30 ปี ครองใจคนไทย “ปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์”

21.07.18 | 11:39 น.

ตลอด 30 ปี หลังจากคว้ามงกุฎนางงามจักรวาลคนที่ 2 ของประเทศไทย เมื่อปี 2531 “ปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก ไซมอน” ยังคงเป็นนางงามที่ครองใจคนไทยมาโดยตลอด โดยเฉพาะ “รอยยิ้มจริงใจ” ที่สามารถสื่อสารส่งต่อความรักความปรารถนาดีไปถึงทุกๆ คนได้ จนได้ชื่อว่า “นางงามรักเด็ก” หรือ “พี่ปุ๋ยรักเด็ก” ก็ติดปากคนไทยไปทั่วในยุคนั้น จนถึงทุกวันนี้

ล่าสุด ปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์ควงลูกๆ ทั้ง 5 คน บินลัดฟ้าด้วยเครื่องบินส่วนตัวจากสหรัฐอเมริกามากรุงเทพฯ เพื่อมอบทุนการศึกษาประจำปี 2561 ในโครงการแองเจิลส์ วิงส์ ฟาวน์เดชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล (Angels Wings Foundation International) เพื่อเป็นอนุสรณ์ครบรอบปีที่ 30 ของการครองมงกุฎนางงามจักรวาล

โครงการนี้ มุ่งหมายให้เด็กได้เล่าเรียน และเพื่อสร้างอาจารย์กลับไปสอนในถิ่นฐานบ้านเกิดตนเอง

“เด็กทุกคนมีจิตใจที่สวยงาม มีแรงปรารถนาที่จะฝัน ที่จะหวัง และไขว่คว้า เพื่อชีวิตอันสมบูรณ์ สิ่งที่ทำให้ปุ๋ยประทับใจในเด็กๆ คือความกตัญญู รอยยิ้มบนใบหน้าที่ไม่เคยจางหาย ปุ๋ยรู้สึกเป็นเกียรติ และมีความสุขมากๆ ที่ได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้สำเร็จ”

ปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์ ในวัย 49 กะรัต กล่าวพร้อมรอยยิ้ม ภายหลังจากมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กๆ ทั้ง 30 คน จากทั่วทุกภาคของประเทศ โดยมีลูกสาวคนเล็ก “โซฟี ไซมอน” ช่วยเชิญทุนการศึกษาให้คุณแม่อยู่ข้างๆ

Advertisement

“การศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าเราจะช่วยสังคม เราอยากให้อนาคตของประเทศไทยเจริญ ก็อยู่ที่เด็ก เพราะเด็กเป็นอนาคตของประเทศ”

ตั้งแต่ก่อตั้งมูลนิธิมาตั้งแต่ปี 2002 ปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์แสดงความมุ่งมั่นเพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสมาโดยตลอด ทั้งก่อสร้างโรงเรียน มอบทุนการศึกษาจนถึงปัจจุบัน

“เมื่อปีที่แล้วปุ๋ยลงไปภูเก็ตและได้พบกับน้องที่ได้รับทุนจากปุ๋ย ตอนนี้เขาเรียนจบแล้ว และเป็นครูอยู่ที่นั่น น้องบอกว่าเขามีความสุขที่ได้สอนหนังสือ เขาขอบคุณปุ๋ยที่ให้โอกาสเขา ทำให้เขามีโอกาสทำสิ่งดีๆ ให้สังคม”

ผลสำเร็จของเด็กๆ เป็นแรงบันดาลใจให้เธอ

“ปุ๋ยปลื้มใจที่สิ่งที่ทำเป็นไปตามที่หวังไว้ ทำให้ปุ๋ยอยากทำอะไรเพิ่มขึ้นอีก”

ย้อนกลับไป 30 ปีที่แล้ว ในวันที่ ปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์คว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์สมาครองได้สำเร็จ ตั้งแต่วันนั้น ชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไปตลอดกาล!!

“ชีวิตเปลี่ยนทันที ก่อนเป็นนางงามจักรวาล ปุ๋ยเป็นผู้หญิงธรรมดา ทำงาน เรียนหนังสือ ปุ๋ยวางแผนไว้ว่าในอนาคตจะเป็นหมอ แต่พอกลับมาเยี่ยมคุณแม่ที่เมืองไทย คุณแม่ชวนปุ๋ยเข้าประกวด ตอนแรกปุ๋ยเขิน ไม่อยากทำ เพราะกลัวจะเป็นตัวตลก เพราะพูดภาษาไทยไม่ค่อยคล่อง แต่เมื่อคุณแม่ขอให้ลูกทำ ไม่ว่าปุ๋ยจะชนะหรือไม่ ก็อยากให้ปุ๋ยรู้จักประเพณีไทยมากขึ้น และเข้ามาเยี่ยมเมืองไทย ปุ๋ยก็โอเค ปุ๋ยทำเพื่อแม่

“แล้วดูสิ ถ้าไม่กล้า เราจะไม่มีวันนี้ ทุกครั้งที่ปุ๋ยไปเยี่ยมน้องๆ ที่โรงเรียน ปุ๋ยจะสอนเขา ไม่ว่าจะกลัวหรืออาย อย่างน้อยลองดู พยายาม ต้องมีนิสัยกล้าหาญ ถ้าเราไม่กล้า เราจะไม่มีวันชนะ และเราต้องพยายามหาวิธีที่จะทำให้เราเจอความสามารถของเรา”

