“สมาคมจีเอสเอ็ม”เตือน ราคาคลื่นความถี่สูง…กระทบผู้บริโภค

31.07.18 | 15:39 น.
เบร็ต ทาร์นัตเซอร์

สมาคมจีเอสเอ็มเผยแพร่รายงานว่าด้วยการกำหนดราคาคลื่นความถี่ในประเทศกำลังพัฒนาและดัชนีการเชื่อมต่อแบบโมบายล์ ออกมาเมื่อเร็วนี้ ระบุว่ามีคน 4,000 ล้านคนบนโลกยังไม่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ต

ทั้งนี้รายงาน “การกำหนดราคาคลื่นความถี่ในประเทศกำลังพัฒนา” ฉบับล่าสุดที่เผยแพร่โดยสมาคมจีเอสเอ็ม (GSMA) ระหว่างการประชุม Mobile 360 ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองคิกาลี ประเทศรวันดา ระบุว่า ราคาคลื่นความถี่ในประเทศกำลังพัฒนาโดยเฉลี่ยแล้วสูงกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วถึง 3 เท่า เมื่อนำเอารายได้มาพิจารณาร่วมด้วย และการกำหนดราคาคลื่นความถี่ที่สูงเช่นนี้เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการใช้โทรศัพท์มือถือ

ข้อมูลการศึกษาของ GSMA Intelligence ยังพบว่ารัฐบาลมีบทบาทอย่างมากในการเพิ่มราคาคลื่นความถี่เพื่อเพิ่มรายได้ของรัฐจากการออกใบอนุญาตคลื่นความถี่ ยิ่งกว่านั้นราคาจอง (reserved price) การประมูลคลื่นความถี่ในประเทศกำลังพัฒนาจะสูงกว่าในประเทศที่พัฒนาแล้วถึง 5 เท่าเมื่อนำรายได้เข้ามาพิจารณา และระบุชัดว่าราคาคลื่นความถี่ที่สูง ส่งผลให้ได้พื้นที่ซึ่งสัญญาณครอบคลุมต่ำลง และทำให้บริการโมบายล์ บรอดแบนด์มีราคาแพงกว่าแต่มีคุณภาพต่ำกว่า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อผู้บริโภค

“การเชื่อมต่อผู้ใช้งานทุกคนจะเป็นไปไม่ได้หากไม่มีการตัดสินใจให้มีนโยบายด้านการบริหารคลื่นความถี่ที่ดีกว่าในปัจจุบัน” นายเบร็ต ทาร์นัตเซอร์ ประธานด้านคลื่นความถี่ของสมาคมจีเอสเอ็มกล่าว และระบุด้วยว่า ความสำเร็จของการประมูลคลื่นความถี่ถูกวัดจากรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นมากกว่าที่จะวัดจากประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมในการเชื่อมต่อผู้คนให้เข้าถึงกันนานเกินไปแล้ว นโยบายที่หวังแต่จะเพิ่มราคาและเน้นที่ผลกำไรในระยะสั้นไม่สอดรับกับเป้าหมายร่วมกันของสมาคมจีเอสเอ็ม ที่ต้องการให้บริการบรอดแบนด์บนมือถือที่ดีขึ้นในราคาที่สามารถเข้าถึงได้ มีแต่จะเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล ทำให้การขจัดปัญหาความยากจนยากขึ้น ไม่สามารถมีระบบสาธารณสุขและระบบการศึกษา รวมไปถึงการเข้าถึงระบบการเงินและความเท่าเทียมทางเพศที่ดีขึ้นได้ด้วย

สมาคมจีเอสเอ็มได้ศึกษาการกระจายคลื่นความถี่มากกว่า 1,000 รายการใน 102 ประเทศ (60 ประเทศที่กำลังพัฒนาและ 42 ประเทศที่พัฒนาแล้ว) ตั้งแต่ปี 2010 จนถึงปี 2017 ทำให้การศึกษานี้เป็นการวิเคราะห์การกำหนดราคาคลื่นความถี่ในประเทศกำลังพัฒนาที่ครอบคลุมมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา รวมไปถึงการศึกษาแรงผลักดันและผลกระทบของการกำหนดราคาต่อผู้บริโภค ประเทศต่างๆ ที่ถูกรวมอยู่ในการวิเคราะห์ครั้งนี้ได้แก่ ประเทศแอลจีเรีย บังกลาเทศ บราซิล โคลอมเบีย อียิปต์ กานา อินเดีย จอร์แดน เม็กซิโก พม่า และไทย ซึ่งเป็นบรรดาประเทศที่การออกใบอนุญาตคลื่นความถี่เป็นเรื่องที่สำคัญ

Advertisement

ผลการศึกษาดังกล่าวระบุว่า การกำหนดราคาสุดท้ายให้สูงหรือการตั้งราคาเริ่มต้นการประมูลที่สูง (เช่น ราคาจอง หรือ reserve price) เป็นการสร้างเงื่อนไขเทียมที่จำกัดปริมาณคลื่นความถี่ที่ได้รับอนุญาต ไม่มีการชี้แจงแผนงานด้านคลื่นความถี่อย่างชัดเจน รวมถึงการกำหนดเงื่อนไขในการประมูลที่ไม่ดี ถือเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจด้านนโยบายที่รายงานฉบับนี้ระบุว่า เป็นการพยายามกำหนดราคาประมูลคลื่นความถี่ให้สูง ซึ่งเป็นสิ่งที่กระทำในประเทศที่กำลังพัฒนา

นอกจากนั้น GSMA Intelligence ยังเปิดเผยข้อมูลการศึกษาวิจัยเพื่อจัดทำ ดัชนีการเชื่อมต่อแบบโมบายล์ (Mobile Connectivity Index) ซึ่งวัดประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อของประชากรใน 163 ประเทศ (คิดเป็นร้อยละ 99 ของประชากรโลก) ซึ่งพบว่าในช่วงปลาย ปี 2017 ประชากรจำนวน 3,300 ล้านคน (หรือคิดเป็น 44% ของประชากรโลก) สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตบนมือถือ ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 300 ล้านคนเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หมายความว่ายังเหลือประชากรโลกอีกกว่า 4 พันล้านคนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตและไม่ได้รับประโยชน์ทางสังคมและเศรษฐกิจจากการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตบนมือถือ โดยผู้ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงโลกออนไลน์ราว 3,900 ล้านคนนั้นอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา

การศึกษายังพบด้วยว่า มีคนทั่วโลกถึง 1,000 ล้านคนที่ไม่อยู่ในพื้นที่ให้บริการเครือข่ายบรอดแบนด์ผ่านมือถือ และอีกประมาณ 3 พันล้านคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีเครือข่ายในการใช้งาน ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการอินเตอร์เน็ตบนมือถือได้ ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าประมาณ 2 ใน 3 ของประชากรในชนบทของประเทศที่มีรายได้น้อยไม่สามารถเข้าถึงเครือข่าย 3G

ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ ตั้งแต่ความสามารถของผู้ใช้บริการในการจ่ายค่าบริการ คุณภาพของบริการบรอดแบนด์บนมือถือ และการลงทุนของผู้ให้บริการเครือข่าย ซึ่งสองปัจจัยหลังนี้เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยตรงจากการที่ราคาคลื่นความถี่ที่สูง

นายโพ คาสเทลส์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจของ GSMA Intelligence ระบุว่า หากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือไม่สามารถเป็นเจ้าของคลื่นความถี่ได้ในราคาที่เหมาะสม หรือไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะได้เป็นเจ้าของคลื่นความถี่หรือไม่ ผู้บริโภคจะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด