รู้ทัน “มะเร็งเต้านม” ฉบับ Longevity เมื่อการป้องกันที่ดีที่สุด คือการค้นพบให้เร็วที่สุด

12.05.26 | 11:18 น.

ในโลกที่ “โรค” ยังคงเงียบงัน การรู้ให้เร็ว อาจเป็นเสียงที่สำคัญที่สุดของชีวิต

เฉกเช่น “โรคมะเร็งเต้านม” ที่มักไม่มีอาการใดๆ แสดงออกมา คนไข้ส่วนใหญ่จึงรู้ตัวเมื่อเป็นในระยะที่รุนแรงแล้ว

มะเร็งเต้านม (Breast Cancer) ยังคงเป็นหนึ่งในโรคที่ผู้หญิงทั่วโลกต้องเผชิญมากที่สุด ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า มีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่มากกว่า 2.3 ล้านคนทั่วโลกในปี 2022 และมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ประมาณ 670,000 คนต่อปี คาดว่าภายในปี 2050 จำนวนผู้ป่วยอาจเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 3.2 ล้านคนต่อปี ขณะที่ประเทศไทยเอง มะเร็งเต้านมยังคงเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทว่าสิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่จำนวนผู้ป่วย แต่คือ “ความเงียบ” ของโรค เพราะมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้นมักไม่แสดงอาการใดๆ เลย คำถามจึงไม่ใช่แค่เราจะรักษาอย่างไร แต่คือเราจะรู้ให้เร็วพอหรือไม่

ชวนพูดคุยกับ พญ.ณัฐณิชา พิศูทธินุศาสตร์ รังสีแพทย์ประจำศูนย์ถันยรักษ์ โรงพยาบาลศิริราช หนึ่งในหน่วยงานที่อยู่แนวหน้าของการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยมะเร็งเต้านมในประเทศไทย กับการย้ำเตือนว่า “การป้องกันที่ดีที่สุด คือการค้นพบให้เร็วที่สุด”

Advertisement

พญ.ณัฐณิชา พิศูทธินุศาสตร์ รังสีแพทย์ประจำศูนย์ถันยรักษ์ โรงพยาบาลศิริราช

“ศูนย์ถันยรักษ์” ศูนย์เล็กๆ ที่เริ่มจากพระราชดำริ

สู่ 30 ปี ของการดูแลผู้หญิงไทย

พญ.ณัฐณิชา พิศูทธินุศาสตร์ รังสีแพทย์ประจำศูนย์ถันยรักษ์ โรงพยาบาลศิริราช ฉายภาพย้อนถึงความเป็นมาของการก่อตั้งศูนย์ถันยรักษ์ ว่า ท่ามกลางความท้าทายของการเข้าถึงการตรวจคัดกรองและการรักษาที่มีคุณภาพ “มูลนิธิถันยรักษ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” จึงถือกำเนิดขึ้น จากพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

“ตอนนี้ศูนย์ถันยรักษ์เข้าสู่ปีที่ 30 แล้วค่ะ สมเด็จย่าพระราชทานทุนตั้งต้น 12 ล้าน เพื่อให้มีองค์กรที่ให้ความรู้ ตรวจคัดกรอง และวินิจฉัยมะเร็งเต้านมสำหรับคนไทย”

มูลนิธิถันยรักษ์ฯ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2537 ในฐานะองค์กรการกุศลลำดับที่ 271 ของกระทรวงการคลัง จากพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ต้องการให้คนไทยเข้าถึงการตรวจได้ตั้งแต่ต้น พร้อมพระราชทานนาม “ถันยรักษ์” และทรงรับมูลนิธิไว้ในพระราชูปถัมภ์

ต่อมามูลนิธิฯ ได้ประสานความร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล นำไปสู่การจัดตั้ง “ศูนย์ถันยรักษ์” ณ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อปี พ.ศ. 2538 ซึ่งนับเป็นศูนย์เฉพาะทางด้านโรคเต้านมแห่งแรกๆ ของประเทศ และได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากบุคลากรทางการแพทย์ของศิริราชมาโดยตลอด

นอกจากนี้ ศูนย์ถันยรักษ์ยังทำหน้าที่เป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้และข้อมูลทางการแพทย์ด้านโรคเต้านม ที่สามารถนำไปต่อยอดในการศึกษา วิจัย และพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์ในอนาคต อันเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับระบบสาธารณสุขไทยให้ก้าวทันความท้าทายของโรคมะเร็งในระยะยาว

บริการตรวจวินิจฉัยเต้านมครบวงจร (One Stop Service)

