ฟิลเลอร์ ยกกระชับ งานผิว ควรเริ่มจากอะไร? มุมมองการวางแผนจาก Tinidee Clinic เมื่อทำได้ ไม่ได้แปลว่าควรทำก่อน

16.09.26 | 09:51 น.

ฟิลเลอร์ ยกกระชับ งานผิว ควรเริ่มจากอะไร? มุมมองการวางแผนจาก Tinidee Clinic

รู้จักชื่อเครื่อง และตัวยามากขึ้น แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกอะไรให้ใบหน้าตัวเอง เป็นความลังเลที่เกิดขึ้นได้ทั้งกับคนที่เพิ่งเริ่มสนใจและคนที่ทำหัตถการมาแล้วหลายครั้ง รีวิวอาจช่วยให้เห็นทางเลือก แต่ก็ยังตอบไม่ได้ว่าหัตถการนั้นจะเหมาะกับเราหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อสิ่งที่เรากังวลมีมากกว่าหนึ่งเรื่อง


คำถามก่อนตัดสินใจจึงอยู่ที่ว่า ปัญหาของเรามาจากอะไร และสิ่งที่สนใจช่วยได้ตรงจุดหรือเปล่า ทีมข่าวชวนมองผ่านประสบการณ์ของสองแพทย์ผู้ร่วมก่อตั้ง Tinidee Clinic ที่ให้ความสำคัญกับการวางแผน วิเคราะห์ก่อนเลือกหัตถการ

ก่อนเลือกวิธีรักษา ต้องรู้ว่ากำลังแก้อะไร

คำว่า “หน้าดูโทรม” อาจหมายถึงบางคนมีการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างหรือปริมาณไขมันบนใบหน้า บางคนมีความหย่อนคล้อย ขณะที่อีกคนกังวลกับผิวแห้งหรือผิวที่ดูไม่เรียบ รวมถึงหลายๆคนมีปัจจัยทั้งหมดนี้ร่วมกัน

Advertisement

Personalized Care หรือการดูแลเฉพาะบุคคล เริ่มจากการแยกให้ออกว่าอะไรเป็นสาเหตุสำคัญของสิ่งที่คนไข้กังวล แล้วจึงพิจารณาทางเลือก ฉะนั้นคนไข้ไม่จำเป็นต้องเลือกชื่อเครื่อง ตัวยา หรือจำนวนซีซีให้เสร็จก่อนเข้าห้องปรึกษา แต่ควรได้เข้าใจปัญหาของตนเองจริงๆก่อนที่จะตัดสินใจทำ

Tinidee Clinic (ทินิดี คลินิก) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ที่นี่ดีคลินิก” ตั้งอยู่ที่จุฬา ซอย 6 ภายในโครงการ Stadium One ย่านบรรทัดทอง กรุงเทพฯ มี “หมอแบงค์” นพ.สุชัจจ์ ติงรัตนสุวรรณ และ “หมอชาช่า” พญ.ปริณธร นาคดี เป็นแพทย์ผู้ร่วมก่อตั้ง ทั้งสองมีประสบการณ์ดูแลเคสความงามรวมกันมากกว่า 30,000 เคสตลอดเส้นทางการทำงาน และปัจจุบันยังลงตรวจและดูแลเคสด้วยตนเองโดยตรง

การปรึกษาของคลินิกเริ่มจากประวัติ สิ่งที่กังวล สิ่งที่อยาก/ไม่อยากให้เปลี่ยน และหัตถการที่เคยทำ ประกอบกับการตรวจประเมิน ในบางเคสแพทย์อาจใช้เครื่องสแกนวิเคราะห์งานผิว หรือใช้เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound) เพื่อดูลักษณะเนื้อเยื่อ หลอดเลือด หรือฟิลเลอร์เดิม เพิ่มเติมตามความเหมาะสม ซึ่งข้อมูลจากเครื่องมือเป็นส่วนประกอบของการประเมินแต่ละบุคคล ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับการตรวจเหมือนกัน

และสำหรับผู้ที่เคยทำหัตถการมาแล้ว ประวัติเดิมที่เคยรักษาเป็นข้อมูลสำคัญที่ต้องนำมาคิดวางแผนต่อด้วย จึงต้องอธิบายได้ว่าแต่ละวิธีจะช่วยส่วนใด และมีอะไรที่ควรประเมินก่อนทำเพิ่ม เช่นเดียวกับคนที่เพิ่งเริ่ม แพทย์ต้องช่วยให้เห็นทางเลือกโดยไม่ผลักภาระให้คนไข้ศึกษาทุกเครื่องและทุกตัวยาด้วยตนเอง

หมอแบงค์: จากการดูแลคนไข้ สู่การดูแลมาตรฐานทีมแพทย์

หมอแบงค์มีประสบการณ์ด้านเวชศาสตร์ความงามมากกว่า 10 ปี โดยมีจุดเด่นด้านการปรับรูปหน้าและการวางแผนดูแลโครงสร้างใบหน้า ก่อนร่วมก่อตั้ง Tinidee Clinic เขาเคยเป็นหัวหน้าองค์กรแพทย์ในเครือคลินิกประมาณ 20 สาขา เป็นเวลาราว 5 ปี รับผิดชอบการฝึกอบรมและให้คำปรึกษาแพทย์มากกว่า 100 คน รับปรึกษาจากแพทย์ในเครือ และร่วมดูแลเคสที่มีปัญหา รวมถึงการลงสอนภาคปฏิบัติด้วยตนเอง การทำงานจึงครอบคลุมทั้งช่วงที่วางแผนรักษาและวิเคราะห์ทบทวนว่า เหตุใดผลจึงไม่เป็นไปตามที่คาด ควรประเมินอะไรเพิ่ม หรือควรเปลี่ยนแนวทางอย่างไร

ปัจจุบันหมอแบงค์มีบทบาทเป็น Master Trainer และวิทยากรระดับนานาชาติ (International Speaker) บรรยายและฝึกอบรมด้านการปรับรูปหน้าให้แก่แพทย์ รวมถึงแพทย์ผิวหนัง จากหลายประเทศในเอเชีย อาทิ ไทย เกาหลีใต้ และประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน เวทีที่หมอแบงค์เป็นวิทยากรมีทั้งงานประชุม MSAAH & ISAAH, UVWAF และงานประชุม RAAD ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

เนื้อหาที่สอนครอบคลุมการเลือกใช้ฟิลเลอร์ (Filler) สารกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulator) และเครื่องยกกระชับ ตลอดจนการวางแผนใช้ร่วมกันให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละเคส

หมอชาช่ากับ No Makeup Glow และคุณภาพผิวในชีวิตประจำวั

พญ.ปริณธร นาคดี หรือหมอชาช่า เป็นแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์บริการโลหิต (Transfusion Medicine) มีพื้นฐานทางด้านงานวิจัยการแพทย์ มีผลงานทางวิชาการที่ได้ตีพิมพ์ในวารสารระดับประเทศ และมีงานวิจัยที่ได้รับเลือกให้ตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ Vox Sanguinis ปี 2025 อีกทั้งยังถูกคัดเลือกไปนำเสนอผลงานที่ประเทศอิตาลี

ในงานด้านความงาม หมอชาช่ามีจุดเน้นด้าน Skin Quality หรือคุณภาพผิว โดยให้ความสำคัญกับสิ่งที่คนไข้สังเกตเห็นด้วยตัวเองได้ทุกวัน เช่น ผิวแห้งหรือไม่ เรียบแค่ไหน รอยดำ รูขุมขน หรือหลุมสิว หรือแต่งหน้าแล้วเป็นอย่างไร รายละเอียดเหล่านี้ช่วยให้คำว่า “อยากให้ผิวดีขึ้น” กลายเป็นเป้าหมายที่คุยกันได้ชัดเจน

