รู้จัก ‘นิ้ง-โศภิดา’ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 ดีกรีไม่ธรรมดา ‘โอบามา’ ยังชื่นชม (ภาพชุด)

เป็นอีกหนึ่งสาวงามที่ต้องยกนิ้วให้ในเรื่อง “ความอุตสาหะ” สำหรับ โศภิดา กาญจนรินทร์ หรือ “นิ้ง” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018

เพราะกว่าจะได้สวมมงกุฎนกยูงอันทรงเกียรติก็ต้องขับเคี่ยวกับเพื่อนนางงามกว่า 39 คน ที่แต่ละคนนั้น ทั้ง “รูปลักษณ์” และ “โปรไฟล์” ต่างไม่ธรรมดา

แต่สิ่งที่ทำให้ โศภิดาโดดเด่น คือ “มาดนิ่งๆ” ที่มาพร้อมกับ “ความมั่นใจ” ตลอดจนการประกอบอาชีพเป็น “ผู้จัดการฝ่ายวาณิชธนกิจ” หรือ “ที่ปรึกษาทางการเงิน” ด้วยอายุเพียง 23 ปี ส่งผลให้เธอได้รับความสนใจตั้งแต่วันแรกที่มาสมัคร

“เป็นครั้งแรกที่มาประกวดนางงาม อาจจะยังขาดประสบการณ์อยู่บ้าง แต่นิ้งเชื่อว่าความสามารถพัฒนาได้” เธอกล่าวด้วยความมั่นใจ และเล่าต่อไปว่า

“เมื่อตอนเป็นเด็ก นิ้งเป็นคนเรียนไม่เก่ง พอไปเรียนที่ลาสเวกัสก็ถูกเชิญออกเพราะสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้นิ้งลงมือศึกษาภาษาอังกฤษด้วยตนเอง จนกระทั่งสามารถเรียนจบไฮสคูลภายใน 1 ปีครึ่ง และได้รับรางวัลเรียนดี (เหรียญทอง) จากอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา”

นอกจากนี้ เธอยังเรียนจบปริญญาตรี คณะ Business administration สาขา Finance จากมหาวิทยาลัยเนวาดา ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ด้วยรางวัล “เกียรตินิยม”

อย่างไรก็ตาม กว่าจะได้ลิ้มรสความสำเร็จที่หอมหวาน เธอต้องใช้ “ความอุตสาหะ” ที่มากกว่าใครๆ โดยใช้เวลาตลอดทั้งวันทั้งคืนเพื่อศึกษาหาความรู้

ยืนยันโดยบุคคลใกล้ชิดของเธอ นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ คุณพ่อของนิ้ง ที่เผยว่า ข้อดีของลูกสาวคนนี้คือ ความอดทน และความพยายาม

เพราะตั้งแต่เด็ก นิ้งเป็น “คนไม่สวย” ขี้อาย และค่อนข้างเก็บตัว แต่ด้วยความมีวินัยของเธอ ที่หมั่นออกกำลังกาย และฝึกฝนท่วงท่าการเดินที่บ้านอยู่เป็นประจำ จนกลายเป็นภาพชินตาของคนในครอบครัว ทำให้คุณพ่อเปิดใจ “ยอมอนุมัติ” ให้ลูกสาวเข้าประกวด


และกลายมาเป็นแฟนนางงามกันทั้งครอบครัว!!

จนกระทั่งในวันที่นิ้งคว้าตำแหน่งอันทรงเกียรติมาครองได้สำเร็จ ทั้งครอบครัวพร้อมใจกันกล่าวว่า “สวยขึ้นจนจำไม่ได้”

ทั้งนี้ “การเป็นนางงาม” ยังเป็นความฝันตั้งแต่เด็กของโศภิดา

“นิ้งตั้งใจเรียนเพราะอยากให้พ่อแม่ภูมิใจ ซึ่งทำสำเร็จแล้ว ส่วนการเข้ามาประกวดนางงามคือความฝันตั้งแต่เด็ก ตอนนี้จึงถึงเวลาที่นิ้งจะได้สานฝันของตัวเอง” สาวสวยคนขยันกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“สิ่งที่อยากทำขณะที่ดำรงตำแหน่งคือ อยากเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ ที่เรียนไม่เก่ง ว่าอย่าท้อ ให้สู้ต่อไปเพื่อตัวเอง และเพื่ออนาคต ขณะเดียวกันนิ้งมองว่าระบบการศึกษาไทยควรเน้นเรื่องการเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงออกในความสามารถที่แตกต่างกัน และนิ้งอยากรณรงค์ให้บริษัทต่างๆ เปิดโอกาสให้ผู้พิการได้เข้าร่วมทำงานและมีพื้นที่ในสังคม มองผู้พิการว่าเป็นคนที่มีคุณค่าและควรได้รับการส่งเสริม” สาวสวยผู้จัดการกล่าว

และในช่วงตอบคำถามรอบ 5 คนสุดท้าย นิ้งได้คำถามว่า “ในปัจจุบันการทำศัลยกรรมเป็นที่ยอมรับมากขึ้น คุณคิดว่ามีผลดีและผลเสียอย่างไร”

เธอตอบในทันทีว่า “การทำศัลยกรรม มีข้อดีคือช่วยเพิ่มความมั่นใจ เพราะมีรูปลักษณ์ภายนอกสวยขึ้น แต่ข้อเสียคือหากไม่ศึกษาให้ดีเกี่ยวกับการทำศัลยกรรม อาจจะเป็นอันตรายได้ จึงอยากฝากไว้ว่าทุกคนสามารถสวยได้ในแบบฉบับของตัวเอง” สิ้นเสียงตอบคำถาม เสียงปรบมือก็ดังขึ้นสนั่นฮอลล์

เรียกได้ว่าเป็นคำตอบที่ “เรียบง่าย” แต่ “ได้ใจความ”

เช่นเดียวกับ “โศภิดา กาญจนรินทร์” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์คนล่าสุด ที่นอกจากสวยเฉี่ยวแล้ว เรื่อง “ความสามารถ” ก็ไม่น้อยหน้า