แม้โรคมะเร็งเต้านมจะเป็นมะเร็งที่ผู้หญิงเป็นมากที่สุด แต่อัตราการเสียชีวิตไม่สูงมาก เพราะสามารถรักษาได้ ยิ่งถ้าพบมะเร็งตั้งแต่ระยะแรกๆ ผลการรักษาจะดี และมีวิธีการหรือทางเลือกในการรักษามากกว่า ทำให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อีกครั้ง

เครื่องตรวจแมมโมแกรม (ภาพจาก: ศูนย์ถันยรักษ์ รพ.ศิริราช)

โดย ศูนย์ถันยรักษ์ โรงพยาบาลศิริราช เปิดให้บริการตรวจวินิจฉัยเต้านมครบวงจร (One Stop Service) ทั้งการเอกซเรย์เต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรม การตรวจอัลตราซาวนด์เต้านม และการทำหัตถการเต้านมต่างๆ ด้วยความพร้อมในทุกๆ ด้าน รวมทั้งทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเต้านม และเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้มาตรฐานสากล มีระบบควบคุมคุณภาพและประกันคุณภาพ (QC&QA System) เพื่อผลการตรวจที่แม่นยำ มั่นใจได้ทุกขั้นตอน

เทคโนโลยีที่ทำให้เห็น ‘เล็กกว่าเดิม’ และ ‘เร็วกว่าเดิม’

มะเร็งเต้านมแตกต่างจากหลายโรค เพราะในระยะแรกมักไม่แสดงสัญญาณเตือน

“ความท้าทายของโรคนี้คือไม่มีอาการเลยค่ะ คนไข้จำนวนมากเจอจากการมาตรวจเช็กอัปสุขภาพประจำปี”

นั่นหมายความว่า หากรอให้ “คลำเจอก้อน” บางทีอาจสายเกินไปแล้ว ดังนั้น การตรวจคัดกรองจึงไม่ใช่เรื่องของคนป่วย แต่เป็นเรื่องของ “คนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองป่วย”

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ศูนย์ถันยรักษ์พบผู้ป่วยระยะแรกมากขึ้น ไม่ใช่เพราะโรครุนแรงขึ้น แต่เพราะ “มองเห็นได้เร็วขึ้น”

เครื่องอัลตราซาวนด์เต้านม (ภาพจาก: ศูนย์ถันยรักษ์ รพ.ศิริราช)

“ปัจจุบันอัลตราซาวนด์รุ่นใหม่สามารถเห็นรอยโรคขนาดเล็กเพียง 3-4 มิลลิเมตรได้แล้วค่ะ จากเดิมที่ต้องรอให้เป็นเซนติเมตร นอกจากนี้ ทางศูนย์ฯ ยังได้นำ AI เข้ามาช่วยอ่านภาพแมมโมแกรม ซึ่ง AI ช่วยให้เห็นจุดหรือก้อนเล็กๆ ที่อาจดูยากในสายตาคน ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย”

เมื่อเทคโนโลยีดีขึ้น การวินิจฉัยก็เร็วขึ้น และโอกาสหายก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ทำงานแบบ “สหสาขา”

ในโรคที่ “เวลา” เป็นตัวแปรสำคัญ

อีกหนึ่งจุดเด่นของศูนย์ถันยรักษ์คือ การทำงานแบบ สหสาขา (Multidisciplinary Team) คนไข้สามารถพบแพทย์ ตรวจ และวางแผนรักษาได้ในวันเดียวกัน ซึ่งการมีศูนย์วินิจฉัยโรคเต้านมโดยเฉพาะ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการยกระดับคุณภาพการรักษา เนื่องจากมะเร็งเต้านมเป็นโรคที่ต้องอาศัยการดูแลแบบสหสาขา ตั้งแต่รังสีแพทย์ ศัลยแพทย์ ไปจนถึงบุคลากรด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การวินิจฉัยมีความแม่นยำ รวดเร็ว และเป็นไปตามมาตรฐานสากล

“ภายในศูนย์ฯ มีรังสีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาพวินิจฉัยเต้านมโดยเฉพาะ คอยทำงานร่วมกันเป็นทีมในการวิเคราะห์กรณีที่มีความซับซ้อน เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ถูกต้องที่สุด และยังมีนักรังสีการแพทย์ที่มีทักษะในการถ่ายภาพเอกซเรย์เต้านมอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเสริมความแม่นยำของการตรวจคัดกรองในทุกขั้นตอน ถ้าต้องการผลเร็ว หลายเคสสามารถทราบผลในวันนั้นได้เลย หรือหากพบความผิดปกติใดๆ ก็สามารถส่งตรวจชิ้นเนื้อได้ทันที”

