เปิดมุมมอง ‘นพ.กันตพงศ์ ทองรงค์’ ปฏิวัติเวชศาสตร์ฟื้นฟูยุคใหม่ด้วย AI

18.06.26 | 15:01 น.

เปิดมุมมอง ‘นพ.กันตพงศ์ ทองรงค์’ ปฏิวัติเวชศาสตร์ฟื้นฟูยุคใหม่ด้วย AI

 

เมื่อพูดถึง “เวชศาสตร์ฟื้นฟู” ภาพจำของคนส่วนใหญ่มักเป็นการทำกายภาพบำบัดแบบค่อยเป็นค่อยไป อาการมักทรงๆ จนหลายคนถอดใจ แต่ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา PYONG Rehabilitation Group (เปียง รีแฮบบิลิเทชั่น กรุ๊ป) นำโดย นพ.กันตพงศ์ ทองรงค์ หรือ แพทย์เปียง แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูและผู้ก่อตั้ง ได้เข้ามาเปลี่ยนผ่านวงการนี้ ด้วยการเปิดมุมมองใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การรักษาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จนนำมาสู่การเติบโตอย่างมั่นคงจากการบอกต่อของผู้ป่วยชาวไทยที่ชีวิตดีขึ้นอย่างแท้จริง

ล่าสุด ประกาศเปิดตัว เปียง รีแฮบบิลิเทชั่น เซ็นเตอร์ ราชประสงค์ (PYONG Rehabilitation Center Ratchaprasong) ศูนย์กลางการรักษาและฟื้นฟูสุขภาพระดับพรีเมียม ณ เกษรวิลเลจ (Gaysorn Village) ภายใต้แนวคิด “ก้าวข้ามขีดจำกัดการฟื้นฟูเพื่อคุณภาพชีวิตเชิงรุก บุกเบิกนวัตกรรมจากเอเชียสู่ระดับโลก” เปิดตัว 8 ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Centers of Excellence) บนพื้นที่รวมกว่า 650 ตร.ม. โดยแบ่งโซนการรักษาเฉพาะทางที่ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการความปวดเชิงลึก การเพิ่มสมรรถภาพร่างกายและกีฬา ตลอดจนศูนย์ดูแลผู้ป่วยโรคระบบประสาทและสมอง (สโตรก/พาร์กินสัน/อัลไซเมอร์) รวมถึงศูนย์สุขภาพเฉพาะบุคคลสำหรับบุรุษและสตรี

โดยทุกศูนย์จะถูกขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมหุ่นยนต์ระดับโลกและระบบ AI เพื่อเปลี่ยนการรักษาจากความรู้สึกให้กลายเป็นข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำและวัดผลได้จริง อาทิ หุ่นยนต์ฝึกเดินขั้นสูง นวัตกรรมกระตุ้นระบบประสาทและสมอง และข้อมูลไบโอเมตริกซ์มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อประเมินและติดตามความก้าวหน้าของผู้ป่วย สร้างมาตรฐานใหม่แห่งเวชศาสตร์ฟื้นฟูในระดับเอเชีย

Advertisement
  • จุดเปลี่ยนจาก ‘รักษาตามอาการ’ สู่ ‘การกระตุ้นเพื่อซ่อมแซม’

นพ.กันตพงศ์ ทองรงค์ ได้เล่าถึงปรัชญาสำคัญในการรักษาไว้ว่า สิ่งที่มอบให้กับคนไข้คือผลลัพธ์ที่ซื้อไม่ได้ด้วยเงิน นั่นคือ “คุณภาพชีวิตโดยรวมที่ดีขึ้น”

“เราเลือกใช้วิธีการที่เข้าไปกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อร่วมด้วย ดังนั้น ผลลัพธ์ที่ได้คือ อาการปวดดีขึ้นในระยะสั้น และในขณะเดียวกัน โครงสร้างเนื้อเยื่อหรือคุณภาพอวัยวะก็ได้รับการฟื้นฟูให้ดีขึ้นในระยะยาว ทำให้โอกาสที่จะกลับมาปวดซ้ำลดน้อยลง ซึ่งการสร้างสภาพแวดล้อมการรักษาในลักษณะที่เป็น Private Setting มีความเป็นส่วนตัว และนำโมเดลการบริการในรูปแบบ Hospitality แบบโรงแรมเข้ามาประยุกต์ใช้ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ ไม่หดหู่ และไม่ต้องเผชิญกับการรอคิวนานๆ เหมือนโรงพยาบาลทั่วไป”

ด้วยความมุ่งมั่นในจุดยืนเพื่อเป็น “บทสรุปแห่งการเยียวยา (The last stop for healing)” เปียง รีแฮบบิลิเทชั่น เซ็นเตอร์ ราชประสงค์ ก้าวข้ามการประเมินอาการแบบเดิมๆ โดยนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ฝึกเดินขั้นสูง นวัตกรรมกระตุ้นระบบประสาทและสมอง และข้อมูลไบโอเมตริกซ์มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อประเมินและติดตามความก้าวหน้าของผู้ป่วย สร้างมาตรฐานใหม่แห่งเวชศาสตร์ฟื้นฟูในระดับเอเชีย

