บุกสำรวจ แฟชั่น-อาวุธสาดน้ำ “สงกรานต์”

 

“สงกรานต์” เทศกาลแห่งความสุขในปีนี้ มาพร้อมกับเปลวแดดที่ร้อนระอุแตะ 40 องศาเซลเซียส

ในช่วงวันหยุดยาวหลายคนวางแผนหลบร้อนไปพักกายหาที่เย็นฉ่ำดับอุณภูมิร้อน สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ก็เตรียมความพร้อมเปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกันอย่างเต็มที่ แต่ที่ขาดไม่ได้คือ “การสาดน้ำ” อันเป็นการละเล่นที่ผู้คนเฝ้ารอกันอย่างจดจ่อตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น รวมถึงผู้ใหญ่หัวใจเด็ก สนุกสนานกันได้ไม่จำกัดอายุ

แม้ในปีนี้ประเทศไทยจะประสบปัญญาภัยแล้ง จนหลายสถานที่ต้องขอความร่วมมือลดการใช้น้ำ หรือนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ให้ใช้ “ฟ็อกกี้” ฉีดน้ำเป็นละอองกันแบบน่ารักๆ เพื่อเป็นการร่วมกันประหยัดน้ำ

สำหรับสงครามฉีดน้ำสงกรานต์ “มติชน” ได้ออกสำรวจจากแม่ค้ารวมถึงวัยโจ๋ เพื่อบอกเล่าให้ฟังว่า อุปกรณ์อะไร และเครื่องแต่งกายแบบไหน ที่ใช้ในการเล่นสงกรานต์

กิติยา บุญฉิม หนึ่งสาววัยรุ่นในกรุงเทพฯ บอกถึงแฟชั่นสำหรับจะใส่ไปประชันโฉมเล่นน้ำสงกรานต์ว่า มักจะเลือกใส่อะไรที่สบายๆกับตัวเรา ไม่โป๊จนเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกลวนลาม ถือว่าเป็นการเซฟตัวเองจากผู้คนด้วย โดยส่วนใหญ่จะใส่เสื้อยืดสีทึบ กางเกงขาสั้น และรองเท้าแตะ ดีกว่าที่จะใส่เสื้อผ้าบางๆโชว์เรือนร่าง โดยเธอบอกว่าไม่ได้ต่อต้านใครแต่เลือกใส่เสื้อผ้าที่สบายและปลอดภัยกับตัวเองดีกว่า

“ส่วนอุปกรณ์ปีนี้คิดว่าจะใช้ขันใส่น้ำไปเล่นสงกรานต์ เพราะเคยอ่านจากเว็บไซต์หนึ่งทำให้ทราบว่าผู้คนส่วนใหญ่ชอบที่จะปะแป้งมากกว่าสาดน้ำ เรารู้สึกว่าคนปะแป้งกันเยอะแล้ว เราควรเลือกที่จะถือน้ำคอยล้างหน้าให้เขา เพื่อเป็นการแสดงมิตรไมตรีอย่างหนึ่งในช่วงวันสงกรานต์” กิติยากล่าว

อีกหนึ่งสาววัยเรียนอย่าง ณัฐญาดา สว่างศรี บอกว่าเตรียมเสื้อผ้าเพื่อไปเล่นน้ำสงกรานต์ที่อาร์ซีเอ โดยเลือกใส่เสื้อยืดที่มีสีสัน เพราะสมัยนี้นิยมเสื้อยืดสีสะท้อนแสง อย่างสีชมพู สีส้ม สีเขียว ที่เป็นสีจี๊ดๆ กำลังเป็นที่นิยมสำหรับเทศกาลสงกรานต์นี้ แล้วก็ใส่กางเกงขาสั้น ถักเปียสองข้าง ถือเป็นสีสันให้กับช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้อีกด้วย ส่วนอุปกรณ์ที่จะนำไปเล่นสงกรานต์ จะเอาเพียงแค่แป้งไปอย่างเดียว เพราะถือว่าเป็นสิ่งที่สมควรต้องใช้ในยุคปัจจุบันนี้มากกว่าปืนฉีดน้ำ เนื่องจากในช่วงนี้ต้องช่วยกันประหยัดน้ำ

