สมัยเด็กเมื่อเข้าโรงเรียน ทุกเย็นคุณครูจะฝาก “การบ้าน” ให้กลับมาทำ
พอโตขึ้น และเข้าสู่การทำงาน ทุกๆ งานที่ทำย่อมมีปัญหา
ปัญหาก็คือ “การบ้าน” หรือโจทย์ที่รอคำตอบ
บางปัญหาแก้ไขได้ด้วยตัวคนเดียว บางปัญหาต้องร่วมกันแก้ไข
การสัมมนา 5G เมื่อสัปดาห์ก่อนก็เหมือนกัน
เทคโนโลยี 5G ทราบกันดีว่าเป็นสิ่งที่โลกกำลังจะมี
รัฐบาลไทยได้ประกาศว่าภายในปี 2563 จะมีเทคโนโลยีนี้
ปัญหาคือแล้วจะทำอย่างไรให้ 5G เกิดขึ้นได้ตามกำหนด
งานสัมมนาเมื่อวันก่อนพยายามหาคำตอบจากโจทย์ที่ กสทช. โดย “ฐากร ตัณฑสิทธิ์” เลขาธิการ กสทช.ตั้งไว้
ถ้าไทยต้องมีความพร้อม 3 ด้านนี้ เทคโนโลยีก็เกิด
หนึ่ง พร้อมในเรื่องสเปคตรัม หรือคลื่นที่นำมาใช้กับ 5G
สอง พร้อมในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคม
และสาม พร้อมในเรื่อง “คอนเนคทิวิตี้” อาทิ “อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์” หรือ IoT หรือ “ปัญญาประดิษฐ์” หรือ AI
มีความพร้อมทั้ง 3 ด้าน 5G ก็เกิดขึ้นในไทย
ปัญหา คือทำอย่างไรให้ไทยมีความพร้อมดังว่าภายในปี 2563 ซึ่งกำหนดการที่โลกนี้จะเริ่มใช้ 5G
จากข้อมูลการสัมมนาทราบว่า โจทย์เรื่องสเปคตรัมหรือคลื่นนั้น ต้องมีการแก้ไขกฎหมาย
ดังนั้น หน่วยงานรัฐน่าจะเป็นผู้ตอบโจทย์ได้
เช่นเดียวกับเรื่องโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคม
หน่วยงานรัฐน่าจะเป็นผู้ตอบ
ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนก็สมควรจะเข้ามาร่วมตอบด้วย
ตอบปัญหาที่ว่า ใครจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคม
รัฐบาลจะเป็นผู้ลงทุนเอง หรือภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุน
วันนั้นภาคเอกชนที่ขึ้นเวที พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มีเงินไม่พอจะลงทุน
เพราะที่ผ่านมามีภาระต้องชำระงวดการประมูลคลื่นที่มีอยู่ก้อนโต
ในปี 2563 ภาคเอกชนมีภาระผูกพันต้องจ่ายให้รัฐรวมกันประมาณ 1.5 แสนล้านบาท
ขณะที่ค่าใช้จ่ายการลงทุน 5G สูงกว่า 4G ประมาณ 5-6 เท่าตัว
การจะลงทุน 5G จึงเป็นเรื่องลำบาก
ปัญหาข้อนี้ นักวิชาการได้เสนอทางออกให้เปิดเสรีธุรกิจโทรคมนาคม เพื่อเปิดทางให้มีผู้อื่นมาลงทุนได้
ในวันนั้น ใครได้ฟังคงสัมผัสได้ว่า เส้นทางไทยสู่ 5G ยังมีอุปสรรค
ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ยังต้องตอบโจทย์อีกมาก
มิน่าล่ะ จึงมีเสียงจากผู้เกี่ยวข้องรอบทิศว่า หากต้องการให้ไทยมี 5G ใช้ทันกำหนด รัฐบาลต้องลงมาลุยเอง
ต้องลงมาดูเรื่องกฎหมาย เพื่อจัดสรรคลื่นให้ 5G
ต้องลงมาดูเรื่องการลงทุนว่ามีหนทางใดจะส่งเสริม
ต้องดูปัญหาทั้งระดับมหภาค และระดับจุลภาค เพื่อ “ตอบโจทย์”
การเดินหน้าสู่ 5G ของไทยจึงเป็น “การบ้าน” ที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน
ใช้เวลาที่เหลือก่อนถึงปี 2563 ตอบโจทย์
ตอบปัญหาเรื่องสเปคตรัม ตอบปัญหาเรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานฯ
และหากสามารถตอบคำถาม 2 เรื่องข้างต้นได้
เรื่อง “คอนเนตทิวิตี้” ที่่จะมีการใช้งานนั้น น่าจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้
กิจการเกี่ยวกับโทรคมนาคมนั้นได้เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น
เหมือนธนาคารที่รับผิดชอบการเงิน เหมือนชาวนาชาวไร่ที่รับผิดชอบเรื่องอาหาร
การมีหรือไม่มีเทคโนโลยีเมื่อสมัยก่อนอาจจะแลดูไม่จำเป็น
แต่การไม่มีเทคโนโลยีที่ทัดเทียมโลก อาจทำให้ไทยเสียโอกาส
ทุกอย่างทั้งหมดคือ “การบ้าน” ที่ต้องตอบโจทย์
แต่แม้รัฐบาลจะตอบโจทย์แล้วก็ใช่ว่า 5G จะเกิดได้
แม้ภาคเอกชนจะร่วมตอบโจทย์ด้วยก็ใช่ว่าจะสำเร็จ
5G จะเกิดขึ้นได้ ทุกฝ่ายต้องร่วมกันตอบโจทย์
ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนต้องร่วมกันทำการบ้าน
ทำอย่างไรไทยจะเดินหน้าสู่ 5G ได้ตามกำหนดจริงๆ