ชีวิตของเธอไม่เพียงเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิง “ลูกๆ” คนที่ใกล้ชิดที่สุด เธอก็พยายามทำให้ลูกดูเป็นแบบอย่าง

“30 ปีที่แล้ว ปุ๋ยก็เป็นเด็กเหมือนกัน ปุ๋ยเป็นเด็กที่มาเมืองไทย เพื่อทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ตอนนี้ 30 ปีผ่านมาแล้ว ปุ๋ยยังคงทำหน้าไม่เปลี่ยนแปลง และตอนนี้มีลูกตามมาด้วย มาดูแม่ทำงานที่เมืองไทย เห็นแม่ทำประโยชน์ให้สังคม ปุ๋ยก็อยากให้ลูกรู้จักให้ ทำประโยชน์ให้กับสังคม และปุ๋ยรู้ว่าลูกจะทำตาม”

การมาเมืองไทยครั้งนี้ เธอก็ควงลูกๆ ทั้ง 5 คนมาด้วย ทุกคนเติบโตขึ้นตามลำดับ เป็นเด็กๆ ที่คุณแม่ปุ๋ยภาคภูมิใจ

“เด็กๆ ทุกคนชอบเมืองไทย”

“โซฟี” ลูกสาวคนเล็ก

 

อย่างสาวน้อย “โซฟี” ลูกสาวคนเล็ก ชอบเมืองไทยเพราะ “คุณยายอยู่ที่นี่” รวมถึงชอบนั่งเรือ ชอบอาหารไทย โดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้น และสเต๊กไก่

หรือ “ฌอน” ลูกชายคนโตวัย 14 ปี ที่โตเป็นหนุ่มหล่อแล้ว เธอเล่าด้วยความสุขว่า

“ฌอนเป็นเด็กรักแม่ตั้งแต่เด็กๆ ไม่ว่าปุ๋ยจะทำอะไรเขาจะเป็นห่วง ตั้งแต่อายุ 6 เดือน เขาจะไม่นอนถ้าไม่ได้ยินเสียงแม่ ตอนนี้เขาอายุ 14 แล้ว แต่ถ้าปุ๋ยยังไม่กลับบ้าน ต่อให้ดึกขนาดไหน เขาจะยังไม่ขึ้นห้องนอน จะนั่งรอปุ๋ยอยู่หน้าประตู ปุ๋ยเคยถามเขา ทำไมยังไม่นอน เขาบอกว่า ก็ไม่รู้แม่อยู่ไหน จะไปนอนได้อย่างไร เขาน่ารักมาก เป็นห่วงพ่อเป็นห่วงแม่ตลอด

“ปุ๋ยพูดกับลูกเสมอว่า ปุ๋ยโชคดีอย่างนี้ได้ยังไง มีลูกเป็นนางฟ้ารักพ่อรักแม่ อย่างโซฟีให้ทำอะไรเขาก็ทำทันที เขาจะช่วยแม่ตลอด

“ปุ๋ยสอนเขาตั้งแต่เด็กๆ ว่าเป็นพ่อแม่เราเสียสละทุกอย่างให้กับลูก ไม่ว่าลูกจะทำอะไร พ่อแม่ยินดีช่วยลูกทุกด้าน ดังนั้นถ้าพ่อแม่ขออะไร ก็เป็นสิ่งสำคัญ เขาจะปฏิเสธพ่อแม่ได้อย่างไร เมื่อพ่อแม่ไม่เคยปฏิเสธเขา ปุ๋ยจะสอนให้ลูกรู้จักให้ ไม่ใช่เอาอย่างเดียว ต้องช่วยพ่อแม่ ช่วยโรงเรียน ช่วยเพื่อน”

ส่วนลูกๆ อีก 3 คน ซึ่งเป็นลูกของน้องสาวที่เสียชีวิตซึ่งเธอรับอุปการะ ก็ได้ดั่งใจและเจริญรอยตามแม่ทุกคน

“ปุ๋ยชอบที่ทุกคนสนิทกันมาก คนที่เมืองนอก จะไม่รู้ว่าใครเป็นลูก ใครเป็นหลาน เพราะปุ๋ยเลี้ยงทุกคนเหมือนลูกหมด เพราะทุกคนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับครอบครัว ปุ๋ยดีใจ เวลาปุ๋ยไม่อยู่แล้ว ปุ๋ยเชื่อเด็กๆ จะผูกพันและดูแลกัน และทุกคนก็ซึบซับความเป็นไทย ที่ปุ๋ยเน้นที่สุดคือเรื่องความเคารพ การไหว้ การขอบคุณ ซึ่งทุกคนก็ทำอย่างอัตโนมัติ”

ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์ได้ทำอะไรหลายอย่างที่ตัวเองวาดหวัง ทว่าเธอก็ยังไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง และยังมีอะไรที่อยากทำอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาที่เธออยากกลับไปเรียนต่อด้านจิตวิทยาในระดับปริญญาเอก และเหนือสิ่งอื่นใด คือการทำงานตอบแทนแผ่นดินแม่ “ประเทศไทย”

“ปุ๋ยโชคดีที่เกิดที่เมืองไทย เพราะเป็นประเทศที่มีน้ำใจไม่เหมือนประเทศอื่น ทำให้ปุ๋ยอยากทำอะไรมากกว่านี้ ปุ๋ยก็พยายามนึกถึงสิ่งที่ทำได้ ก็คิดตลอดว่าจะทำยังไงที่จะใช้ชี่อเสียง ใช้โอกาสที่ปุ๋ยมีมาช่วยบ้านเกิดเมืองนอน” ปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์ทิ้งท้าย