ไม่ค่อยจะได้ยิน หรือแทบไม่เคยเห็นเลยก็ว่าได้ ครอบครัวสมัยใหม่ที่มีลูกมากเกิน 3 คนขึ้นไป แต่ครอบครัวส่วนใหญ่ในหมู่เกาะแฟโร (Faroe Islands) เขตการปกครองตนเองของเดนมาร์ก ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติก ระหว่างสกอตแลนด์ นอร์เวย์ และไอซ์แลนด์ ดูจะ “สวนกระแส” กับชาวโลก เพราะครอบครัวที่นี่ส่วนใหญ่ ต่างเป็นครอบครัวใหญ่ ที่มีลูกดก และได้ชื่อว่ามีอัตราการเกิดสูงที่สุดในกลุ่มประเทศยุโรป ด้วยอัตราส่วนผู้หญิง 1 คน ให้กำเนิดบุตรโดยเฉลี่ย 2.5 คน เมื่อเปรียบเทียบกับผู้หญิงในส่วนอื่นของยุโรป ให้กำเนิดบุตรโดยเฉลี่ยไม่ถึง 2 คน โดยนี่เป็นข้อมูลตัวเลขที่ได้จากเวิลด์ แบงก์
“ฉันคิดว่าลูกคือของขวัญที่ยิ่งใหญ่ และฉันก็อยากมีลูกมากๆ มาตลอด ครอบครัวใหญ่อาจจะดูเอะอะ วุ่นวาย แต่สุดท้าย มันก็อบอุ่น มีความสุข” คุณหมอกันฮิลด์ เฮล์มดอล วัย 41 ให้สัมภาษณ์เอเอฟพีพร้อมรอยยิ้ม ขณะเธอกำลังท้องแก่ ใกล้คลอดลูกคนที่ 4 อีกไม่นานนี้ ขณะที่เพื่อนบ้านของเธอก็ต่างมีลูกครอบครัวละ 6 คน และ 7 คนเช่นกัน
ทั้งนี้ ในเอเอฟพีเล่าว่า ปัจจัยที่ทำให้การมีลูกมาก กลายเป็นเรื่องชวนรื่นรมณ์ มากกว่าเป็นเรื่องน่าหนักใจสำหรับผู้คนในหมู่เกาะแฟโร ก็เพราะ ผู้หญิงที่นี่ถึง 82% หรือร้อยละ 82 คนต่างมีงานทำ อาจเป็นงานประจำเต็มเวลา หรือไม่ก็งานพาร์ท ไทม์ส อีกทั้งสามารถลาคลอดเพื่อเลี้ยงลูกได้นานถึง 46 สัปดาห์ หรือ 11.5 เดือน ขณะที่กำลังมีการผลักดันกฎหมายให้ผู้หญิงสามารถลาคลอด อยู่บ้านเลี้ยงลูกได้ถึง 1 ปีไปเลย

นอกจากนั้น รัฐบาลยังมีนโยบายด้านการลดหย่อนภาษีต่างๆ เข้ามาช่วยลดภาระ ครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกเยอะๆ อย่างเช่น เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็มีการลดภาษีสำหรับรถยนต์ขนาด 7 ที่นั่ง
ในรายงานของเอเอฟพีเล่าว่า หากย้อนไปดูสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนบนหมู่เกาะแฟโรตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงปัจจุบันนับว่ามีความเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ที่ตลาดแรงงานได้เปิดกว้างมีอาชีพให้เลือกทำหลากหลาย มากกว่าจะมีแค่ “อาชีพประมง? ซึ่งเป็นอาชีพเก่าแก่ อาชีพหลักของผู้คนบนหมู่เกาะแห่งนี้ นอกจากนั้นยังมีค่านิยมเชิงอนุรักษ์หลายอย่างที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย อย่างเช่น การเปิดใจยอมรับการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน ซึ่งมีการผ่านร่างกฎหมายนี้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ปี 2560
แต่ปัจจัยที่น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างที่ทำให้การมีลูกมาก ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลสำหรับคนที่นี่ก็คือ สายสัมพันธ์อันเหนียวแน่นในครอบครัว ที่มีญาติพี่น้องอยู่ใกล้ๆ กัน ให้พึ่งพาอาศัยกันได้
ฮันส์ พอลลิ สตรอม นักสังคมวิทยา สำนักสถิติของหมู่เกาะแฟโร บอกกับเอเอฟพีว่า “ในสังคมของเรา เรามองทุกคนเป็นคนในครอบครัวมากกว่าจะมองเป็นคนแปลกหน้า และความสัมพันธ์ที่แนบแน่นแบบนี้ระหว่างคนรุ่นต่อรุ่น มันทำให้ง่ายต่อการเลี้ยงดูลูกๆ”
คุณหมอกันฮิลด์เล่าว่า เธอทำงานสัปดาห์ละ 50 ชั่วโมง ซึ่งบ่อยครั้งที่เธอรู้สึกกังวลเหมือนกันว่า อาจจะไปรับลูกหลังเลิกเรียนไม่ทันเวลา แต่ปัญหานี้ก็แก้ได้ไม่ยาก เพราะเธอสามารถโทรศัพท์ขอให้พ่อหรือแม่ของเธอ ช่วยไปรับลูกๆ ของเธอที่โรงเรียนแทน หรือพาลูกๆ เธอไปทำกิจกรรมอย่างอื่น “เพราะเราเป็นครอบครัวที่ใกล้ชิดกันมาก เราต่างช่วยเหลือ พึ่งพากันเยอะมาก และบ้านพ่อแม่ก็อยู่ห่างจากบ้านของครอบครัวฉัน แค่เดิน 10 นาทีเท่านั้น ซึ่งเป็นอะไรที่ช่วยได้มากเลย”

