ชิมชิล-ชิล : ดารัน The Owl

16.04.16 | 14:18 น.

“ทำไมจึงมี “นกฮูก” เต็มไปหมด” ผมถามคุณดารัน วิสุทธิผล เจ้าของร้าน “Thirsty Owl-นกฮูกกระหายน้ำ” เอกมัย 12 ชื่อร้านก็นกฮูก ในร้านก็มีตุ๊กตาและสัญลักษณ์นกฮูกเต็มไปหมด

“ดารันเป็นคนไม่หลับไม่นอน” คำตอบตรงตัว ขณะที่ในใจผมคิด นกฮูก “นอนกลางวัน” นา หุหุ แต่ความไม่หลับไม่นอนคงเป็นเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้ตอนเปิดร้านใหม่ๆ เมื่อกว่า 3 ปีที่แล้ว ใช้ร้านชื่อ “24 Owls” คือเปิดตลอด 24 ชั่วโมง

“ตอนนี้เปลี่ยนเป็น Thirsty Owl เปิด 11 โมง ถึง 6 โมงเช้า” ผมมองหน้าเหมือนจะต้องถามว่า ไม่เห็นจะผิดกันเท่าไหร่ “เจ้าของที่จะขึ้นค่าเช่าเพราะเห็นว่าเปิดตลอดวันตลอดคืน (นึกว่ารายได้ดี?) เลยลดเวลาลง” คุณดารันรีบบอก และเป็น “Thirsty Hour to Dawn” จากชั่วโมงที่กระหาย (น้ำ?) ถึงเช้า

เล่นคำพ้อง Owl ที่แปลว่านกฮูก กับ Hour ที่แปลว่าชั่วโมงอย่างลงตัว!!

ความจริงผมพบคุณดารันครั้งแรกตอนไปเรียน “ชิมไวน์” ที่ “คอร์ดองเบลอดุสิต” คุณดารันเป็นหนึ่งในกรรมการที่มาสอบก่อนเรียนจบ จำได้ว่านักเรียนทุกคนเกร็ง เพราะเสียค่าเรียน เวลาเรียนแล้ว ได้ใบประกาศติดไม้ติดมือกลับบ้านสักใบก็ยังดี พอเจอกรรมการทั้งฝรั่งทั้งไทย “ฟอร์ม” ดีและดู “ขรึม” ชักไม่แน่

Advertisement

ในที่สุดก็ผ่านกันไปได้ พอจบมีการสังสรรค์ ได้มีโอกาสพูดคุยขอความรู้เพิ่ม จึงทราบว่าคุณดารันเป็นเจ้าของร้านที่มีทั้งไวน์และอาหาร ตั้งใจไว้ว่าจะต้องไปเยี่ยมชิม เพิ่งได้มีโอกาสไม่กี่วันที่ผ่านมา ด้วย “คุณอิส” เพื่อนอีกคนที่เรียนคอร์สด้วยกัน ไปเป็น “ผู้จัดการร้าน” จึงชักชวนกันอีกรอบ

ร้านตกแต่งแบบอบอุ่น มีมุมนั่งเปิด มุมแอบ และมีระเบียงภายนอกที่นั่งสบาย ออกแนวกึ่ง “ผับ” เมืองนอก “มิกซ์แอนด์แมทช์” แต่ลงตัวดีเมื่อได้คุยกับคุณดารัน ก็เข้าใจได้เพราะดูจะ “สะท้อนตัวตน” เจ้าของ ซึ่งมีพื้นฐานเป็นสถาปนิกตกแต่งภายในด้วย

Thirsty Owl

คุณดารันเริ่มจาก “Caf & Bistro” ร้านอาหาร ร้านขนม (เรียนทำขนมมาด้วย จากคอร์ดองเบลอ) และเอาไวน์มาลง ไปๆ มาๆ หลงรัก “ไวน์” จนร้านพัฒนาเป็น “ไวน์บาร์” ไป

ไวน์มีเสน่ห์ มีความลึกลับ ที่แต่ละคนจะค้นพบได้ คุณดารันเล่าว่าเป็นคนที่จมูกดี แยกแยะกลิ่นได้ดี อธิบายได้ และความที่เป็นคน “ละเมียด” เอาใจใส่ศึกษา สะสมประสบการณ์ จึงเข้าใจความเป็น “ไวน์” แต่ละชนิด

ผมดื่มมาเยอะ แต่รู้งูๆ ปลาๆ เวลาเพื่อนเลี้ยงไวน์ดีๆ รู้แค่ว่าอร่อยไม่อร่อย ชอบไม่ชอบพอแล้ว แต่คน “รู้จริง” อย่างคุณดารันจะเล่าเรื่องราว ทั้งที่มา รสชาติ สี กลิ่น ได้อย่างน่าทึ่ง

คนฟังก็เพลิน แถมมีไวน์ให้จิบไปเรื่อยๆ แต่อย่าถาม ตอบไม่ได้ กลัวเขาเอาใบประกาศคืน (ฮา)

อาหารมีหลากหลาย ต้องเปิดให้ทั้งคนทานอาหารเย็น กับแกล้ม และแน่นอนอาหารช่วงเช้าสาย เป็น “All Day Breakfast” ครัวปิดตีสาม แต่ดูๆ แล้วท่าทางจะขึ้นกับลูกค้า ถ้ามีคนนั่งก็มีอาหาร ร้าน Thirsty Owl จึงกลายเป็นที่พึ่งยามดึก (เข้าเช้า) ของคนที่เที่ยวแล้วหาที่นั่งต่อ หรือหาอาหารกิน “รองท้อง” และ “แก้โหย” ก่อนกลับบ้าน

Thirsty Owl

วันที่ไปนั่งคุย ได้ลอง “แซลมอนแซ่บ” “แซลมอนเคเปอร์ส” “ข้าวน้ำพริกปลาทู-มาในปิ่นโต” “สปาเกตตีเบคอน” “English Muffin Egg Benedict” “Sirloin Steak” และ “Sea Bass Roll” อาหารเป็น Thai-Italian Fusion ทำได้รสชาติอร่อย น่าสนใจ คนที่ไม่ดื่มไวน์ดื่มแอลกอฮอล์ สามารถพาครอบครัวไปนั่งทานอาหารได้ไม่ขัดเขิน แต่สำหรับนักดื่มนักเที่ยว ช่วงดึกจะมี “กับแกล้ม” น่าลองหลายจาน รวมถึงประเภท “แซนด์วิช” “เบอร์เกอร์” และ “พิซซ่า”

คุณดารันมีแผนจะขยายเพิ่มไลน์ “เบียร์” ด้วยทำเป็น “เบียร์เฮาส์” และ “ไวน์บาร์” และกำลังทำร้านอีกแห่งเป็น “วิสกี้บาร์” แต่มีอาหารด้วย อยู่หลังโรงหนังในซอยสุขุมวิท 61 จะเปิดเต็มที่ต้นเดือนพฤษภาคม

แวะไปร่วมเข้า “สมาคมนกฮูก” สมัครได้ที่ทั้งสองร้านนะครับ!!