‘รพ.บ้านแพ้ว’ ชูแนวคิด Longevity ป้องกันก่อนป่วย พร้อมยกระดับนวัตกรรมดูแลสุขภาพ

25.03.26 | 13:57 น.

ปัจจุบันกระแส Longevity หรือ การมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ กำลังเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ แต่ที่จริงแนวคิดนี้มีมานานแล้ว และเป็นเรื่องพื้นฐานของการดูแลตัวเองให้มีสุขภาพดีทั้งกายและใจ แต่น้อยคนนักที่จะทำได้

โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) คือหนึ่งในโรงพยาบาลที่ส่งเสริมเรื่อง Longevity ตลอดมา “ทีมงานมติชน” มีโอกาสสนทนากับ พ.ญ.เสาวณีย์ เกิดดอนแฝก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) ซึ่งได้สะท้อนภาพขององค์กรที่ไม่เพียงมุ่งรักษาโรค แต่กำลังขยายขอบเขตไปสู่ “การสร้างสุขภาพที่ยั่งยืน” ซึ่งได้ขยายความเรื่องดังกล่าวไว้ในบทความต่อจากนี้

ที่สำคัญคือคุณหมอจะนำทีมจากโรงพยาบาลบ้านแพ้วฯ ร่วมออกหน่วยบริการตรวจสุขภาพฟรีในงาน “Thailand Healthcare 2026: Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” ซึ่งจัดโดยมติชนเช่นเคย งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-28 มิถุนายน 2569 ณ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ นอกจากเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้มากยิ่งขึ้นแล้ว ยังได้เต็มอิ่มกับกิจกรรมด้านสุขภาพที่จะช่วยให้ใช้ชีวิตกันได้ยาวๆ แบบแฮปปี้ไปนานๆ

จากโรงพยาบาลอำเภอ สู่ศูนย์การแพทย์ขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วย “ศรัทธา” และ “นวัตกรรม”

Advertisement

ก่อนจะเข้าสู่เรื่อง Longevity พ.ญ.เสาวณีย์ เกิดดอนแฝก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) ได้ย้อนภาพความสำเร็จตลอด 2 ทศวรรษครึ่งของการเป็นองค์การมหาชนให้ฟังว่า การเติบโตของโรงพยาบาลบ้านแพ้ว ขับเคลื่อนด้วย “ศรัทธา” จากประชาชน และเครือข่ายพันธมิตรที่เข้ามาสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้จากโรงพยาบาลอำเภอขนาดเล็กเพียง 120 เตียง จนปัจจุบันกลายเป็นโรงพยาบาลขนาด 500 เตียง เทียบเท่าโรงพยาบาลศูนย์ โดยมีความพิเศษที่เป็นโรงพยาบาลรัฐแห่งเดียวที่ออกนอกระบบ เป็นองค์การมหาชนอย่างเต็มตัว

“เราเป็นองค์การมหาชนที่ไม่รับงบประมาณด้านบุคลากรและครุภัณฑ์จากภาครัฐ แต่ได้แรงศรัทธามาจากประชาชนและหน่วยงานพันธมิตรที่ให้การสนับสนุน การออกนอกระบบหมายความว่าเราต้องเลี้ยงตัวเองให้ได้ แต่ถ้าเราทำดี มีคนเห็น ก็จะมีคนมาบริจาคให้ เหมือนที่มติชนซึ่งเป็นหนึ่งในสื่อมวลชนที่เป็นกระบอกเสียงให้ ทำให้คนกรุงเทพฯ และคนจากจังหวัดอื่นๆ ที่ไม่เคยมาตรวจที่นี่เลย ส่งเงินมาสมทบ เพราะเขาเชื่อมั่นในชื่อเสียงและการทำงานของเรา”