“แต่ต้องตระหนักไว้ว่าควรใช้เวลาอยู่กับครอบครัวรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เพื่อขอพรและขอขมาท่าน ไม่ควรลืมวัฒนธรรมและประเพณีของไทยที่เคยมาตั้งแต่สมัยอดีต เราต้องแบ่งเวลาในการเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้ถูกต้องด้วย” ณัฐญาดากล่าว

กิตติธัช ศรีสุข นักศึกษาชายมหาวิทยาลัยหนึ่ง บอกว่า ในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ทุกๆ ปีจะเดินทางกลับบ้านเกิดที่ระยองและจะไปพักผ่อนที่ทะเลพร้อมครอบครัว โดยส่วนตัวเป็นคนชอบเที่ยวแบบธรรมชาติ ไม่ค่อยชอบเที่ยวสถานที่บันเทิงแบบวัยรุ่นทั่วไป ช่วงเทศกาลสงกรานต์วัยรุ่นส่วนใหญ่มักชอบไปเที่ยวสถานที่บันเทิงกัน ส่วนตัวรู้สึกวุ่นวายและไม่สนุก ช่วงเทศกาลจึงเลือกสถานที่เที่ยวที่สบายๆ รับลมเย็นๆจากธรรมชาติดีกว่ามาเบียดเสียดกับคนเยอะๆ

“ถ้าเล่นน้ำสงกรานต์จะเล่นที่หน้าบ้าน คอยสาดน้ำรถที่ผ่านไปมา โดยเล่นกับญาติๆ พร้อมด้วยเพื่อนๆ อุปกรณ์เล่นน้ำก็จะเป็นขันกับสายยาง ไม่ต้องเปลืองเงินซื้อใหม่ ถือว่าเป็นการประหยัดเงินเพราะช่วงนี้เศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดี เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายทางครอบครัวไปในตัว และการเล่นที่บ้านก็ช่วยลดอุบัติเหตุด้วย การแต่งตัวก็จะเน้น ใส่เสื้อเชิ้ต เสื้อคอปก กางเกงขาสั้น แต่งตัวแบบทะมัดทะแมงเพื่อความปลอดภัย” กิตติธัชกล่าว

กิติยา - ณัฐญาดา - กิตติธัช - เกรียงไกร - เสารส
กิติยา – ณัฐญาดา – กิตติธัช – เกรียงไกร – เสารส

เปลี่ยนมาสำรวจตลาดอุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ ปีนี้ “ฟ็อกกี้” จะติดอันดับอุปกรณ์ยอดนิยมหรือไม่

ส่วนอาวุธในเทศกาลสงกรานต์ที่ขาดไม่ได้ คือ ปืนฉีดน้ำ เป็นอุปกรณ์ที่คนเล่นสาดน้ำมักจะมีติดตัวกันไว้แทบทุกคน จะเห็นตามร้านค้าต่างนำปืนฉีดน้ำมาวางจำหน่ายเป็นจำนวนมาก หลากหลายรูปแบบ ทั้งลายการ์ตูนแบบฉีดและแบบเป้สะพายหลัง นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมสุดฮิปอย่างแว่นกันน้ำและซองกันน้ำวางขายอย่างละลานตา

ผู้ประกอบการขายสินค้าประเภทอุปกรณ์สำหรับเล่นสงกรานต์อย่าง เกรียงไกร ชนะกิตติ พ่อค้าร้านวินน์ บับเบิ้ล บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์งามวงศ์วาน เล่าว่า ตนเริ่มขายอุปกรณ์สงกรานต์ร่วมหนึ่งเดือนแล้ว สินค้าที่ขายดีที่สุดจะเป็นปืนฉีดน้ำประเภทแบบสะพายหลัง รองลงมาจะเป็นปืนฉีดน้ำรูปการ์ตูนขนาดกลาง เนื่องจากมีคนซื้อกลับบ้านไปฝากลูกหลานกันเป็นส่วนใหญ่ ส่วนซองกันน้ำนั้นขายได้อยู่เรื่อยๆ แต่มักจะขายดีช่วงใกล้วันสงกรานต์

