นักท่องเที่ยวชายหาดหลายคนพบซากสัตว์ทะเลมหึมาถูกซัดมาเกยตื้นเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในสภาพกำลังขึ้นอืดและบางส่วนถูกกัดแทะ จนไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นอะไรกันแน่ เลยเผยแพร่กันผ่านโซเชียลมีเดียกันเพียงว่าเป็น “สัตว์ประหลาดจากท้องทะเล” เท่านั้น วัดขนาดได้ยาวถึง 4.5 เมตร ส่วนกว้างราว 1.2 เมตรเลยทีเดียว
จอร์จ เบอร์เกสส์ นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญฉลาม ซึ่งดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการเกียรติคุณประจำโครงการแห่งรัฐฟลอริดาเพื่อการวิจัยฉลาม ยืนยันหลังจากได้เห็นภาพว่า นี่คือซากของ ฉลามบาสกิ้ง (ชื่อวิทยาศาสตร์ Cetorhinus maximus) ที่ถูกซัดมาเกยหาด โดยสภาพที่เห็นนั้นสันนิษฐานว่า หลังจากเสียชีวิต ถูกฉลามตัวอื่น โดยเฉพาะฉลามขาว ทึ้งเนื้อจำนวนมากไป

ฉลามบาสกิ้ง เป็นสัตว์ในสปีชีส์ ปลา ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 สามารถโตได้มากถึง 9.7 เมตร และหนักถึง 5 ตัน แต่ไม่ทำอันตรายต่อมนุษย์เพราะอาศัยซูแพลงก์ตอนเป็นอาหารเท่านั้น ด้วยวิธีการกินที่เป็นเอกลักษณ์คืออ้าปากกว้างเพื่อนำน้ำทะเลเข้าสู่ปากแล้วกรองด้วยระบบเหงือกพิเศษจนเหลือเพียงแพลงก์ตอนสัตว์สำหรับเป็นอาหารเท่านั้นเอง สิ่งที่เป็นอันตรายที่สุดของฉลามบาสกิ้งก็คือผิวหนังที่ขรุขระและหยาบมากจนเป็นอันตรายหากครูดกับตัวคน
ฉลามบาสกิ้งสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ในแทบจะทุกน่านน้ำทั่วโลก รวมทั้งชายฝั่งด้านตะวันออกของทวีปอเมริกาเหนือ
ข้อมูลของสหพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (ไอยูซีเอ็น) ระบุว่า จำนวนประชากรของฉลามบาสกิ้ง ลดลงเรื่อยๆ และจัดเป็นหนึ่งในสปีชีส์ที่เปราะบางต่อการสูญพันธุ์เช่นกัน