ท่ามกลางข้อจำกัดด้านงบประมาณ โรงพยาบาลบ้านแพ้วฯ เลือกเดินเกม “พัฒนาศักยภาพภายใน” ควบคู่กับการนำนวัตกรรมเข้ามายกระดับการรักษา ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดส่องกล้อง (Minimally Invasive Surgery) ในหลายสาขา ตั้งแต่นรีเวช ศัลยกรรมทั่วไป ไปจนถึงระบบทางเดินปัสสาวะ รวมถึงการผ่าตัดกระดูกสันหลังแบบแผลเล็ก ที่ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว เจ็บน้อย และลดระยะเวลานอนโรงพยาบาล เหลือเพียง 1-2 วัน

“ตอนนี้เราสามารถผ่าตัดส่องกล้องได้ ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งนรีเวช ซึ่งในพื้นที่เขต 5 ถือว่าค่อนข้างขาดแคลนหมอนรีเวชที่ส่องกล้องได้ ต้องขอขอบคุณโรงพยาบาลเลิดสินที่ส่งอาจารย์ที่เลิดสินมาช่วยเทรนนิ่ง ช่วยให้แพทย์ของเรามีทักษะเอง ซึ่งอันนี้จะเป็นความยั่งยืน เราเป็นฝ่ายบริหารมีหน้าที่ซัพพอร์ตอุปกรณ์ แม้ราคาจะ 4-7 ล้านบาท แต่ถ้ามันทำให้คนไข้เจ็บน้อยลง หายเร็วขึ้น เราก็เต็มที่

“โรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้ว” ความภูมิใจที่ “มองเห็น” ชัดเจน

หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของโรงพยาบาลบ้านแพ้วฯ คือ “โรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้ว” ที่พัฒนาจากหน่วยเล็กๆ สู่โรงพยาบาลเฉพาะทางครบวงจร มีแพทย์เฉพาะทางจักษุครบทุกด้าน พร้อมเครื่องมือทันสมัย ตลอดปีที่ผ่านมาสามารถผ่าตัดต้อกระจกได้กว่า 15,800 ดวงตา ทั้งในโรงพยาบาลและหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ทั่วประเทศ โดยทีมแพทย์จะลงพื้นที่แบบครบวงจรในพื้นที่เดิมถึง 3 ครั้ง ตั้งแต่ตรวจคัดกรอง ผ่าตัด และติดตามผล เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง

“ทีมแพทย์เราไปตรวจติดตามถึง 3 รอบในการเดินทาง ให้รู้สึกว่าเราดูเขาจนปลอดภัย ส่งเขาจนถึงฝั่ง แต่เขาก็จะถามว่าปีหน้ามาใหม่ไหม เพราะอีกข้างนึงยังไม่ได้ทำ (หัวเราะ) สิ่งที่เราภาคภูมิใจก็คือ โรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้ว วันนี้แผนกจักษุเรามีแพทย์ครบทุกภาคส่วน ไม่ว่าเฉพาะทางกระจกตา จอประสาทตา ตาเด็ก หนังตาตก และอื่นๆ มีครบพร้อมทุกอย่าง”

ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้ว ยังพัฒนานวัตกรรมใหม่ เช่น การรักษาสายตาด้วยเลนส์เสริมภายในตา (ICL) สำหรับผู้ที่ไม่สามารถทำเลสิกได้ สะท้อนการไม่หยุดนิ่งขององค์กรในการตอบโจทย์ผู้ป่วยที่หลากหลาย

มากกว่าการรักษา คือ “การสร้างคน – สร้างความรู้”

นอกจากบริการรักษา โรงพยาบาลบ้านแพ้วฯ ยังให้ความสำคัญกับ “การศึกษาและวิจัย” หนึ่งในนั้นคือการร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการผลิตแพทย์ประจำบ้านด้านจักษุวิทยา โดยแพทย์รุ่นใหม่จะได้เรียนรู้ทั้งทักษะทางการแพทย์ และ “การทำงานภายใต้ข้อจำกัด” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย

“น้องๆ ที่มาจะได้เรียนรู้การทำ การผ่าตัด ในพื้นที่โรงพยาบาลอำเภอ และได้ออกหน่วย ได้เห็นถึงความเป็นจิตอาสา เราอยากส่งต่อความดี ปูความมีน้ำใจ รู้จักการมีข้อจำกัดที่มันไม่มีเครื่องมือครบ แต่เรายังทำงานได้ อันนี้คือเทคนิคที่น้องๆ จะได้มาเรียนรู้กับเรา ถ้าเรามีการศึกษาที่ดี สิ่งต่อไปถ้าจะให้ยั่งยืนก็คือวิจัย”

ปัจจุบัน โรงพยาบาลบ้านแพ้วฯ มีโครงการวิจัยร่วมกับต่างประเทศกว่า 22 โครงการ และได้รับการยอมรับจนถูกเชิญให้เป็นต้นแบบในการพัฒนางานวิจัยให้กับโรงพยาบาลอื่นๆ

“วันนี้โรงพยาบาลบ้านแพ้วถือว่าเป็นเบอร์ต้นๆ แล้ว สำหรับภาคกระทรวงสาธารณสุข จน สวรส. (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข) เชิญให้เราไปเป็นเหมือนพี่เลี้ยง เพื่อที่จะให้โรงพยาบาลศูนย์ต่างๆ มาศึกษาดูงาน ด้วยความที่เราพัฒนาคนของเราให้พร้อมที่จะเผชิญการเปลี่ยนแปลง คือทุกๆ การเปลี่ยนแปลงคนจะกลัว สิ่งนี้แหละจะเป็นความยากของการที่เราจะทำยังไงให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แล้วคนก้าวไปกับเรา”

สำหรับก้าวต่อไป ผอ.รพ.บ้านแพ้วฯ เผยว่า ยังเดินหน้าสร้าง “โรงพยาบาลหัวใจบ้านแพ้ว” 14 ชั้น ที่รวมทีมแพทย์เฉพาะทางหัวใจและปอดไว้ในระบบเดียว เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างไร้รอยต่อ โดยปัจจุบันทีมผ่าตัดหัวใจของบ้านแพ้วมีผลงานติดอันดับต้นๆ ของประเทศแล้ว

และแม้จะเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง แต่โรงพยาบาลบ้านแพ้วฯ ยังคงย้ำจุดยืนว่าเป็น “โรงพยาบาลของทุกคน” รองรับทุกสิทธิการรักษา พร้อมตั้งเป้าลดความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานในเมือง ผ่าน “โรงพยาบาลบ้านแพ้ว สาขาสาทร” ที่ให้บริการในราคาที่เข้าถึงได้ รวมถึงการดูแลสุขภาพจิต โดยมีจิตแพทย์ให้บริการในค่ารักษาที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการรักษาระยะยาว

“การเข้าถึงโรงพยาบาลไม่ควรเป็นเรื่องไกลตัว” พ.ญ.เสาวณีย์ ย้ำ “เราอยากเห็นคนไทยทุกคนมีสุขภาพดี และเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียม”

Longevity: สุขภาพดีต้องเริ่มก่อนป่วย

สำหรับเทรนด์ “Longevity” หรือการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ ในมุมมองของ พ.ญ.เสาวณีย์ มองว่า ไม่ใช่เรื่องของผู้สูงวัยเท่านั้น แต่ต้องเริ่มตั้งแต่วัยหนุ่มสาว โรงพยาบาลบ้านแพ้วฯ จึงปรับบทบาทจาก “การรักษา” ไปสู่ “การป้องกัน” อย่างจริงจัง ทั้งการส่งเสริมการออกกำลังกาย การควบคุมโรค NCDs รวมทั้งการนำเทคโนโลยีมาช่วย ซึ่งในระยะต่อไปจะเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะอุปกรณ์ติดตามสุขภาพ (wearable devices) ที่สามารถวัดข้อมูลต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์ ทั้งการนอนหลับ อัตราการเต้นของหัวใจ หรือแม้แต่ความผิดปกติของหัวใจ ไปจนถึงการนำระบบ AI เข้ามาช่วยดูแลผู้ป่วยในอนาคต

ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลบ้านแพ้วฯ ยังให้ความสำคัญกับการปรับพฤติกรรม โดยเริ่มจากบุคลากรภายในองค์กร เช่น การส่งเสริมการออกกำลังกาย การนับก้าวเดิน รวมถึงการใช้แรงจูงใจเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนขยายสู่ชุมชนโดยรอบ

