“บิ๊กจิ๋ว”เปิดใจ เบื้องลึกรักครั้งใหม่ “อรทัย”ปลื้มโรแมนติก-“คิส”ก่อนนอน

15.07.18 | 12:13 น.

กรณี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี วัย 86 ปี เพิ่งเป็นข่าวโด่งดังถึงการเข้าพิธีแต่งงานกับ น.ส.อรทัย สรการ ยงใจยุทธ หรืออรทัย สรการ หรือเธียรอุทก อายุ 53 ปี ที่ระบุในข้อความโลกออนไลน์ว่าแต่งงานด้วยกันเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2561 โดย พล.อ.ชวลิตกล่าวเปิดใจเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่าได้หย่าขาดกับคุณหญิงพันธุ์เครือ เมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา แต่ไม่ปรากฏเป็นข่าว และย้ายออกจากบ้านพักซอยปิ่นประภาคม จ.นนทบุรี และมาซื้อบ้านใหม่ย่านเกษตรนวมินทร์นั้น

ที่บ้านพักย่านเกษตรนวมินทร์ กทม. ผู้สื่อข่าว “มติชน” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และ น.ส.อรทัย สรการ ยงใจยุทธ โดยนายกรัฐมนตรี คนที่ 22 ของประเทศไทยกล่าวถึงการพบรักกับภรรยาคนล่าสุดด้วยว่า รักครั้งใหม่ของตนเกิดจากอายุมากแล้ว อยากพักผ่อนให้สบายใจ แต่บ้านเมืองเราก็เป็นอย่างนี้ จึงจำเป็นต้องลุกขึ้นมา เพื่ออยากให้ประเทศชาติและสังคมไทยให้อยู่รอด แต่ว่าช่วงนั้นยังเจ็บป่วยอยู่ ตอนนี้ก็ยังป่วยบ้าง ยังเดินเหินไม่คล่อง จึงมีความจำเป็นต้องมีคนดูแล

“ความจริงผมรู้จักกับภรรยาคนนี้มากว่า 20 ปี แล้ว เจอกันตั้งแต่คุณพ่อของเขา คือนายนิพนธ์ สรการ อดีตนายกกำนันผู้ใหญ่บ้านสุราษฎร์ธานี และอดีต ส.ว.สนิทสนมกับพ่อของภรรยามาก ต่อมาก็ได้ น.ส.อรทัย สรการ และน้องๆ ดูแลช่วยเหลือเราทุกๆ วัน จนมีสุขภาพพลามัยดีแข็งแรง ลองคิดดู ผมเคยประสบอุบัติเหตุศีรษะฟาดพื้นจนเส้นเลือดขาด 2 เส้น แล้วสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ เดินเหินได้ พูดจาได้อย่างนี้ก็เพราะภรรยาคนนี้ดูแลเรามาตลอด” พล.อ.ชวลิตกล่าว

พล.อ.ชวลิตกล่าวอีกว่า แต่มีคนที่ไม่เข้าใจชอบคิดไปในทำนองอื่นๆ ก็ไม่ว่าอะไร เพราะเคารพความคิดเห็นคน คนรักก็มี คนไม่ชอบก็มี การที่แต่งงานใหม่ในครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความรักเป็นหลัก แต่เป็นเพราะการที่ น.ส.อรทัยดูแลเราสม่ำเสมอ ช่วยเหลือเราทุกอย่าง อย่างเช่นคอยใส่และถอดรองเท้าให้ทุกครั้ง ที่พูดอย่างนี้ก็ไม่ได้จะไปตำหนิภรรยาคนเดิม หรือคุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ แต่อย่างใด เพราะเป็นคนดีแต่อายุมาก จะดูแลตนตลอดได้อย่างไร คุณหญิงท่านก็ต้องเข้าโรงพยาบาลด้วย จะมาว่ากันไม่ได้

ขณะที่ น.ส.อรทัย สรการ หรือเธียรอุทก อายุ 53 ปี เปิดใจว่า รู้สึกประทับใจในตัวตนของสามี เพราะท่านเป็นคนที่มีบุคลิกดี เป็นคนมีน้ำใจ อีกทั้งท่านยังดูแลครอบครัวเรามาอย่างยาวนาน จนมาถึงนาทีที่คุณพ่อป่วย ท่านทราบเรื่องก็เป็นห่วงเป็นใย ติดตามเสมอทุกวัน จนกระทั่งก่อนคุณพ่อจะจากไป ท่านมักจะคุยเรื่องอดีต 30-40 ปีที่ผ่านระลึกการไปเยี่ยมเยียนประชาชน

Advertisement

“ดิฉันจึงรู้สึกประทับใจในตัวท่านมากที่มีต่อครอบครัวเรา ทำให้เราตัดสินใจมาดูแลท่านในที่สุด ขณะเดียวกันคนใน จ.สุราษฎร์ธานี ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกคนมักจะพูดเสมอว่าคุณพ่อของดิฉันรักและเคารพพี่จิ๋ว (พล.อ.ชวลิต) มาก และพี่จิ๋วก็รักคุณพ่อของเรามากด้วยเช่นกัน” น.ส.อรทัยกล่าว

ส่วนการดูแลความเป็นอยู่ของ พล.อ.ชวลิตในชีวิตประจำวันนั้น น.ส.อรทัยกล่าวว่า เริ่มตั้งแต่ตื่นนอน พล.อ.ชวลิตมีวินัยมาก มักจะตื่นเวลาตี 3 ตี 4 เป็นประจำ ล้างหน้าแปรงฟัน ตนและน้องๆ จะมีหน้าที่หมุนเวียนดูแลเมนูอาหารแต่ละมื้อ ตนจะดูมื้อเช้าด้วยนม 1 แก้ว กล้วย 1 ลูก และขนม ทุกสิ่งทุกอย่างในยามเช้า รวมทั้งดูแลตอนพักผ่อน และออกกำลังกาย ขณะที่มื้อเที่ยงและมื้อเย็น กระทั่งนอน จะมีน้องๆ ในบ้านคอยหมุนเวียนดูแลเสมอ อีกทั้งเป็นคนมีระเบียบวินัยสูงมากในทุกเรื่อง ทั้งการออกกำลังกาย การทานยา ทุกๆ อย่าง “ที่สำคัญท่านเป็นคนโรแมนติกมาก” น.ส.อรทัยกล่าว