WorldUpdate…หมดลาคลอด’เจซินดา อาร์เดิร์น’ นายกฯหญิงนิวซีแลนด์ พร้อมลุยงาน

6.08.18 | 11:03 น.
This handout from the New Zealand Prime Minister's Office taken on August 1, 2018 and released on August 2, 2018 shows New Zealand's Prime Minister Jacinda Ardern and partner Clarke Gayford posing with their baby daughter Neve Te Aroha Ardern Gayford in Auckland. New Zealand Prime Minister and new mum Jacinda Ardern, only the second world leader to give birth while in office, resumed her duties on August 2, ending six weeks of maternity leave. The 38-year-old has opted to work from home in Auckland until the weekend when she will relocate to the capital Wellington. / AFP PHOTO / NEW ZEALAND PRIME MINISTER'S OFFICE / Derek HENDERSON / - New Zealand OUT / RESTRICTED TO EDITORIAL USE - MANDATORY CREDIT "AFP PHOTO / AFP PHOTO / DEREK HENDERSON / NEW ZEALAND PRIME MINISTER'S OFFICE" - NO MARKETING - NO ADVERTISING CAMPAIGNS - DISTRIBUTED AS A SERVICE TO CLIENTS

คอลัมน์ WorldUpdate

 

หลังจาก “ลาคลอด” อยู่บ้านเลี้ยงลูกสาวได้ครบ 6 สัปดาห์ หรือราว 1 เดือนครึ่ง ล่าสุด เจซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีหญิงของนิวซีแลนด์วัย 38 ปี ซึ่งได้ชื่อเป็นผู้นำประเทศคนที่ 2 ในโลกที่ให้กำเนิดทายาทระหว่างดำรงอยู่ในตำแหน่งผู้นำประเทศได้กลับเข้าทำงานแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยเธอเลือกที่จะทำงานอยู่ที่บ้านในเมืองโอ๊คแลนด์ก่อนจนถึงวันเสาร์ อาทิตย์ จากนั้นจึงจะเริ่มเข้าไปทำงานในทำเนียบรัฐบาล ที่กรุงเวลเลงตันในวันจันทร์ที่ 6 สิงหาคมนี้

อาร์เดิร์น ได้โพสต์เฟซบุ๊ก อัพเดตถึงชีวิตความเป็นอยู่ของเธอและครอบครัวให้ผู้ติดตามเฟซบุ๊กของเธอได้รู้ว่า “พวกเราสบายดี และไม่ต้องพูดแถลงข่าวรายวัน”

ในเฟซบุ๊ก นายกรัฐมนตรีหญิงนิวซีแลนด์ ยังได้โพสต์รูประหว่างเธอกำลังไกวเปลที่มีลูกสาวตัวน้อยนอนอยู่ว่า “เห็นได้ชัดว่า ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย”

ทั้งนี้ คล๊าร์ก เกย์ฟอร์ด พิธีกรรายการสารคดีตกปลา ทางโทรทัศน์ของนิวซีแลนด์ คู่ชีวิตของอาร์เดิร์นที่ใช้ชีวิตคู่กันมา 5 ปี ได้วางแพลนไว้เรียบร้อยแล้วว่า เขาจะเป็นตัวหลักในการเลี้ยงดูลูกสาว โดยจะลาพักงานเพื่อมาเป็นคุณพ่อที่อยู่บ้านดูแลลูก เพื่อให้ภรรยา สามารถไปปฏิบัติหน้าที่ผู้นำประเทศได้อย่างเต็มที่

Advertisement

ก่อนหน้าเจซินดา อาร์เดิร์น นางเบนาซีร์ บุตโต อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงปากีสถาน คือผู้นำประเทศคนแรกในโลกที่ให้กำเนิดทายาท ระหว่างดำรงอยู่ในตำแหน่งผู้นำประเทศ โดยเธอให้กำเนิดลูกสาวเมื่อเดือนมกราคม ปี 2533 หลังจากคลอดลูก นางบุตโตไม่สามารถลาคลอด เพื่ออยู่บ้านดูแลลูกได้เหมือนนายกรัฐมนตรีหญิงของนิวซีแลนด์ โดยหลังจากคลอดลูกสาวด้วยการผ่าตัด หลังจากพักฟื้น นางบุตโตก็กลับไปทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีหญิงปากีสถานทันที นางบุตโตถูกลอบสังหารเสียชีวิตเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2550 ขณะมีอายุ 54 ปี

ระหว่างที่อาร์เดิร์น ลาพักงานเพื่อดูแลลูก นายวินสตัน ปีเตอร์ส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศนิวซีแลนด์ ได้ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีแทน และเมื่ออาร์เดิร์นกลับไปทำงาน นายปีเตอร์สก็อยู่ระหว่างเดินทางไปร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่สิงคโปร์

นายกรัฐมนตรีหญิง คุณแม่ป้ายแดงบอกว่า ในสัปดาห์แรกของการกลับไปทำงาน เธอจะเร่งสะสางงานที่เธอบอกว่า “เป็นเรื่องสำคัญสำหรับฉันมากจริงๆ” โดยงานดังกล่าว ก็มีทั้งงานทางด้านสุขภาพจิต สิ่งแวดล้อม การค้าระหว่างประเทศ และการว่าจ้างงาน

ทั้งนี้ อาร์เดิร์นให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์นิวซีแลนด์ว่า ช่วงเวลาลาคลอด 6 สัปดาห์ “ช่างเป็นเวลา 6 สัปดาห์ที่ผ่านไปเร็วที่สุดในชีวิตของฉัน” ทั้งยังว่า “การสร้างสมดุลระหว่างการทำหน้าที่แม่ และหน้าที่ผู้นำประเทศของชาวนิวซีแลนด์เกือบ 5,000,000 คนนับเป็นสิ่งท้าทาย แต่ฉันก็มั่นใจว่าด้วยความช่วยเหลือ สนับสนุนทั้งหมดที่ฉันโชคดีได้รับ จะช่วยให้ฉันและสามีทำสิ่งนี้ได้สำเร็จ”

ผู้นำหญิงนิวซีแลนด์ ซึ่งแม้จะเป็นผู้นำหญิงคนที่ 2 ในโลกที่ให้กำเนิดทายาทระหว่างอยู่ในตำแหน่ง แต่อาร์เดิร์น นับเป็นผู้นำหญิงคนแรกในโลก ในรอบเกือบ 30 ปีที่ให้กำเนิดบุตรระหว่างอยู่ในตำแหน่ง และเธอก็หวังว่า ต่อไปการที่มีผู้นำประเทศให้กำเนิดบุตรระหว่างอยู่ในตำแหน่งจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาสักวัน

อาร์เดิร์น ยังเคยให้สัมภาษณ์สถานีวิทยุนิวซีแลนด์ถึงการต้องสวมบทบาท 2 อย่างในเวลาเดียวกันว่า “ฉันไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกที่ต้องทำหน้าที่หลายอย่าง และไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกที่ต้องทำงาน และต้องเลี้ยงลูกไปด้วย มีผู้หญิงมากมายที่เคยทำแบบนี้มาก่อน”