คอลัมน์นอกลู่ในทาง : ทำไมต้อง 5G

30.06.18 | 13:38 น.

เป็นปกติธรรมดาที่ผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมจะลุกขึ้นมาทั้งผลักทั้งดันให้มีการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ ในบ้านเราเองที่มีการพูดถึงกันมากในช่วงปีสองปีนี้ และน่าจะมากขึ้นเรื่อยๆ หนีไม่พ้นเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยี 5G ซึ่งสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดของเทคโนโลยีทั้งทางด้านเทคนิค และคลื่นความถี่ เพื่อให้สามารถกำหนดมาตรฐาน 5G ได้ทันภายในปี 2563 นี้

ยักษ์ผู้ผลิตอุปกรณ์เบอร์ต้นๆ ของโลกอย่าง “หัวเว่ยและอีริคสัน” มองตรงกันว่าเทคโนโลยี 5G ไม่ได้ส่งผลต่อธุรกิจโทรคมนาคมเท่านั้น แต่จะเข้ามาพลิกโฉมหน้าทุกธุรกิจ

อะไรจะขนาดนั้น

“เฉียง หัว” กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายว่าเทคโนโลยี 5G เข้ามาพลิกโฉมทุกอุตสาหกรรมในเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้นในทุกกระบวนการ ทั้งในแง่ผลผลิต และต้นทุนทำให้ความคุ้มค่าในการลงทุนเพิ่มขึ้น และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของประเทศได้มาก

5G ไม่ใช่แค่การใช้คลื่นความถี่เพื่อการสื่อสารเท่านั้น แต่ได้รวมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ รองรับ IoT (Internet of Thing) เข้าด้วยกันจึงส่งผลกับทุกอุตสาหกรรม

Advertisement

“3G และ 4G ประมูลคลื่นมาแล้วก็จบ โอเปอเรเตอร์สร้างเครือข่ายไป แต่ 5G จะเป็นมุมมองใหม่ด้วยการสร้างอีโคซิสเต็มสำหรับบริการ และโซลูชั่นใหม่ๆ เช่น รถยนต์ไร้คนขับที่ต้องให้อุตสาหกรรมยานยนต์เข้ามาช่วย หรือโดรนที่เป็นมากกว่าการถ่ายภาพ เช่น ขนส่งสินค้าได้ และใช้เพื่อการเกษตรได้ มี IoT รองรับสมาร์ทฟาร์ม ด้วยสปีดถึง 16Gbps รองรับการเชื่อมต่อได้ถึง 1 ล้านอุปกรณ์ต่อ 1 ตร.กม. ซึ่งในญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีนเริ่มนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์แล้ว”

สำหรับในประเทศไทยในมุมมองของ “หัวเว่ย” เราน่าจะได้เห็นภายใน 3-4 ปีจากนี้

ฝั่งผู้ผลิตอุปกรณ์สัญชาติยุโรป “อีริคสัน” ก็มีมุมมองที่ไม่แตกต่างกัน “นาดีน อัลเลน” ประธาน บริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เทคโนโลยี 5G ไม่ใช่เรื่องของอนาคต เพราะเริ่มมีหลายโอเปอเรเตอร์ทั่วโลกทดลองใช้งานแล้ว เช่น ซอฟต์แบงก์ของญี่ปุ่น ทดลอง 5G บนคลื่น 4.5 GHz หรือ SK Telecom ของเกาหลีใต้ที่มีการทดลองใช้เชื่อมต่อกับรถยนต์ด้วยสปีด 6.4 GHz ในขณะที่รถเคลื่อนที่

นอกจากนี้ยังมีการนำไปใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมระบบไฟฟ้า, ระบบขนส่งสาธารณะ และระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อสร้างสมาร์ทซิตี้ด้วยโซลูชั่น IoT

“5G จึงจะเป็น Game Changer ให้ทุกอุตสาหกรรม และช่วยให้ผู้ประกอบการสร้างการเติบโตทางธุรกิจจากการประยุกต์ใช้งาน”

แม่ทัพหญิง “อีริคสัน” ย้ำว่า 5G จะเป็นเทคโนโลยีที่พลิกโฉมการแข่งขันด้วยการแข่งกันสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ผู้ใช้งาน ซึ่งผู้ที่กระโดดเข้ามาก่อนย่อมได้เปรียบ เหมือนตอนเริ่มต้นมีบริการ 4G ในประเทศไทยเห็นได้ชัดว่าใครเริ่มก่อนจะได้มาร์เก็ตแชร์ไปก่อน และส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น 10%