No Makeup Glow (NMG) เป็นโปรแกรมดูแลคุณภาพผิวของทินิดีคลินิก ที่หมอชาช่าเป็นผู้คิดค้นและพัฒนา เริ่มจากการออกแบบเทคนิคฉีดไหมน้ำกระตุ้นคอลลาเจน โดยให้ความสำคัญกับบริเวณที่มีผลต่อการเล่นแสงของผิวบนใบหน้า เป้าหมายคือให้ผิวหน้าสดดูดีขึ้น ผิวดูเล่นแสง ไม่ต้องแต่งหน้าก็สามารถออกบ้านได้ด้วยหน้าสดที่มีคุณภาพผิวที่ดี

ต่อมา NMG พัฒนาให้การวางแผนครอบคลุมปัญหาผิวของแต่ละคนมากขึ้น ทั้งเรื่องความชุ่มชื้น การฟื้นฟูของผิว และความกังวลอื่นที่ตรวจพบ แพทย์ใช้การตรวจร่วมกับข้อมูลจากเครื่องวิเคราะห์ผิวประกอบ ก่อนพิจารณาวิธีดูแลที่เหมาะสมในแต่ละเคส การออกแบบเฉพาะบุคคลเป็นเหตุผลที่ว่าคนที่มาปรึกษาโปรแกรมเดียวกันจะไม่ได้รับการรักษาเหมือนกัน

ปัจจุบันหมอชาช่าและหมอแบงค์เป็นผู้ให้บริการโปรแกรมนี้ โดยประเมินสภาพผิวและการตอบสนองเพื่อปรับแผนในครั้งต่อไป แต่ละครั้งจึงกลับมาดูว่าปัญหาใดดีขึ้นแล้ว และเรื่องใดยังต้องดูแลต่อ

แผนที่คนไข้เข้าใจและตัดสินใจร่วมได้

ใบหน้าคนเราประกอบด้วยปัญหาหลายอย่างตามหลักของกายวิภาค ไม่ว่าจะเป็น โครงสร้าง ความหย่อนคล้อย กล้ามเนื้อ และคุณภาพผิว แพทย์อาจพิจารณาการใช้เครื่องมือหรือหัตถการหลายวิธีร่วมกัน แต่ต้องอธิบายบทบาทของแต่ละวิธีให้ชัด รวมถึงค่าใช้จ่าย ระยะพักฟื้น ระยะเวลาในการรักษาตามความเหมาะสม และข้อจำกัดที่คนไข้ควรรู้ โดยการจัดลำดับการรักษาโดยอิงจากว่าเรื่องใดที่รบกวนความมั่นใจของคนไข้มากที่สุด เพราะสิ่งที่แพทย์ตรวจพบกับสิ่งที่คนไข้อยากเปลี่ยนเป็นคนละจุด คนละปัญหากัน จึงต้องคุยให้เข้าใจตรงกัน หากบางวิธียังไม่เหมาะทำในขณะนั้น แพทย์สามารถอธิบายเหตุผลและบอกได้ว่าแต่ละอย่างมีความจำเป็นอย่างไร

ก่อนตัดสินใจ คนไข้ควรได้รับคำตอบว่าปัญหาเกิดจากอะไร ควรเริ่มรักษาจากเรื่องไหน อะไรรอได้ และอะไรยังไม่จำเป็น พร้อมเหตุผล ค่าใช้จ่าย และแนวทางติดตามผล เพื่อให้ตัดสินใจร่วมกับแพทย์ได้ตามความกังวลและความพร้อมของตนเอง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายปรึกษาแพทย์ได้ที่ Tinidee Clinic (ทินิดีคลินิก) โครงการ Stadium One จุฬาฯ ซอย 6 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โทรศัพท์: 06-5195-4969 / เว็บไซต์: tinideeclinic.net / Facebook: Tinideeclinicbkk / Instagram: @tinideeclinic / TikTok: @tinideeclinic