่อยากเปลี่ยน” มันกำลังปกป้องอะไรบางอย่างอยู่

การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจึงไม่ใช่การทำลายสิ่งเก่า แต่คือการ “ขอบคุณมัน แล้วค่อย ๆ สร้างพื้นที่ให้สิ่งใหม่เกิดขึ้น”

มนุษย์ไม่ได้ขาดแรงจูงใจในการเปลี่ยน แต่เราขาด “ความเข้าใจในแรงต้านของตัวเอง” เพราะสิ่งที่เราต้องเอาชนะ อาจไม่ใช่ความขี้เกียจหรือความกลัว แต่คือ “ระบบภูมิคุ้มกันของจิตใจ” ที่สร้างขึ้นจากประสบการณ์ทั้งชีวิต เพื่อปกป้องเราไม่ให้เจ็บอีก

เราจะเปลี่ยนได้ ต้องมองเห็นภูมิคุ้มกันของตัวเอง เมื่อนั้นเราไม่ต้องปกป้องตัวเองอีกต่อไป