การศึกษาวิจัยด้วยการทดลองและสังเกตการณ์ของทีมวิจัยด้านการแพทย์จากโรงพยาบาลลีดส์ ทีชชิง ซึ่งนำเสนอต่อสมาคมวิทยาลัยโรคหัวใจอเมริกัน (เอซีซี) เมื่อเร็วๆ นี้ แสดงให้เห็นว่าอาหารเสริมที่มีวิตามินดี สามารถช่วยเยียวยาหัวใจของผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจล้มเหลวให้ดีขึ้นได้ ด้วยการทำให้หัวใจแข็งแรงมีความสามารถในการสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกายมากขึ้นกว่าเดิม
การทดลองดังกล่าวซึ่งดำเนินการในกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้มีอาการของโรคหัวใจล้มเหลวจำนวน 163 คน อายุเฉลี่ย 70 ปี ที่ตรวจสอบพบว่า มีระดับวิตามินดีในร่างกายต่ำแม้ในหน้าร้อน เนื่องจากร่างกายคือผิวหนังสูญเสียความสามารถในการผลิตวิตามินดีมากขึ้นเรื่อยๆเมื่ออายุสูงขึ้น ทีมวิจัยแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกให้อาหารเสริมที่มีปริมาณวิตามินดี 100 ไมโครกัมต่อวันทุกวันเป็นเวลา 1 ปี อีกกลุ่มให้ยาที่ไม่มีตัวยาหรือวิตามินใดๆอยู่เลยต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ปีเช่นเดียวกัน
หลังจากครบกำหนดทดลองแล้ว ทีมวิจัยวัดผลกระทบต่อภาวะหัวใจล้มเหลวของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด ตัวชี้วัดสำคัญก็คือความสามารถในการฉีดโลหิตออกไปเลี้ยงร่างกายในการบีบตัวแต่ละครั้ง ซึ่งในผู้ใหญ่เต็มวัยปกติ ตัวเลขความสามารถในการฉีดโลหิตไปเลี้ยงร่างกายจะอยู่ระหว่าง 60-70 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจล้มเหลว ความสามารถดังกล่าวจะลดลงเหลือเพียง 25 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
แต่จากการตรวจวัดความสามารถในการฉีดโลหิตไปเลี้ยงร่างกายของกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับอาหารเสริมวิตามินดี ทีมวิจัยพบว่า ความสามารถในการฉีดเลือดของผู้ป่วยกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นจาก 26 เปอร์เซ็นต์ เป็น 34 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นขนาดของหัวใจผู้ป่วยกลุ่มนี้ยังเล็กลงด้วย แสดงให้เห็นว่ามีประสิทธิภาพและมีพลังมากขึ้น
นายแพทย์ เคลาส์ วิตต์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจที่เป็นที่ปรึกษาของทีมวิจัยชี้ว่า เป็นผลลัพธ์ที่มหัศจรรย์มาก เพราะอาหารเสริมวิตามินดีมีราคาถูกแต่ให้ผลในระดับเดียวกันกับวิธีการรักษาราคาแพงๆ อย่างไรก็ตาม การทดลองครั้งนี้ยังไม่สามารถบ่งชี้ได้โดยตรงว่า วิตามินดีมีผลต่อการทำงานของหัวใจได้อย่างไร และการทดลองยังจำกัดอยู่ในกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็กเกินไป
นายแพทย์วิตต์และศาสตราจารย์ปีเตอร์ ไวส์เบิร์ก จากมูลนิธิโรคหัวใจแห่งอังกฤษเห็นตรงกันว่า ควรดำเนินการศึกษาวิจัยเรื่องนี้ต่อเนื่องต่อไป ในกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่และใช้เวลานานมากขึ้นกว่านี้ ก่อนที่จะนำเสนอวิธีการนี้ต่อผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวต่อไป
อนึ่ง วิตามินดี พบได้มากมายในธรรมชาติ อาทิ ไข่ น้ำมันปลาและน้ำมันตับปลา และยังได้จากแสงแดดอีกด้วย

