เป็น “แหล่งพลังงานด้านบวก” ที่คอยแจกจ่ายความสดใสให้กับคนรอบข้างอยู่เสมอ สำหรับสาวสวยอารมณ์ดี เนะ-อโณทัย นิรุตเมธี ที่หลายคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตามาบ้างแล้ว เพราะเธอนั้นมีผลงานในวงการบันเทิงไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นการแสดงละคร ภาพยนตร์ ตลอดจนบทบาทการเป็นพิธีกรรายการบันเทิง
ด้วยในปีนี้เป็นปีแรกในวัย 30 ปีเจ้าตัวจึงไม่รอช้า จัดนิทรรศการเดี่ยว “ครั้งแรก” ณ เดอะ แกลลอรี 36 ที่โรงแรม พูลแมน กรุงเทพฯ จี ถนนสีลม ในวันหลายคนเชื่อว่าเป็นเลขอาถรรพ์
แต่สาวติสต์ไม่คิดแบบนั้น เพราะเธอพูดเสมอว่า “ทุกคนจะต้องได้เจอเรื่องร้ายๆ แย่ๆ บ้างในชีวิตนี้ และอาจจะหลีกหนีไม่ได้ แต่เราสามารถรับมือกับมันได้ โดยการมองในมุมที่ต่างออกไป บิดเบือนความเจ็บปวด ความผิดหวัง หรือฝันร้าย ให้กลายเป็นเรื่องสนุก”
จึงเป็นที่มาของแนวคิดในการจัดนิทรรศการ “ANO”s Wonder Horror land” ภายใต้ซิกเนเจอร์ว่า “อะโนะ” (ANO) มาจากชื่อจริง “อโณทัย” นั่นเอง
และผลงานศิลปะของศิลปินสาวนั้น โดดเด่นและเป็นที่ชื่นชมในเรื่องลายเส้นที่เรียบง่าย ผสานความสดใส อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตลอดจนมีเทคนิคการเลือกโทนสีสว่าง สดใส ส่งผลให้ทุกคนที่ได้ชมผลงานเป็นอันต้องอุทานว่า “น่ารัก”
แต่กระนั้นเจ้าของผลงานกระซิบมาว่า อย่ามองเพียงแค่ว่าน่ารักหรือสวยเท่านั้น แต่อยากให้ลองช่วยกันตีความจากผลงานของเธอ เพราะในนั้นมีความหมายลึกล้ำซ่อนอยู่



“ผลงานชุดนี้ ใช้เวลาในการสร้างสรรค์ผลงานกว่า 3 เดือน หากมองผ่านๆ อาจจะดูน่ารักเหมือนไม่มีอะไร แต่ถ้ามองอย่างลึกซึ้ง ทุกอย่างผ่านการคิดและกรองมาแล้ว เช่น ผลงาน “Face fruits” ที่เนะต้องการสะท้อนให้เห็นว่า แต่ละคนต้องพบเจอสถานการณ์ทั้งที่ชอบและไม่ชอบ ซึ่งหน้าตาของเราก็จะแปรเปลี่ยนไปตามอารมณ์ความรู้สึกนั้น แต่จริงๆ ในทุกๆ วัน เราสามารถให้กำลังใจตัวเอง ปลูกหน้ายิ้มๆ ของเราขึ้นเองได้ และอย่าให้ใครมาทำลายความสุขของเรา”
ย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของ “ศิลปะ” และความเป็นศิลปินของเธอ เริ่มต้นที่ เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เพราะสาวคนนี้สำเร็จการศึกษาทั้งปริญญาตรีและโท จากมหาวิทยาลัย RMIT ในสาขา Communication Art and Design และมีผลงานการออกแบบร่วมกับแบรนด์ระดับอินเตอร์ อย่าง kiehl”s รวมทั้งการเพนต์กำแพงให้กับร้านดังต่างๆ มากมายทั้งในไทย และต่างประเทศ
“งานแรกที่เนะรับเป็นงานฟรีแลนซ์ เจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่ง เขาเห็นผลงานเนะในอินสตาแกรม จึงติดต่อมาให้วาดกำแพงร้าน ซึ่งเนะไม่เคยทำมาก่อนแต่มั่นใจว่าทำได้ เลยตัดสินใจรับงาน วินาทีที่จรดปากกาวาดบนกำแพงกว้างๆ ตอนนั้นรู้เลยว่า “นี่แหละใช่” สิ่งที่เนะอยากทำ หลังจากนั้นจึงรับงานฟรีแลนซ์มาโดยตลอด ประกอบกับวาดช่วยเพื่อนๆ บ้าง เป็นการสะสมประสบการณ์ไปด้วย”
ในฐานะศิลปินคนรุ่นใหม่ที่ทำตามความฝันและสิ่งที่ชอบได้สำเร็จ สาวเนะฝากถึงทุกคนที่มีความสามารถ ให้แสดงผลงานออกมาให้โลกได้เห็นผ่านช่องทางต่างๆ เช่น อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ หรือเฟซบุ๊ก เพราะจะเป็นการเปิดโอกาสรับสิ่งดีๆ ให้กับตัวเอง เป็นการพัฒนาตนเอง ตลอดจนเปิดโอกาสสร้างคอนเน็กชั่นที่ดีอีกมากมาย
สามารถเข้าชมนิทรรศการแรกของเธอได้ตั้งแต่วันนี้-30 กันยายน