นพ.กันตพงศ์ ทองรงค์
  • พลังของ AI ที่มองเห็นสิ่งที่ตาเปล่ามองไม่เห็น

ไฮไลต์สำคัญของการฟื้นฟูในยุคนี้ คือ การนำ เทคโนโลยี และ AI (Artificial Intelligence) เข้ามามีบทบาทสำคัญในการปฏิวัติผลการรักษา

นพ.กันตพงศ์เผยว่า “หมอที่เก่ง แค่ความรู้ที่มีตามปกติอาจไม่เพียงพอแล้วในปัจจุบัน ยังไงก็ต้องนำ AI เข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อประมวลผลข้อมูล เพราะ AI เข้ามาช่วยเพิ่มทั้งความแม่นยำและความเร็ว หลายครั้งที่แพทย์อาจต้องใช้เวลาในการค้นหาต้นเหตุที่แท้จริงของโรค แต่ AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลออกมาเป็นภาพที่ชัดเจน เป็นตัวเลข และบอกแนวโน้มการดำเนินไปของโรคได้อย่างแม่นยำ AI ช่วยให้เรามองเห็นและรักษาในสิ่งที่ปกติสายตามนุษย์มองไม่เห็น ซึ่งทำให้ผลลัพธ์การรักษาแตกต่างจากเดิมอย่างมหาศาล” หมอเปียงเปิดมุมมองที่น่าสนใจ โดยยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมคือการใช้เทคโนโลยี AI ร่วมกับรังสีอินฟราเรดเพื่อจับการเคลื่อนไหว และวิเคราะห์โครงสร้างร่างกาย ซึ่งช่วยให้การประมวลผลสรีระมีความละเอียดและแม่นยำสูงสุด”

  • ถอดรหัส 5 กลุ่มอาการยอดฮิตของผู้รับบริการ

จากการเก็บข้อมูลจริง หมอเปียงเปิดเผยว่า กลุ่มผู้ป่วยที่เข้ามารับการฟื้นฟูมากที่สุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย 1.อาการปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืด (กลุ่มที่พบส่วนใหญ่และบ่อยที่สุด) 2.อาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา 3.กลุ่มโรคความเสื่อมตามวัย เช่น ข้อเข่าเสื่อม หรือข้อหลังเสื่อม 4.โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) 5.โรคระบบประสาทและสมอง เช่น อัลไซเมอร์

ด้วยกลุ่มโรคที่หลากหลายนี้ การวางแผนการรักษาที่ดีที่สุด หรือ The Best Plan จึงเป็นหัวใจสำคัญ

“คำว่าดีขึ้น 100% ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยจะหายขาดจากโรคทันที เพราะแต่ละโรคมีเงื่อนไขต่างกัน แต่หมายความว่าภายใต้แผนการรักษาและการดูแลอย่างต่อเนื่องประมาณ 1-3 เดือน หากไม่มีข้อจำกัดเรื่องอุปกรณ์หรือความสม่ำเสมอ คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยจะดีขึ้น 100% ในทุกเส้นทางการรักษาแน่นอน”

  • จากความสำเร็จของคนไทย สู่เป้าหมายระดับโลก

ด้วยผลลัพธ์ความสำเร็จที่จับต้องได้ ทำให้หมอเปียงตั้งเป้าหมายในการสร้างพิมพ์เขียว (Blueprint) ของเวชศาสตร์ฟื้นฟูในรูปแบบใหม่ที่ยังไม่มีใครทำมาก่อน เพื่อปั้นแบรนด์ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับสากล

“เราคิดว่าสิ่งนี้ยังสามารถผลักดันไปข้างหน้าได้อีกไกลโดยไม่มีเพดานจำกัด เมื่อเรามีเทคโนโลยีใหม่ๆ มารักษาผู้ป่วยได้ดีขึ้น เคสที่ประสบความสำเร็จก็จะมากขึ้นตามไปด้วย แบรนด์ของเราจะค่อยๆ โตขึ้น และในอนาคตที่นี่จะไม่ใช่แค่ที่พึ่งของคนไทยเท่านั้น แต่เรากำลังสร้าง Destination ที่ทำให้ผู้ป่วยจากมุมใดของโลกก็ตาม เลือกที่จะบินมารักษากับเรา”

  • คุณภาพชีวิตที่ดี เริ่มต้นที่การสังเกตตัวเอง

สุดท้ายนี้ หมอเปียงได้ฝากข้อคิดเตือนใจสำหรับคนทั่วไปในการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันไว้ว่า สิ่งที่ง่ายและสำคัญที่สุดคือ “การสำรวจตัวเองอย่างสม่ำเสมอ” หากร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือน มีอาการเจ็บป่วยหรือความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน เราควรใส่ใจและมองหาต้นเหตุทันที เช่น การรู้ว่าท่านั่งทำงานในปัจจุบันไม่ถูกต้อง ก็ควรปรับเปลี่ยนแก้ไขตั้งแต่เนิ่นๆ คือหนทางที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้เราไม่ต้องเผชิญกับโรคร้ายแรงในอนาคต

เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของเวชศาสตร์ฟื้นฟูยุคใหม่ ไม่ใช่แค่การรักษาให้หายจากโรค แต่คือการทำให้ผู้ป่วยทุกคนมี “คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 100%” ในแบบที่สามารถออกแบบและพึ่งพาตัวเองได้อย่างมีความสุข