ในโรคที่เวลาเป็นตัวแปรสำคัญ ความเร็วนี้อาจหมายถึง “โอกาสในการหายขาด” ด้วย

ผู้ป่วยอายุน้อยลง

และสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

แม้กลุ่มหลักของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมจะยังอยู่ในช่วงอายุ 40-60 ปี แต่แนวโน้มผู้ป่วยอายุน้อยก็เริ่มเพิ่มขึ้นเช่นกัน

“เดิมทีคนจะมาตรวจเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป แต่ตอนนี้เริ่มเจอในคนอายุ 20-30 ปลายๆ มากขึ้น เหตุผลส่วนหนึ่งอาจมาจากการเข้าถึงข้อมูลที่มากขึ้น ทำให้คนรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพและมาตรวจเร็วขึ้น ศูนย์ฯ จึงแนะนำให้เริ่มตรวจแมมโมแกรมตั้งแต่อายุ 35 ปีขึ้นไป หรือเร็วกว่านั้นได้หากมีความเสี่ยง”

พญ.ณัฐณิชา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีวิธีป้องกันมะเร็งเต้านมได้โดยตรง แต่เราสามารถดูสัญญาณเตือนได้จาก “ปัจจัยเสี่ยง” ได้มากขึ้น โดยเฉพาะจากประวัติคนในครอบครัวเคยเป็น หรือการใช้ฮอร์โมนระยะยาว

“กลุ่มที่มีประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็ง หรือคนที่ใช้ฮอร์โมนมาเป็นเวลานาน ยิ่งควรเข้ามาตรวจโดยเร็ว เพราะหลายคนตรวจเจอในระยะแรก ทั้งที่ยังไม่มีอาการ ส่วนปัจจัยอื่นๆที่ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านมโดยรวมและช่วยเรื่องสุขภาพองค์รวมได้ คือ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่ดื่มเหล้า เสี่ยงภาวะน้ำหนักเกิน เป็นต้น ส่วนอาหารที่เพิ่มหรือลดความเสี่ยงยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนในเชิงตัวเลข”

สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดในวันนี้ จึงยังคงเป็น “การตรวจให้เร็ว” เพราะการตรวจในปัจจุบันนี้ ไม่ได้น่ากลัวเหมือนเดิม ภาพจำของการรักษามะเร็งเต้านมในอดีตอาจเต็มไปด้วยความกลัว แต่วันนี้การแพทย์เปลี่ยนไปแล้ว

“ถ้าตรวจเจอเร็ว มะเร็งเต้านมมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้ การผ่าตัดก็เล็กลง ยาก็ดีขึ้น ผลข้างเคียงน้อยลงมาก ในบางกรณีที่โรคลุกลาม ยาใหม่ๆ ก็ยังช่วยให้ผลการรักษาดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ”

นี่คือเหตุผลที่แพทย์ทุกคนย้ำเหมือนกันว่า “อย่ากลัวการตรวจ”

สุขภาพที่ยืนยาว เริ่มจากการรู้ทันโรค

หากกล่าวในแง่ของ Longevity หรือการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ คำตอบอาจไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด เพราะ…

“ถ้าตรวจเร็ว เจอเร็ว รักษาหายขาด ก็สามารถใช้ชีวิตได้ปกติ แข็งแรง ไม่ต่างจากคนทั่วไปเลยค่ะ” พญ.ณัฐณิชา ย้ำ

การมีอายุยืน จึงไม่ใช่แค่การมีชีวิตยาว แต่คือการมีคุณภาพชีวิตที่ดีไปพร้อมกัน โดยในงาน Thailand Healthcare 2026 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 18 โดยมติชน ปีนี้มาในธีม “Longevity: อยู่ดี แฮปปี้นาน” ศูนย์ถันยรักษ์จะนำบริการไปมอบแด่ประชาชนตลอดงานทั้ง 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 – 28 มิ.ย. 2569 ณ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ทั้งรถตรวจแมมโมแกรมเคลื่อนที่ พร้อมบูธให้ความรู้เรื่องการตรวจเต้านมด้วยตัวเอง เพื่อให้ทุกคนเริ่มต้นดูแลตัวเองได้ทันที

“อยากชวนผู้หญิง โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยตรวจมาก่อน ให้มาลองตรวจหรือมาเรียนรู้การสังเกตเต้านมด้วยตัวเองที่บูธมูลนิธิถันยรักษ์ ในงาน Thailand Healthcare 2026 กันค่ะ เพราะการป้องกันที่ดีที่สุด คือการค้นพบให้เร็วที่สุด” พญ.ณัฐณิชา ทิ้งท้าย

บางครั้งการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่เรามองข้าม อาจเป็นสัญญาณแรกของโรค และบางครั้งการตัดสินใจมาตรวจในวันนี้ อาจเปลี่ยนทั้งชีวิตในวันข้างหน้า