“เราพบว่าถ้าทำให้คนเห็นผลลัพธ์เป็นตัวเลข เช่น น้ำหนัก ค่าน้ำตาล หรือค่าดัชนีมวลกาย จะช่วยให้เขาตระหนักและอยากดูแลตัวเองมากขึ้น ตอนนี้ที่โรงพยาบาลเรามีฟิตเนส เราก็ชวนนับก้าวเดิน จากนั้นก็เจาะกลุ่มคนที่มีโอกาสเป็นเบาหวาน โดยมีรางวัลมาเป็นตัวควบคุม ถ้าลดค่า BMI ได้ ลดอ้วนได้ ก็ได้รางวัล พอได้คนกลุ่มนี้ก็เอามาเป็นครูกอง มาสอนน้องๆ เริ่มจากชุมชนเล็กๆ ของเราในโรงพยาบาลก่อน แล้วจึงเริ่มต่อยอดในสังคม”

นอกจากนี้ โรงพยาบาลบ้านแพ้วฯ ยังนำระบบดูแลผู้สูงอายุจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาใช้ เพื่อติดตามความปลอดภัยของผู้สูงวัยที่อยู่บ้านลำพัง หากเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น การหกล้ม ระบบจะส่งสัญญาณมายังโรงพยาบาลเพื่อให้ทีมเข้าไปช่วยเหลือได้ทันที

พ.ญ.เสาวณีย์ ยังเน้นด้วยว่า หัวใจสำคัญของ Longevity คือการสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชน “รู้จักตัวเอง” และสามารถดูแลสุขภาพได้ด้วยตนเองในชีวิตประจำวัน

“สิ่งที่ถูกต้องที่สุดคือการปลูกฝังการป้องกันตัวเอง self ตัวเราต้องรู้ตัวเราก่อน ต้องรู้ร่างกายของเรา และปรับพฤติกรรมตั้งแต่วันนี้ เพื่อไม่ให้เกิดโรคในอนาคต”

ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับสถานการณ์สังคมไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ โดยในพื้นที่อำเภอบ้านแพ้วมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากถึง 22% ของประชากรทั้งหมด สะท้อนถึงความจำเป็นในการวางระบบดูแลสุขภาพระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม

ยกทัพร่วมงาน “Thailand Healthcare 2026” ขยายการเข้าถึงสุขภาพ

ด้วยจุดแข็งด้านจักษุ โรงพยาบาลบ้านแพ้วฯ จึงนำบริการเด่นเข้าร่วมงาน “Thailand Healthcare” ซึ่งจัดโดยมติชนอย่างต่อเนื่องมาตลอดเกือบ 2 ทศวรรษ โดยงาน “Thailand Healthcare 2026” ปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน’ ไฮไลต์สำคัญที่โรงพยาบาลบ้านแพ้วฯ นำไปให้บริการแก่ประชาชน อาทิ ผ่าตัดต้อกระจกฟรี 50 ดวงตา, ตรวจสุขภาพตาโดยจักษุแพทย์ทุกวัน, บริการตรวจจอประสาทตาด้วยเครื่อง OCT, ตรวจความดันลูกตา คัดกรองต้อหิน ให้คำปรึกษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ฯลฯ

และพร้อมขยายฐานสู่คนรุ่นใหม่ โดยเน้นให้ความรู้และคำแนะนำเรื่องผลกระทบของพฤติกรรมดิจิทัล เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือ และการใส่แว่น VR เล่นเกม ซึ่งมีผลต่อสุขภาพดวงตา

พบทีมแพทย์จากโรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) ที่ยกทัพมาให้บริการทางการแพทย์อื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งการขึ้นเสวนาบนเวทีของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญได้ในงาน “Thailand Healthcare 2026 : Longevity อยู่ดี แฮปปี้นาน” วันที่ 25-28 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 – 19.00 น. ณ ชั้น5, สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์