นวัตกรรม ‘แพทย์ไทย’ ครั้งแรกของโลก ‘แผ่นแปะเข็มจิ๋ว’ ยกระดับการรักษา ฟื้นฟูผิวเจ็บน้อย

19.12.25 | 15:11 น.

นวัตกรรม ‘แพทย์ไทย’ ครั้งแรกของโลก ‘แผ่นแปะเข็มจิ๋ว’ ยกระดับการรักษา ฟื้นฟูผิวเจ็บน้อย

จากจุดเริ่มต้นของการคิดค้นนวัตกรรมที่จากความเจ็บปวดของคนไข้ ล่าสุด ภาคธุรกิจการแพทย์ระดับประเทศ BDMS และทีมแพทย์ด้านผิวหนังจากโรงพยาบาลสมิติเวช ได้นำไปสู่การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเมดิคัลเกรดความงามครั้งแรกของไทย  “Radiance MicroPad” แผ่นแปะเข็มจิ๋วระดับไมครอนที่ผสานเทคโนโลยีการนำ Visible Light ลงสู่ผิวได้โดยตรง พร้อมปฏิวัติวงการดูแลผิวของไทย เพื่อตอบ Pain Points ของผู้เข้ารับทำหัตถการ เช่น ความกลัวเจ็บ อาการหน้าแดงบวมหลังทำ และการต้องหลบแดดหลายวัน

นพ.นิธิวัฒน์ กิจศรีอุไร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท กล่าวว่า “ผู้รับบริการด้านผิวหนังมักกังวลเรื่องความเจ็บและเวลาพักฟื้น โรงพยาบาลจึงมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีที่ลดข้อจำกัดเหล่านี้ แต่ยังคงความแม่นยำและประสิทธิภาพในการรักษา ช่วยให้การดูแลผิวอ่อนโยน ฟื้นตัวเร็ว และเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ไม่ต้องหยุดกิจวัตรประจำวัน เทคโนโลยีนี้ยังเสริมศักยภาพทีมแพทย์ในการดูแลผู้รับบริการได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่เคยเลี่ยงหัตถการเพราะกลัวความเจ็บ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการรักษาด้านผิวหนังที่โรงพยาบาลอีกด้วย”

นพ.นิธิวัฒน์ กิจศรีอุไร (กลาง)

รศ.พิเศษ พญ.วิไล ธนสารอักษร หัวหน้าแพทย์สถาบันผิวหนังและสุขภาพผิวพรรณ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท กล่าวว่า จากงานวิจัยพบว่า การผสานเข็มจิ๋วระดับไมครอนกับการส่ง Visible Light ลงสู่ชั้นผิว สามารถกระตุ้นการฟื้นฟูผิวในระดับลึก ช่วยปรับโครงสร้างผิวและเสริมการสร้างคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราติดตามผลต่อเนื่องและพบว่าเทคโนโลยีนี้สอดคล้องกับหลักชีววิทยาผิว ทั้งยังลดความเสี่ยงจากความร้อนสะสมและการระคายเคือง จึงเหมาะเป็นแนวทางการดูแลผิวที่ปลอดภัยและตอบโจทย์ผู้รับบริการแต่ละราย

รศ.พิเศษ พญ.วิไล ธนสารอักษร

รศ.ดร.พญ.จิตรลดา มีพันแสน หัวหน้าหน่วยตจวิทยา วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และแพทย์ผิวหนัง โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท กล่าวว่า “เทคโนโลยีนี้ช่วยส่งแสงบำบัดลงสู่ผิวได้อย่างแม่นยำผ่านเข็มระดับไมครอนที่อ่อนโยน ช่วยให้ผิวเรียบเนียน สีผิวสม่ำเสมอ และเพิ่มการฟื้นฟูผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพจากการทดลองพบว่า 80% ของผู้ใช้มีผิวดีขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ที่ 4 ต่อเนื่องถึงสัปดาห์ที่ 16 ผลลัพธ์สูงสุดพบว่าผิวเรียบเนียนขึ้นอย่างชัดเจน รูขุมขนเล็กลง ริ้วรอยลดลง ผิวชุ่มชื้นขึ้น รอยแดงลดลง สมดุลน้ำมันและค่า pH ของผิวกลับมาดีขึ้น โดยรวมผิวทุกด้านดีขึ้นถึง 75%

