นักวิจัยไทย ต่อยอดนวัตกรรมความยั่งยืน คว้าเหรียญเงิน SIIF 2025 ก้าวสู่การยอมรับระดับนานาชาติ
นักวิจัยไทยสร้างชื่อบนเวทีนวัตกรรมระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง จากการพัฒนาผลงานที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ล่าสุดสามารถคว้า รางวัลเหรียญเงิน (Silver Prize) จากเวที Seoul International Invention Fair (SIIF) 2025 ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี พร้อมได้รับรางวัล NRCT Honorable Mention Award จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
ผลงานดังกล่าวพัฒนาโดย เรวัต–ศีตลา นาคแก้ว นักวิจัยไทย ประธานบริษัท แพลนท์รีเซิฟ (Plant Reserve) และอาจารย์ที่ปรึกษานวัตกรรม ซึ่งนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพและการจัดการทรัพยากร มาต่อยอดเป็นนวัตกรรมด้านการเกษตรและชีวภาพที่สามารถใช้งานได้จริง
ผลงานที่ได้รับรางวัลคือ RB ผลิตภัณฑ์บำรุงรากจากเปลือกหอยเหลือทิ้ง ซึ่งพัฒนาภายใต้แนวคิด Waste to Zero Waste โดยนำของเสียจากอุตสาหกรรมอาหารทะเลมาแปรรูปผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ปลอดภัยต่อผู้ใช้ และไม่ก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
การเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ ได้รับการคัดเลือกโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมี Korea Invention Promotion Association (KIPA) เป็นผู้จัดงาน ร่วมกับองค์กรนานาชาติ ได้แก่ องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) และ International Federation of Inventors’ Associations (IFIA) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเวทีประกวดนวัตกรรมที่มีมาตรฐานการพิจารณาเข้มข้นในระดับสากล ครอบคลุมทั้งด้านวิทยาศาสตร์ ความเป็นไปได้ในการใช้งานจริง และศักยภาพเชิงอุตสาหกรรม

ก่อนหน้านี้ นักวิจัยไทยรายเดียวกันยังเคยนำผลงานจากบริษัทแพลนท์รีเซิฟเข้าร่วมแสดงบนเวที Japan Design, Idea & Invention Expo (JDIE) 2025 ประเทศญี่ปุ่น จากผลงาน “ออยล์ใจ” นวัตกรรมชีวภาพที่ใช้กลไกทางธรรมชาติในการจัดการศัตรูพืชและโรคพืช โดยมุ่งลดการใช้สารเคมีและออกแบบให้สอดคล้องกับระบบนิเวศ ซึ่งสามารถคว้า รางวัลเหรียญทอง (Gold Medal) จากเวทีดังกล่าว
นอกจากนี้ เบื้องหลังการพัฒนานวัตกรรมของแพลนท์รีเซิฟ ยังเชื่อมโยงกับการทำงานด้านบริการวิชาการร่วมกับชุมชน โดย เรวัต–ศีตลา ทำหน้าที่ดูแลด้านองค์ความรู้ในกลุ่ม “เรือนกุหลาบ (Rose Garden Home)” ซึ่งเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้ปลูก นักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงานจริงในภาคเกษตร ข้อมูลจากการใช้งานจริงในภาคสนามถูกนำมาวิเคราะห์และผสานกับหลักวิทยาศาสตร์ ก่อนต่อยอดเป็นแนวคิดและกระบวนการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง และคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ภายในเวที SIIF 2025 เดียวกัน เรวัต–ศีตลา ยังได้นำองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมไปถ่ายทอดสู่ภาคการศึกษา ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาให้กับเยาวชนจาก โรงเรียนสุคนธีรวิทย์ จังหวัดนครปฐม ซึ่งสามารถส่งผลงานนวัตกรรมเข้าประกวดและคว้า รางวัลเหรียญเงินครบทุกผลงาน สะท้อนการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่การพัฒนาศักยภาพเยาวชนอย่างเป็นรูปธรรม

เรวัต–ศีตลา เปิดเผยว่า แนวคิดสำคัญของการพัฒนานวัตกรรม คือการมองปัญหาเชิงระบบและเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละงาน โดยบางผลงานเน้นกลไกทางชีวภาพ ขณะที่บางผลงานมุ่งเน้นการจัดการทรัพยากรและการลดของเสีย เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว
ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนักวิจัยไทยในการพัฒนานวัตกรรมที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ ภาคธุรกิจ ชุมชน และการศึกษาเข้าด้วยกัน พร้อมยืนยันว่าผลงานนวัตกรรมไทยที่ตั้งอยู่บนฐานความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สามารถก้าวสู่การยอมรับในเวทีระดับนานาชาติได้อย่างต่อเนื่อง