โดย “อีริคสัน” ประเมินด้วยว่า เทคโนโลยี 5G จะทำให้รายได้ของผู้ให้บริการในประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 2.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 22% ภายในปี 2569 และคาดว่าจะเห็นการนำเทคโนโลยี 5G ไปใช้อย่างกว้างขวางตั้งแต่ปี 2563

อุตสาหกรรมโทรคมนาคมน่าจะได้ประโยชน์เป็นกลุ่มแรกๆ โดย 5G จะช่วยให้ค่ายโทรคมนาคมเข้าไปมีบทบาทใหม่ในอุตสาหกรรมอื่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนด้วย

อย่างไรก็ตาม การจัดสรรคลื่นความถี่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญจึงควรปล่อยสิทธิการใช้คลื่นในจังหวะที่เหมาะสมด้วย โดยผสมผสานทั้งคลื่นย่านความถี่ต่ำอย่าง 700 MHz ที่สนับสนุนการส่งสัญญาณให้ครอบคลุม และย่านความถี่ระดับกลาง 3.5 GHz ที่มีศักยภาพในการส่งผ่านและรองรับการใช้งานด้วยความเร็วที่ดี รวมถึงย่านความถี่สูงอย่าง 26-28 GHz ในการใช้เป็นจุดกระจายสัญญาณในอาคาร

“Ericsson Mobility Report” ฉบับล่าสุดยังคาดการณ์ว่า ภายในปี 2566 จะมีผู้ใช้งาน 5G สูงถึง 50% ของผู้ใช้งานทั้งหมดในภูมิภาคอเมริกาเหนือ รองลงมาเป็นเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือที่ 34% และยุโรปตะวันตก 21%

โดยการใช้งาน 5G จะเริ่มมีความสำคัญทั่วโลกในปี 2563 และจะมีผู้ใช้งานถึงหนึ่งพันล้านรายภายในปี 2566 หรือเท่ากับ 12% ของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั้งหมด

และทำให้ปริมาณการใช้ข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นถึง 8 เท่า เป็น 107 เอ็กซะไบต์ต่อเดือน หรือเทียบเท่าผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั้งหมดทั่วโลกดู “วิดีโอสตรีมมิ่ง” พร้อมกันเป็นเวลา 10 ชั่วโมงติดต่อกัน

การใช้ข้อมูลทั่วโลกผ่านเครือข่าย 5G จะมีมากถึง 20% มากกว่า 4G/3G/2G วันนี้รวมกันถึง 1.5 เท่า

สำหรับในประเทศไทย ผู้บริหาร “อีริคสัน” มองว่าเทคโนโลยี 4G/LTE จะยังเป็นเทคโนโลยีหลักที่สำคัญไปจนถึงปี 2566 โดยปริมาณการใช้งาน 4G บนเทคโนโลยี LTE และ 5G รวมกันจะอยู่ที่ 76% ของการใช้งานทั้งหมดในประเทศไทย เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ซึ่งมีสัดส่วนการสมัครใช้งาน LTE เพียง 36%

การใช้ข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะการบริโภคข้อมูลประเภท “วิดีโอ” และ “โซเชียลมีเดีย” อย่างที่เรารู้กันว่า คนไทยใช้อินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือสูงสุดติดอันดับโลก

การสำรวจการใช้งานล่าสุดของ “อีริคสัน” ช่วยตอกย้ำอีกครั้ง โดยพบว่าในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ เม.ย.2560-เม.ย.2561) คนไทยใช้งานโซเชียลมีเดีย “เฟซบุ๊ก” ผ่านโทรศัพท์มือถือถึง 58% และมีผู้สมัครใช้ “อินสตาแกรม” เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าด้วย

ในอนาคตยิ่งมีเทคโนโลยีใหม่ๆ จะ 5G หรือกี่จีก็ตาม ถ้าทำให้การใช้งานง่ายขึ้น-เร็วขึ้นด้วยแล้วเชื่อว่าจะยิ่งส่งเสริมให้เกิดการใช้งานมากขึ้นอย่างแน่นอน เพราะเรื่องการใช้งาน คนไทยไฮเทคไม่แพ้ใครโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องเพื่อความบันเทิง