“เทียบกับปีที่แล้วนั้น ปีค่อนข้างเงียบเหงา ขายไม่ค่อยดีเท่าที่ควร อาจจะเพราะว่าเขาจำกัดการเล่นน้ำ กระเป๋าและซองกันน้ำยังขายได้อยู่เรื่อยๆ แต่ว่าปืนฉีดน้ำจะเงียบลง ทั้งที่ปีที่แล้วปืนฉีดน้ำแบบสูบขายดีมาก สังเกตได้ว่าปกติในปีอื่นๆ ซองกันน้ำใสๆ จะขายจนหมดในช่วงสงกรานต์ แต่ว่าปีนี้ประชาชนค่อนข้างจับจ่ายซื้อของน้อยลง ปืนฉีดน้ำขนาดใหญ่จะยิ่งขายยากในช่วงนี้ที่น้ำค่อนข้างแล้ง อาจเป็นสาเหตุทำให้ขายไม่ค่อยดี” เกรียงไกรกล่าว

ทางด้าน เสารส พรหมโชติ ผู้ประกอบการร้านจำหน่ายอุปกรณ์สงกรานต์ย่านตลาดท่าน้ำนนท์ บอกว่า สินค้าที่ขายดีจะเป็นปืนฉีดน้ำประเภทเป้สะพายหลังขนาดเล็ก รูปรีลัคคุมะ(Rilakkuma) เป็นตัวการ์ตูนรูปหมีสีน้ำตาล ถือว่ากำลังอินเทรนด์สุดในปีนี้ อีกทั้งปืนฉีดน้ำประเภทเป้สะพายหลังขนาดเล็กยังสามารถกักเก็บน้ำได้ในปริมาณที่มากพอควร ไม่ต้องค่อยหมั่นเติมน้ำบ่อยๆ เนื่องจากมีลวดลายที่น่ารักและเหมาะกับเด็กเล็กๆและวัยรุ่นสายแบ๊ว ที่ไม่อยากแบกปืนฉีดน้ำหนักๆ แม้ปีนี้บรรยากาศการซื้อขายจะเงียบงันไม่คอยดีเท่าไรนักเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่ก็ยังสามารถขายได้อยู่เรื่อยๆ โดยได้มีการเลือกซื้อสินค้าที่มีสีสัน รูปทรงดึงดูดสายตามาวางจำหน่าย แทนรูปทรงแบบเดิมๆ เพื่อเรียกความสนใจจากลูกค้า

“แม้จะมีมาตรการประหยัดน้ำ ลดการเล่นน้ำในบางพื้นที่ จากภัยแล้งในประเทศไทย แต่ส่วนประกอบที่สำคัญและเป็นสีสันในเทศกาลสงกรานต์ก็คือ ปืนฉีดน้ำ เราที่เป็นผู้ประกอบการก็ต้องปรับตัวเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยนี้ ด้วยการเลือกหาอุปกรณ์ที่ดึงดูดลูกค้า มีสีสันสวยงาม เพราะยังไงก็คิดว่า ปืนฉีดน้ำยังคงเป็นสิ่งที่ทุกคนส่วนใหญ่เลือกที่จะถือเล่นน้ำกันในวันสงกรานต์” เสารสกล่าวทิ้งท้าย

เลือกตามชอบ ใช้กันตามสบาย เล่นน้ำกันแต่พอดีและปลอดภัย

บทความก่อนหน้านี้‘วิษณุ’ ตีปี๊บรัฐบาลดันออกกม.บังคับใช้แล้ว 150 ฉบับ ‘บิ๊กตู่’ สั่งเข้มเร่งปั๊มกม.ลูก – กฎกระทรวง
บทความถัดไปสันติธาร เสถียรไทย : ความเสี่ยง ศก.ไทย เราเป็น ดาวเคราะห์ ระหว่าง 2 ดาวฤกษ์(คลิป)