Advertisement

“นวัตกรรมนี้ เป็นนวัตกรรมที่เป็นกระบวนการใหม่ที่เราคิดค้นเอง และเป็นนวัตกรรมแรกของโลกที่ใช้ Visible Ligh ผ่านตัวเข็มลงไปใต้ผิวหนัง” รศ.ดร.พญ.จิตรลดากล่าว แล้วอธิบายกลไกการทำงานของ Radiance MicroPad ว่า

“เมื่อเข็มจิ๋วสัมผัสผิวเบาๆ คล้ายแรงสัมผัสของตีนตุ๊กแก (Hook & Loop) พร้อมส่งพลังงาน Visible Light ลงสู่ผิวหนังแท้โดยตรง เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ลดการอักเสบ ลดการสร้างเม็ดสีทำให้หน้ากระจ่างใส แทบไม่รู้สึกเจ็บและฟื้นตัวเร็วกว่า Microneedling หรือเลเซอร์ทั่วไปโดยผลลัพธ์ทางคลินิกพบว่า ลดความเจ็บได้เฉลี่ย 60-70%, ลดระยะพักฟื้นจาก 3-5 วัน เหลือเพียง 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น และริ้วรอยเล็กๆ และรูขุมขนกระชับขึ้น หลังการทำอย่างต่อเนื่องเพียง 3 ครั้ง โดยกลุ่มที่เหมาะสม คือ ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวหน้า กระชับรูขุมขน และกระตุ้นคอลลาเจน ขณะที่กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ผู้ที่มีแผลเปิด ผิวอักเสบเฉียบพลัน ผิวแพ้ง่ายมาก หรือผิวไวต่อแสง ซึ่งจำเป็นต้องมีการซักประวัติและได้รับการประเมินอย่างละเอียดก่อนเข้ารับบริการ

รศ.ดร.พญ.จิตรลดา มีพันแสน

ทั้งนี้ เทคโนโลยีการส่งแสงแบบ Visible Light ไม่ก่อให้เกิดความร้อนสะสม และไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองผิว ผลิตภัณฑ์ได้มาตรฐานการผลิต รับรองคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล (ISO)

Radiance MicroPad เป็นอีกหนึ่งความก้าวหน้าในการดูแลผิว ช่วยให้การฟื้นฟูผิวเป็นไปอย่างอ่อนโยนขึ้น เจ็บน้อยลง และใช้เวลาพักฟื้นสั้นลง โดยยังคงยึดตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่ผ่านการประเมินอย่างรอบด้าน ปัจจุบัน โรงพยาบาลได้ดำเนินการขอจดสิทธิบัตรด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมทั้งร่วมพัฒนาต่อยอดร่วมกับหน่วยตจวิทยา วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ เพื่อเตรียมนำนวัตกรรมด้านผิวหนังใหม่ๆ มาสู่ประชาชนในอนาคตอันใกล้

รศ.พิเศษ พญ.วิไล กล่าวทิ้งท้ายว่า นับจากนี้ จะมีการพัฒนาคิดค้นการใช้แผ่นแปะเข็มจิ๋วในการรักษาให้ทั่วร่างกายต่อไป ทั้งในแง่ของความสวยความงาม โรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งเราก็ได้นำนวัตกรรมไปรักษาผู้ป่วยโรคผมร่วงเป็นหย่อม ซึ่งได้ผลลัพธ์เป็นอย่างดี ผมขึ้นมาใหม่ ลดความเจ็บปวดของคนไข้ได้ อีกทั้งยังจะพัฒนาไปสู่การรักษาแผลเป็น คีลอยด์ และเรามีความหวังเล็กๆ ว่าเด็กจะไม่เจ็บในการฉีดวัคซีนอีกต่อไป

Radiance MicroPad คืออีกก้าวสำคัญของการแพทย์ผิวหนังไทย ที่ผสานนวัตกรรม ความปลอดภัย และการดูแลผู้รับบริการอย่างอ่อนโยน เพื่อลดความเจ็บปวดและยกระดับคุณภาพการรักษาในอนาคต